8 วิธีแก้ปากแห้ง ลอก ให้กลับมาชุ่มชื้น สุขภาพดี

ปากแตก ปากแห้งลอกเป็นแผ่น ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากเกิดอาการริมฝีปากแห้ง ไร้ความชุ่มชื้น ไหนจะมองแล้วไม่สวย แถมยังเจ็บปวดอีกต่างหาก ยิ่งใครแห้งมาก ๆ ถึงขั้นเลือดออกซิบ ๆ นี่ยิ่งไม่ดีแน่ 

อย่าคิดว่าอาการปากแห้ง จะเป็นกันแค่ฤดูหนาวเท่านั้น เพราะริมฝีปากนั้นไม่มีต่อมน้ำมัน จึงไม่สามารถสร้างความชุ่มชื้นเองได้ หากดูแลริมฝีปากไม่ดีพอ จะฤดูไหน ๆ ก็มีสิทธิปากแตก และแห้งตกสะเก็ดได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะคนที่มีนิสัย ชอบเลียริมฝีปากบ่อย ๆ ยิ่งต้องระวัง

แล้วจะมีวิธีแก้ปากแห้งอย่างไร อาการขนาดไหนถึงเรียกว่าปากแห้ง ต้องใช้อะไรเพื่อบำรุงริมฝีปากชุ่มชื้นกันบ้าง วันนี้เรามีวิธีดี ๆ มาแนะนำกัน

วิธีแก้ปากแห้ง [สรุป]

  • ใช้ลิปบาล์มคุณภาพดี ทาซ้ำบ่อย ๆ ระหว่างวัน
  • ทาลิปกันแดดเมื่ออยู่นอกบ้าน
  • ดื่มน้ำมาก ๆ 
  • ใช้ Humidifier เพิ่มความชื้น
  • อย่าเลียริมฝีปาก แกะ หรือ กัดปากที่ลอก
  • สครับปากอย่างอ่อนโยน
  • คอยสังเกตริมฝีปาก
  • ปรึกษาแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น

ลักษณะและอาการ

  • ริมฝีปากมีความแห้งกร้าน
  • มีรอยแตก, ลอก, หลุดร่อน
  • มีเลือดออก
  • มีรอยแดง, บวม
  • รู้สึกเจ็บ แสบร้อน

สาเหตุของอาการปากแห้ง

  • อากาศแห้ง หรืออยู่ในห้องแอร์นาน ๆ
  • ใช้ลิปสติก หรือลิปบาล์มที่ระคายเคือง
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมซึ่งทำให้เสียความชุ่มชื้น เช่น เมนทอล, การบูร, กรดซาลิไซลิก
  • โดนแดดมาก ๆ
  • ชอบเลียปากบ่อย ๆ หรือชอบจับ แกะ ริมฝีปาก
  • ดื่มน้ำน้อย
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้, ยาขับน้ำ, เคมีบำบัด, ยารักษาสิว

วิธีแก้ปากแห้ง ลอก ให้ชุ่มชื้นยาวนาน

1. ใช้ลิปบาล์มคุณภาพดี ทาซ้ำบ่อย ๆ ระหว่างวัน

วิธีแก้ปากแห้ง

ลิปบาล์ม ช่วยแก้อาการปากแห้งได้ แต่ไม่ใช่ลิปบาล์มทุกตัวที่จะทำให้ริมฝีปากชุ่มชื้น ควรหลีกเลี่ยงลิปบาล์มที่มีกลิ่น, รส หรือให้ความเย็น เช่น เมนทัล เพราะอาจมีสารที่ทำให้ผิวแห้ง ยิ่งใช้จะยิ่งทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้น

ควรเลือกลิปบาล์มที่มีสารให้ความชุ่มชื้น เช่น 

  • ปิโตรเลียมเจล ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น 
  • Dimethicone สารหล่อลื่นผิวที่ช่วยปิดรอยแตกของริมฝีปาก 
  • ขี้ผึ้ง 
  • เซราไมด์

สำหรับใครที่มองหาลิปบาล์มแบรนด์ดังคุณภาพดี ลองคลิก ลิปมันเคาน์เตอร์แบรนด์ หรือหากต้องการแบบมีสีสัน ปากไม่แห้ง แถมสวยเก๋ได้ด้วย แนะนำ ลิปบาล์มมีสี สำหรับวันสบาย ๆ ที่ไม่ต้องการแต่งหน้าหนัก ๆ

ไม่ว่าจะเลือกลิปบาล์ม หรือ ขี้ผึ้ง แนะนำว่าควรทาก่อนลิปสติก หรือลิปกลอส รวมทั้งให้ทาบ่อย ๆ ควรทาซ้ำวันละ 6 – 8 ครั้งต่อวัน ทุกเช้า, ก่อนนอน และทุก ๆ 2 ชั่วโมงระหว่างวัน ถ้าจะให้ดีก็ควรพกติดกระเป๋า หรือมีติดไว้ที่โต๊ะทำงาน, ในรถ, บนหัวเตียง เพื่อให้หยิบใช้ได้ทุกครั้งที่ต้องการ

2. ทาลิปกันแดดเมื่ออยู่นอกบ้าน

เมื่อต้องอยู่นอกบ้าน หรือกลางแจ้ง คุณควรปกป้องริมฝีปากของคุณ ไม่ต่างจากที่คุณใส่เสื้อแขนยาวกันแดด หรือใส่ถุงเท้าเวลาอากาศหนาว เลือกใช้ลิปที่มีคุณสมบัติกัน UV รวมถึงหากไปในที่อากาศหนาวมาก ๆ อาจใช้ผ้าพันคอช่วยบังริมฝีปากได้

3. ดื่มน้ำมาก ๆ 

วิธีแก้ปากแห้ง

เพราะการขาดน้ำ จะยิ่งทำให้ริมฝีปากแห้งมากขึ้น ดังนั้น ควรดื่มน้ำอย่างพอเพียง เพื่อรักษาความชุ่มชื้นในร่างกาย

4. ใช้ Humidifier เพิ่มความชื้น

เมื่ออยู่ในห้องแอร์ หรือที่อากาศแห้ง อาจใช้เครื่องเพิ่มความชื้น (Humidifier) หรือที่บางคนเรียกเครื่องพ่นไอน้ำ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และริมฝีปาก โดยเปิดใช้เมื่ออากาศหนาว แห้ง และใช้ในช่วงกลางคืน เพื่อรักษาความชื้นให้ร่างกาย ในขณะนอนหลับ

5. อย่าเลียริมฝีปาก แกะ หรือ กัดปากที่ลอก

หลายคนมีนิสัยชอบเลียริมฝีปากบ่อย ๆ โดยเฉพาะเวลาปากแห้ง ซึ่งการเลียปากนั้น เมื่อน้ำลายแห้งแล้ว จะยิ่งไปดึงความชุ่มชื้นออก ทำให้ริมฝีปากกลับยิ่งแห้งกว่าเดิม ดังนั้นเมื่อรู้สึกปากแห้งหรือแตก ให้ใช้ลิปบาล์มจะดีที่สุด

แม้ปากจะแห้งและเริ่มหลุดร่อน แต่ไม่ควรกดริมฝีปาก หรือลอกหนังที่หลุดออก เพราะอาจทำให้เลือดออก และยิ่งทำให้หายช้าลง รวมถึงเกิดการระคายเคืองมากขึ้นด้วย

6. สครับปากอย่างอ่อนโยน

วิธีแก้ปากแห้ง

สำหรับคนที่ปากเริ่มแห้งและแตก (ยังไม่เป็นแผลเลือดออก) ผิวที่แห้งลอก อาจไปปิดกั้นไม่ให้ความชุ่มชื้นจากลิปบาล์มที่ใช้ เข้าถึงเซลผิวใหม่ด้านล่างได้ การสครับเบา ๆ จะช่วยขจัดเซลผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก และช่วยให้ความชุ่มชื้นไปถึงได้ดีขึ้น

มาดูสูตรสครับริมฝีปาก จากธรรมชาติ เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับใครที่สนใจลองดูได้เลย

  • ผสมเกลือ หรือ น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมัน หรือ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ 

ใช้คอตตอนบัดจุ่ม และทาบนริมฝีปากเป็นวงกลม โดยออกแรงกดเบา ๆ จากนั้นเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำหมาด ๆ

หลังจากสครับริมฝีปากแล้ว เลือกใช้วัตถุดิบธรรมชาติเหล่านี้ ในการเพิ่มความชุ่มชื้นในลำดับถัดไป

  • Coconut Oil (น้ำมันมะพร้าว)
  • Aloe Vera (ว่านหางจระเข้)
  • Honey (น้ำผึ้ง)
  • Avocado Butter (เนยอะโวคาโด้)

7. คอยสังเกตริมฝีปาก 

ริมฝีปากแต่ละคน อาจมีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นให้สังเกตว่า เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ใดแล้วปากมีอาการระคายเคือง และแห้งแตกมากขึ้น ให้งดหรือหลีกเลี่ยง 

8. ปรึกษาแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น

ในกรณีที่แม้จะดูแลรักษาริมฝีปากอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่ยังไม่มีแนวโน้มว่าอาการปากแห้งจะดีขึ้น หรือยิ่งแตกและแห้งตลอดเวลา แนะนำว่าควรไปปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะบางครั้งอาจเป็นสัญญาณของโรคชนิดอื่น เช่น มะเร็ง เป็นต้น

คำถามที่พบบ่อย

ปากแห้งขาดวิตามินอะไร

ปากแห้ง อาจเกิดจากการขาดวิตามิน B ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยซ่อมแซมเซลและเนื้อเยื่อในร่างกาย บำรุงผิวหนัง รักษาบาดแผล และมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับอาการริมฝีปากแห้ง

นอกจากนี้การขาดวิตามิน C ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยต้านการอักเสบ รักษาอาการเหงือกบวม และเลือดออกตามไรฟัน ยังเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปากแห้งได้ด้วย (อ้างอิง)

แม้ปัญหาริมฝีปากแห้งตึง ลอก แตก อาจดูไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก แต่หากปล่อยไว้ให้เรื้อรัง ไม่ดูแล ก็ส่งผลต่อบุคลิกภาพโดยรวมได้ ยิ่งใครที่ต้องออกนอกบ้าน ไปพบเจอพูดคุยกับคนอื่น ๆ แล้ว ความมั่นใจบนใบหน้าย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เลยทีเดียว

การดูแลริมฝีปากให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากจนเกินไป แค่ใส่ใจและทำเป็นประจำ ปัญหาปากแห้งแตก ก็จะลดน้อยลง หรืออาจไม่เกิดขึ้นเลย ทำให้ลดความเสี่ยงที่ปากจะแห้งจนเป็นแผล และอาจต้องเสียเวลาในการดูแลรักษามากกว่าเดิมได้

อ้างอิง

https://www.webmd.com/beauty/why-your-lips-are-chapped

https://www.medicalnewstoday.com/articles/324281

https://www.healthline.com/health/skin/home-remedies-for-chapped-lips#exfoliation

Metina Duangboon

Metina Duangboon

ฮัลโหลล ยินดีที่ได้รู้จักสาวๆมิสซี่ทุกคนนะคะ มิ้งเป็น Beauty Editor ของ MizzyReview จบการศึกษาจากมหาวิทยาเชียงใหม่ มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับนิตยสารออนไลน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Sephora Thailand Vogue thailand Woman Trueid มิ้งมาอัพเดตสินค้าบิวตี้ ความสวยความงาม งานผิว เทรนด์ต่างๆ แชร์คอนเท้นสำหรับสาวๆที่ชอบรีวิวเครื่องสำอาง เมคอัพ สกินแคร์เป็นชีวิตจิตใจ!ป้ายยาทุกคนได้ให้เลือกช้อป เลือกใช้สินค้าดีๆ ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดกันค่า!