แชร์ 12 วิธีรักษาสิวด้วยตัวเองที่บ้าน แบบธรรมชาติ เร่งด่วน [ภายใน 7 วัน]

เรื่องสิวๆ ปัญหากวนใจของคนทุกรุ่นทุกวัย ครั้นจะไปหาหมอผิวหนังราคาก็ค่อนข้างสูง หลายคนจึงมองหาทางเลือกวิธีรักษาสิวด้วยตัวเองที่บ้าน โดยวิธีที่ทำได้ง่าย ถูก งบประหยัด ไม่แพง เร่งด่วน ให้สิวหายภายใน 7 วัน ทำได้จริง อีกทั้งทางทีมงานมิสซี่รีวิวยังเอาวิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติมาฝากกันอีกด้วย ตามอ่านกันได้เลยค่ะว่า 15 ทริคลดรอยสิว รักษาสิวด้วยตัวเองที่บ้าน แบบเห็นผลไว มีวิธีอะไรบ้าง
อ่านเพิ่มเติม:อาหารเสริมวิตามินซี บำรุงผิว ยี่ห้อไหนดี ,คอลลาเจนผิวขาว ยี่ห้อไหนดี, แชร์ 10 สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ ลดสิว

สาเหตุของการเกิดสิว

สิวเกิดจากการที่รูขุมขนของเราเกิดการอุดตันด้วยไขมันกับเหงื่อไคล เซลล์ผิวที่ตาย หรือแม้กระทั่งครีมกันแดด เครื่องสำอางที่ล้างไม่หมด โดยในรูขุมขนของเราจะมีต่อมในการผลิตไขมันออกมาเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ในบางคน ต่อมไขมันอาจมีการผลิตไขมันออกมาปริมาณมากกว่าปกติ หรือล้างหน้าไม่สะอาด จึงเกิดการอุดตันในรูขุมขนกลายเป็นสิวอุดตัน พออุดตันไปสักพักทำให้เกิดการโตของเชื้อ Propionibacterium acnes หรือ P.acnes จึงเกิดเป็นสิวอักเสบขึ้น

สาเหตุที่ทำให้เกิดสิว

  • พันธุกรรม
  • อาหารเช่น ของหวาน ผลิตภัณฑ์จากนม
  • ฮอร์โมน
  • ความเครียด
วิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง

แนะนำวิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง

1.อย่าแคะ บีบ แกะ เกา

ทางที่ดีคือ อย่าพยายาม บีบหรือแกะสิวด้วยตัวเอง นอกจากจะทำให้เป็นแผลเป็นแล้ว ยังเพิ่มโอกาสเป็นสิวอักเสบหนักอีกด้วย

2.ใช้ไม้กดสิว กดหัวอุดตันออก + ทาสกินแคร์บำรุงหลังกด

หากใครที่ทนไม่ไหว อยากกดออก แนะนำให้ใช้ที่กดแบบไม่บาดผิว(แนะนำของหมอมวลชน แบบแสตนเลส) แบบที่ไม่ใช่หัววงกลมนะคะ ซึ่งการหัวสิวอุดตันออก ก็เป็นวิธีที่หมอผิวหนังหลายท่านแนะนำ และหลังกดควรทาสกินแคร์บำรุงเพื่อป้องกันการเกิดอักเสบ หรือการเกิดแผลเป็นด้วย แต่อย่างไรก็ตามทางที่ดีควรไปกดสิวที่คลินิกเพื่อลดการเกิดแผลจากการกดเองจะดีที่สุดค่ะ

3.ทาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids)

การทาผลิตภัณฑ์กลุ่มเรตินอยด์จะสามารถช่วยผลัดเซลล์ผิว ลดรอยดำ รอยแดง แผลเป็นจากรอยสิวได้เป็นอย่างดี ซึ่งประเภทของเรตินอยด์ มีแบบ alcohol base และ water base ที่มีขายตามร้านยาทั่วไปเช่น Retin A, Differin gel ถือเป็นยาควบคุม จำหน่ายโดยเภสัชกรเท่านั้น

นอกจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoids) แล้วยังแนะนำ”เรตินอล” ที่เป็นที่พูดถึงหนักมาก ที่มีผสมในสกินแคร์ชื่อดังแทบจะทุกแบรนด์ ซึ่งเรตินอล มีประสิทธิภาพสูงในการฟื้นฟูปัญหาผิวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วยผลัดเซลล์ผิวแบบอ่อนโยน กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และคอลลาเจน จึงเป็นส่วนผสมที่ฮิตมากๆ 

เรตินอล ต่างจาก เรตินอยด์ ยังไง
เรตินอลเป็นสารในกลุ่มเรตินอยด์ และ เรตินอยด์ก็เป็นอนุพันธ์ของวิตามินเอเช่นกัน ซึ่งทั้งสองถือว่าเป็นวิตามินเอที่มีฤทธิ์ลดการอักเสบของสิว ลดจุดด่างดำ ผลัดเซลล์ผิว ลดการเกิดริ้วรอย

แนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ เรตินอล
PIXI Retinol Tonic
SUNDAY RILEY A+ High-Dose Retinoid Serum
DR. DENNIS GROSS Ferulic + Retinol Anti-Aging Moisturizer
ALLIES OF SKIN 1A Retinal + Peptides Overnight Mask
PURPOSEFUL SKINCARE BY ALLIES (PSA) Midnight Courage Rosehip & Bakuchiol Retinol Night Oil
SUNDAY RILEY Luna Sleeping Night Oil

4.ใช้ครีมลดรอยสิว 

การใช้ครีมลดรอยสิวหรือ เจลแต้มสิวเป็นผลิตภัณฑ์ที่รวมส่วนผสมยอดฮิตที่ผ่านจากทดลองมาแล้วว่าใช้ลดรอยแผลเป็นได้จริง สำหรับการเลือกซื้อว่า ครีมลดรอยสิว ยี่ห้อไหนดี มีรวมตัวยอดนิยมดังนี้เลยค่ะ

ครีมลดรอยสิว ยี่ห้อไหนดี
Tomei Anti Acne Cream
Dragon Blood scar gel
Mederma advanced scar gel
Hiruscar Anti-Acne SPOT GEL
MizuMi Peptide Acne Gel
Provamed Acne Spot Gel
SMOOTH E ACNE HYDROGEL
Kiehl’s Breakout Control Targeted Acne Spot Treatment

5.ทาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Salicylic acid, Niacinamide หรือ Benzoyl Peroxide

Salicylic Acid คือกรดอ่อนๆที่เป็นส่วนผสมยอดฮิตที่มีในสกินแคร์หลายตัว มีคุณสมบัติในการลด pH ของผิวทำให้ไม่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย จึงลดการเกิดสิวอักเสบ นอกจากนี้ Salicylic Acid สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นให้สร้างชั้นผิวใหม่ ละลายสิวหัวขาวและสิวหัวดำ จึงเหมาะกับผู้ที่เป็นสิวอุดตันและสิวอักเสบบ่อย สีผิวไม่สม่ำเสมอ ความเข้มข้น Salicylic Acid ในสกินแคร์ที่แนะนำอยู่ที่ 0.5 -2% ผิวแพ้ง่ายควรเริ่มที่ความเข้มข้นต่ำๆ และแนะนำให้ทากันแดดเป็นประจำ

แนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Salicylic acid 
Banila Co. Clean It Zero Pore Clarifying
La Roche Posay Effaclar Serum 
Clinique iD™: Dramatically Different™ Hydrating Clearing Jelly Set
The Body Shop – Tea Tree Anti-Imperfection Night Mask
Origins – Plantscription™ Powerful Lifting Cream
Yves Rocher – Sebo pure vegetal Clarifying Lotion
Oxe’Cure Acne Clear Potion

Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 (Niacin) เป็นวิตามินที่สามารถช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอให้แข็งแรงขึ้น มีงานวิจัยรองรับหลายตัวถึงประสิทธิภาพของ Niacinamide ต่อผิว ทั้งช่วยลดรอยสิว ลดริ้วรอย ลดรอยแผลเป็น ช่วยเรื่องสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ ลดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียและลดเกิดการอักเสบของผิว ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว ปรับสมดุลการสร้างน้ำมันในรูขุมขน ช่วยกระชับรูขุมขน ซ่อมแซมชั้นผิวจากการโดนยูวีทำร้าย เรียกได้ว่าเป็นสารสกัดตัวเทพที่ช่วยเรื่องผิวแบบครอบจักรวาล ที่ควรมีติดโต๊ะเครื่องแป้งนะคะ

แนะนำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Niacinamide
The Ordinary Niacinamide10%+Zinc1%
Aesop blue chamomile facial hydrating masque
Glossier super pure niacinamide + zinc serum
Paula’s Choice 10% Niacinamide Booster
The Inkey List Niacinamide
SkinCeuticals Discoloration Defense
Alpha-H Vitamin B
Paula’s Choice Niacinamide 20% Treatment

Benzoyl Peroxide หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ Benzac (เบนแซค) เป็นยาทาสำหรับลดสิว มีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียบนผิว ลดน้ำมันส่วนเกินบนผิวหน้า แต่ข้อเสียคือ อาจทำให้ผิวแห้งและไวต่อแสงมากขึ้น จึงควรบำรุงด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์หนักๆและทากันแดดทุกครั้งหลังออกบ้าน ความเข้มข้น Benzoyl Peroxide ที่แนะนำอยู่ที่ 2.5-10% ผู้ที่ไม่เคยทามาก่อน ควรเริ่มที่ความเข้มต่ำๆเพื่อป้องกันการไหม้ของผิวที่อาจเกิดขึ้นได้

6.แต้มสิวเป็นจุดด้วย tea tree oil

ที ทรี ออยล์ (Tea Tree Oil) สกัดจากใบของต้นทีทรีจนได้น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ 100% เป็นที่รู้กันว่ามีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดการอักเสบของผิว

วิธีใช้
ผสมที ทรี ออยล์ 1 ส่วนกับน้ำ 9 ส่วน
ใช้คอนตอนบัดจุ่ม และแต้มสิวเป็นจุดๆ
ทาสกินแคร์ที่ไม่ส่วนผสมของน้ำหอมทับ

7.มาส์กหน้าด้วยสูตรธรรมชาติ ทำเอง

วิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง
น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล หรือ แอปเปิ้ลไซเดอร์ มีกรดผลไม้ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.acnes และสามารถช่วยลดรอยดำจากสิวได้
วิธีทำ
ผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ส่วนกับน้ำ 3 ส่วน (ผิวบอบบางผสมน้ำเยอะขึ้น)
ทาหลังจากล้างหน้าให้สะอาด
ทิ้งไว้ 30 วินาที และล้างออก
ทำวันละครั้ง
ทาว่านหางจระเข้ ช่วยลดการอักเสบของสิว
วิธีทำ
ตัดอโลเวร่าจากต้น หรือใช้อโลเวร่า 100% 
ชโลมบนผิวหน้า
ทิ้งไว้ 5 นาที
ล้างออก
มาส์กน้ำผึ้ง+มะนาว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และลดสิวอักเสบ
วิธีทำ 
• น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา + บีบน้ำมะนาว ½  ลูก ผสมน้ำ 3 ส่วน (ผิวบอบบางผสมน้ำเยอะขึ้น)
ทาให้ทั่วหน้าทิ้งไว้ 20-30 นาที
ล้างออก แล้วทาสกินแคร์ที่ไม่ส่วนผสมของน้ำหอม

8.ทานอาหารเสริมพวกน้ำมันตับปลา ลดสิวอักเสบ

โอเมก้า-3 เป็นไขมันดี ที่มีส่วนประกอบของ eicosapentaenoic acid (EPA) และ docasahexaenoic acid (DHA) งานวิจัยรองรับ ว่ามีฤทธิ์ในการลดโอกาสการเกิดสิว ในงานวิจัยทดสอบกลุ่มคนเป็นสิว 45 คนให้ทดลองทานโอเมก้า-3 ทุกวันเป็นเวลา 10 สัปดาห์พบว่า การเกิดสิวอักเสบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในผู้ใหญ่ปริมาณที่ควรทานต่อคน อยู่ที่ 250 กรัมต่อวัน ซึ่งโอเมก้า-3 ไม่จำเป็นต้องทานอาหารเสริมเสมอไป สามารถได้รับโอเมก้า-3 จาก แซลม่อน,วอลนัท,เมล็ดเจีย(chia seed) หรือ เมล็ดแฟล็กซ์ (flax seed)

9.ล้างหน้าให้สะอาดและสครับผิวหน้า

การล้างหน้าให้สะอาด ถือเป็นสิ่งสำคัญมากๆในวิธีรักษาสิวด้วยตัวเอง ช่วยลดการเกิดสิวอุดตัน การทิ้งเมคอัพไว้บนใบหน้า ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง ดังนั้นก่อนนอนจึงควร ล้างเมพอัพด้วย สำลีชุบ cleansing oil/water/cream ทุกครั้ง ตามด้วยโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยน ล้างแล้วไม่ฝืดผิว เช็คโทนเนอร์ ทาเซรั่มที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และหมั่นสครับผิวหน้าอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

การสครับผิวหน้า เป็นสิ่งที่หลายๆคนมองข้าม ซึ่งแท้จริงแล้วการสครับผิวหน้า เป็นการกำจัดเซลล์ผิวที่ตามออกไป และช่วยลดแผลเป็นจากสิวได้ ทำให้ลดการอุดตันของสิวได้เป็นอย่างดี จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์สครับเม็ดละเอียด เพื่อขจัดสิ่งสกปรกตามรูขุมขนได้ล้ำลึก แต่ไม่ควรใช้สครับเม็ดแข็ง หรือใช้น้ำตาลหรือเกลือขัดผิวหน้า เนื่องจากอาจเป็นการทำร้ายผิวมากกว่าให้ผลดี

10.ทานแป้งของหวานลดลง 

การทานของหวานลดลงสามารถลดการเกิดสิวได้จริง อ้างอิงจากวิจัยฉบับนี้ ซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างอินซูลินกับระดับน้ำตาลในกระแสเลือด มีความผันแปรกับการเกิดสิว ซึ่งเมื่อรับประทานอาหารที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้ปริมาณอินซูลินพีคสูงขึ้น ทำให้รูขุมขนผลิตซีบัม(sebum) หรือไขมันเพิ่มมากขึ้น โอกาสการเกิดสิวอุดตันก็เพิ่มสูงขึ้น

อาหารที่ทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้น
ขนมปัง เบเกอรี่
น้ำอัดลม
ขนมขบเคี้ยว
อาหารที่หวาน แต่ไม่ได้ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง
ผัก ผลไม้
ถั่ว
ขนมปังธัญพืช

11.ไม่ทานผลิตภัณฑ์จากนม

การทานผลิตภัณฑ์จากนม มีผลทำให้เพิ่มโอกาสการเกิดสิวขึ้นจริง อ้างอิงจากงานวิจัยฉบับนี้ เนื่องจากในนมมีฮอร์โมน IGF-1 และฮอร์โมนอื่นๆ ที่มีส่วนให้เกิดสิวขึ้นจริง

มีการทดลองในคนจำนวน 114 คนให้ดื่มนมเป็นประจำ พบว่ามีโอกาสการเกิดสิวมากกว่าคนที่ไม่ดื่มนมอย่างมีนัยสำคัญ อ้างอิง

12.ออกกำลังกาย ขับสิ่งสกปรกออกจากรูขุมขน

นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อ ขจัดสิ่งสกปรกตกค้างในรูขุมขนแล้ว การออกกำลังกายยังช่วยลดความเครียด เพิ่มการไหลเวียนเลือดทั่วร่างกายได้ดีขึ้น ทำให้เซลล์ผิวแข็งแรงและเพิ่มโอกาสการรักษาสิวให้หายได้อีกด้วย นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยปรับสมดุลระบบฮอร์โมนที่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดสิวอีกด้วย

ทั้งนี้ทั้งนั้นการเกิดสิวขึ้นมา สาเหตุมาได้จากหลายปัจจัย ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านได้แนะนำให้ทาครีมหรือเซรั่มที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid, Niacinamide หรือ Benzoyl Peroxide ที่มีหลายงานวิจัยพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพสูง แต่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่ายในผู้ที่ผิวบอบบาง ทำให้หลายๆคนมองหาตัวเลือกวิธีอื่นในการรักษาสิว อย่างไรก็ตาม บทความดังกล่าวเป็นคำแนะนำเบื้องต้น ไม่ใช่ข้อแนะนำทางการแพทย์แต่อย่างใด ผู้อ่านควรพิจารณาตามความเหมาะสม และทางที่ดีควรทำการปรึกษาแพทย์ผิวหนังของท่านจะดีที่สุด