รวม 6 วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี 2023 (คัดมาแล้วว่าดีจริง!)

เขาว่ากันว่าวิตามินอีมักจะซ่อนอยู่ในผักและมะเขือเทศ แต่มิสซี่เดาได้เลยว่า คงมีเพื่อน ๆ ไม่น้อยที่ไม่ชอบกินผักกันใช่ม้า ยิ่งมะเขือเทศยิ่งลืมไปได้เลย!

ดังนั้นวิตามิน E จึงเป็นคำตอบที่เป๊ะปัง อลังเวอร์ที่สุดค่ะ! เพราะเขาเป็น วิตามินบำรุงผิวที่มีประโยชน์มาก ๆ ใครที่กำลังลังเลว่า วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี รีบตามมาเลยค่ะ มิสซี่มีคำตอบจ้า

TOP 3

ชนิดของวิตามินอี

มิสซี่ต้องบอกก่อนว่า วิตามินอี เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน มักพบได้จากพืชผักเป็นส่วนใหญ่ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 

D-Alpha-Tocopherol 

เป็น วิตามินอีจากธรรมชาติ ถูกพบได้ง่ายที่สุด และคุณภาพดีที่สุด มักจะอยู่ในผักใบเขียว / ถั่วเหลือง / น้ำมันข้าวโพด / น้ำมันดอกคำฝอย / ผลไม้ / ถั่ว เป็นต้น ซึ่งร่างกายจะสามารถดูดซึมได้ง่าย โดยจะซึมเข้ากระแสเลือดหลังทาน ประมาณ 6 ชั่วโมง เท่านั้น ทำให้วิตามินชนิดนี้มีคุณภาพและราคาค่อนข้างแพงนั่นเองค่ะ

Dl-Alpha-Tocopherol

เป็น วิตามินอีสังเคราะห์ โครงสร้างจะค่อนข้างแตกต่างจากแบบธรรมชาติที่พบได้ในอาหาร ทำให้ต้องทานในปริมาณที่มาก และดูดซึมได้ไม่ดีเท่าแบบแรก โดยจะซึมเข้ากระแสเลือดหลังทาน ประมาณ 12 ชั่วโมงเลยทีเดียว!  แต่ข้อดีคือราคาจะเบากว่า บวกกับไม่เสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อเทียบกับแบบธรรมชาติ ทำให้ยืดอายุในการเก็บรักษาได้นานกว่าค่ะ

จะเลือกซื้อ วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี 2566

1. วิตามินอี ที่เราแนะนำ: Blackmores Heart Health Natural Vitamin E

Blackmores Heart Health Natural Vitamin E

ราคา 995 บาท

ข้อดี
+ หาซื้อง่าย
+ รีวิวเยอะ แบรนด์ดัง

+ ความเข้มข้นสูงมาก

ข้อควรพิจารณา
– เม็ดแคปซูลอาจจะกินยากสำหรับบางคน

ถ้าต้องการวิตามินอี เข้มข้นแบบจัดหนักจัดเต็ม และหาซื้อง่าย ต้องวิตามิน E จากแบรนด์ Blackmores เลยค่ะ! ความเข้มข้นต่อเม็ดของเขาคือสูงมาก ๆ ที่สำคัญคือเป็น วิตามิน จากธรรมชาติ รับประกับว่าดูดซึมเข้าร่างกายของเพื่อน ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

ถึงแม้ว่าราคาเขาจะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ แต่ถ้าเพื่อน ๆ ต้องการความเข้มข้น ต้องการวิตามินที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อกอบกู้ร่างกายทั้งภายในและภายนอก มิสซี่ว่าเป็นการลงทุนกับสุขภาพที่คุ้มค่าอยู่น้า ยี่ห้อนี้เน้นความเข้มข้นสูง อาหารเสริมบำรุงร่างกายได้ดี เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมากเลยค่ะ

ปริมาณ 100 เม็ด : ราคา 990 บาท (ตกเม็ดละ 9.9 บาท)

ชนิดd-alpha tocopherol 
รูปแบบแคปซูล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

2.วิตามินอี ญี่ปุ่นที่ดีที่สุด : DHC Vitamin E

DHC Vitamin E

ราคา 235 บาท

ข้อดี
+ ราคาไม่แพง
+ หาซื้อง่าย

+ แบรนด์น่าเชื่อถือ

ข้อควรพิจารณา
– ไม่มี official store ต้องเลือกร้านดีๆ

มาต่อกันที่ วิตามิน E dhc ตัวดัง ทานแล้วเห็นผลแถมราคาไม่แพงอีกด้วย คุณสมบัติของตัวนี้ คือ ช่วยชอละความเสื่อมของเซลล์ ป้องกันความเสียหายจากยูวี ลดการอักเสบของผิว สมานแผลได้ไว นอกจากนี้ยังช่วยให้ความชุ่มชื้นของผิว โดยการช่วยให้ผิวอุ้มน้ำได้ดีขึ้น เสริมการทำงานของภูมิคุ้มกันของร่างกาย แนะนำตัวนี้มากๆเลยค่า

ปริมาณ 60 เม็ด : ราคา 235 บาท (ตกเม็ดละ 3.9 บาท)

ชนิดd-alpha tocopherol 
รูปแบบเม็ด
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

3. วิตามินอี อเมริกา : Nature Made Vitamin E

Nature Made Vitamin E

ราคา 1,290 บาท

ข้อดี
+ ปราศจากการแต่งกลิ่นและสี
+ เม็ดซอฟเจล ทานง่าย

+ จำนวนต่อกระปุกเยอะ

ข้อควรพิจารณา
– หาซื้อได้จากร้านวิตามินนำเข้าเป็นหลัก

วิตามินจาก Nature Made แบรนด์จากสหรัฐอเมริกา ที่โด่งดังมาก ๆ มิสซี่เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้แน่นอนค่ะ! แบรนด์นี้นอกจากจะโด่งดังเรื่อง วิตามินซี แล้วเขายังทำวิตามินอีเข้มข้น มาให้เพื่อน ๆ ได้กินเสริมสร้างร่างกายกันด้วยนะ 

ด้วยสารสกัดจากพืชธรรมชาติและการสังเคราะห์ ที่เพิ่มประสิทธิภาพของร่างกายให้แข็งแรงพร้อมทั้งต้านอนุมูลอิสระไปในตัว ที่สำคัญคือเขาช่วยในเรื่องของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ พร้อมดูแลเม็ดเลือดแดง ให้สมดุล เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรง+ชะลอริ้วรอย ให้ผิวยังคงอ่อนเยาว์ไปพร้อมกันค่า

ปริมาณ 350 เม็ด : ราคา 1,290 บาท (ตกเม็ดละ 3.68 บาท)

ชนิดdl-alpha tocopherol
รูปแบบซอฟท์เจล 
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1-2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

4. วิตามินอีคุ้มค่าคุ้มราคา : Kirkland Vitamin E

Kirkland Vitamin E

ราคา 685 บาท

ข้อดี
+ หนึ่งกระปุกทานได้นาน
+ สูตรเข้มข้น

+ คุ้มค่าคุ้มราคา

ข้อควรพิจารณา
– ได้เยอะมาก ควรทานเก็บรักษาดีๆ

ใครเป็นมือใหม่หัดกิน มิสซี่อยากให้ลอง Kirkland Signature เลยค่ะทุกคน! ด้วยตัวแบรนด์เขารับประกันในคุณภาพอยู่แล้ว แถมยังมีความเข้มข้นสูง เหมาะกับคนที่มองหายี่ห้อที่ราคาเข้าถึงง่าย ทานได้นาน ตัวเม็ดเป็นแบบซอฟท์เจล กลืนง่ายไปอีก

มิสซี่ย้ำเลยว่าตัวนี้ห้ามพลาดเลยนะคะ ถึงจะเป็นวิตามินอีสังเคราะห์แต่เขาเคลมเรื่องความเข้มข้นต่อเม็ดค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อน ๆ ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ ใครอยากได้ยี่ห้อที่กินได้นาน ๆ คุณภาพคุ้มราคา อยากเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และต่อต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ครบ จบ ในกระปุกเดียวไปเลยจ้า

ปริมาณ 500 เม็ด : ราคา 685 บาท (ตกเม็ดละ 1.37 บาท)

ชนิดdl-alpha tocopherol
รูปแบบซอฟท์เจล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

5. วิตามินอีถูกและดี: 21st Century Vitamin E

21st Century Vitamin E

ราคา 279 บาท

ข้อดี
+ ราคาไม่แพง
+ เม็ดนิ่ม กลืนง่าย

+ หาซื้อง่าย

ข้อควรพิจารณา
– ซื้อได้จากร้านวิตามินนำเข้าเป็นหลัก

21st Century ใครได้ยินก็ต้องร้องอ๋อ! อย่างที่เพื่อน ๆ รู้กันว่าแบรนด์นี้เขาทำวิตามินออกมาเยอะมาก ๆ ไม่เว้นแม้แต่ วิตามินอี ต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่เน้นบำรุงเยื่อหุ้มเซลล์ และ ช่วยให้เม็ดเลือดแดงแตกตัวยากขึ้น

ตัวนี้กินง่ายมาก ๆ ปริมาณต่อกระปุกอาจจะไม่เยอะมาก แต่ก็ทำให้กินหมดไวขึ้น ลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของวิตามินไปด้วยกันตัว แถมราคาเขายังน่าคบหาด้วย! เหมาะกับคนงบน้อย แต่เน้นคุณภาพปัง ๆ ตัวนี้ตอบโจทย์ได้มากเลยน้า

ปริมาณ 110 เม็ด : ราคา 279 บาท (ตกเม็ดละ 2.53 บาท)

ชนิดdl-alpha tocopherol 
รูปแบบซอฟท์เจล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1-2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

6. วิตามินอี ธรรมชาติ: Sundown Naturals Vitamin E

Sundown Naturals Vitamin E

ราคา 420 บาท

ข้อดี
+ ปราศจากกลูเตน / นม / และรสชาติเทียม
+ มีความปลอดภัยสูง

+ ไม่มีโซเดียม ไม่ทำให้บวมน้ำ

ข้อควรพิจารณา
– หาซื้อยาก

วิตามินอี จากแบรนด์ Sundown Naturals เกิดมาสำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการความปลอดภัยแบบ 100% เหมาะกับคนที่กังวลในเรื่องของผลข้างเคียงต่าง ๆ ต้องการอาหารเสริมที่ปลอดภัยที่สุด มิสซี่แนะนำเลยว่าตัวนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนค่ะ!

แถมสารสกัดจากการสังเคราะห์ ยังเป็นแบบ Non-GMO คือไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม เรียกว่าทุกกระบวนการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้บริโภคก็กินได้อย่างสบายใจเช่นกัน ใครมองหา วิตามินอี ปลอดภัยสูง ในราคาจับต้องได้ ตัวนี้ช่วยคลายความกังวลของเพื่อน ๆ ได้แน่นอนค่ะ!

ปริมาณ 100 เม็ด : ราคา 420 บาท (ตกเม็ดละ 4.2 บาท)

ชนิดdl-alpha tocopherol 
รูปแบบซอฟท์เจล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

วิธีเลือกซื้อ “วิตามินอี”

ความเข้มข้น 

เพื่อน ๆ ควรกินวิตามิน E ในปริมาณที่เหมาะสมกับอายุ และ ร่างกายของตัวเองเป็นหลัก ซึ่งสามารถกินได้ตามข้อมูลสากลโดยอิงที่อายุได้เลยค่ะ หรือเพื่อความชัวร์ มิสซี่แนะนำว่า เราสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ปริมาณที่ควรทานชัดเจนก็ได้เช่นกันนะคะ

ควรมีมาตรฐานรองรับ

วิตามินที่เราเลือกกินเข้าสู่ร่างกาย แน่นอนว่าควรจะต้องใส่ใจ และดูรายละเอียดของตัวสินค้าแต่ละแบรนด์ให้ถี่ถ้วนมาก ๆ เลยค่ะ แบรนด์ควรที่จะมีความน่าเชื่อถือ ร้านค้าที่ขายก็ต้องน่าเชื่อถือ ราคาต้องไม่ถูกกว่าร้านอื่น และแพงกว่าร้านอื่นจนเกินไป สามารถดูรีวิวควบคู่เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้นได้ด้วยนะคะ

ส่วนผสม

เพื่อน ๆ ควรเลือกกินวิตามิน E ที่มีส่วนผสมที่เหมาะสมกับร่างกายของตัวเองจะดีที่สุดค่ะ เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นก่อนเลือกซื้อแบรนด์ไหนก็ตาม มิสซี่อยากเตือนให้เพื่อน ๆ เลือกดูตรงส่วนผสมให้ดีก่อนนะคะ ว่ามีตัวไหนที่เราแพ้ หรือตัวไหนที่เราต้องการเป็นพิเศษ

คำถามที่พบบ่อย

วิตามินอี กินตอนไหน?

วิตามินอีควรกินควบคู่กับมื้ออาหาร เนื่องจากเป็นวิตามินที่ละลายได้ดีมาก ๆ ในไขมัน ดังนั้นถ้าเพื่อน ๆ อยากให้วิตามิน E ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มิสซี่ขอแนะนำว่าให้กินควบคู่กับมื้ออาหารเลยค่ะ ยิ่งอาหารที่มีไขมันมาก ก็จะยิ่งละลายได้ไวและดูดซึมไวยิ่งขึ้น จะกินระหว่างมื้อ หรือหลังอาหารทันทีเลยก็ได้ค่า

วิตามินอี รูปแบบใดดีที่สุด?

วิตามินอี แบบ D-Alpha-Tocopherol เป็นรูปแบบดีที่ดีที่สุดต่อร่างกายค่ะ เพราะมาจากธรรมชาติ หาได้ง่าย ทั้งจากผัก / ผลไม้ / และถั่วต่าง ๆ อีกทั้งยังดูดซึมเข้าร่างกายได้ดีที่สุด เป็นชนิดที่ดีต่อร่างกายคนเรามากที่สุดเลยค่ะ

วิตามินอี ควรกินตอนเช้า หรือตอนกลางคืน?

จริง ๆ แล้วเราสามารถทานวิตามินอีได้ทั้ง เช้า และ เย็น ควบคู่กับมื้ออาหารได้เลยค่ะ แต่ด้วยวิตามินอีมีผลในการป้องกันระบบประสาทและสมอง ถ้าเลือกได้ มิสซี่อยากให้เพื่อน ๆ ทานในตอนกลางคืน หรือตอนเย็น จะดีที่สุดค่ะ 

วิตามินอี ดีต่อผู้หญิงอย่างไร?

สำหรับผู้หญิงแล้ว วิตามินอี ช่วยปรับปรุงการตอบสนองของเยื่อบุโพรงมดลูก โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีภาวะมีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งยังช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ช่วยลดโอกาสแท้ง และยังปรับฮอร์โมนให้ด้วย ดีต่อใจสาว ๆ เป็นที่สุดเลยค่า

บทส่งท้าย

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับ วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี ที่มิสซี่หยิบมาแนะนำเพื่อน ๆ กัน หวังว่าจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกวิตามินอีมากินกันง่ายขึ้นนะคะ

ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหน มิสซี่แนะนำว่า ควรเลือกที่เหมาะกับตัวเอง ในแบบที่ตัวเองชอบดีที่สุด และอย่าลืมว่า การบริโภควิตามินควรอยู่ในปริมาณที่พอดี เหมาะสมกับอายุ และร่างกายของเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ

ที่มาข้อมูล

  1. https://www.healthline.com/health/all-about-vitamin-e#58.-Other-potential-health-benefits 
  2. https://www.verywellfit.com/vitamin-e-supplements-what-you-need-to-know-90042 
  3. https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-954/vitamin-e
Matchamonraya Pathinonpipat

Matchamonraya Pathinonpipat

มัชช์ จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง
หรือ cosmetic science เป็นทั้งนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง และเป็นนักเขียนประจำของเว็บไซต์เรา มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับแบรนด์สินค้าออแกนิคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Skin1004 THREE Origins เป็นต้น โดยมีความสนใจและความรู้ความเข้าใจในสกินแคร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมมาจากธรรมชาติเป็นหลัก เน้นสร้างคอนเทนต์รวบรวมสกินแคร์ดีๆ แชร์ทริคการรักษาสิว ดูแลผิวแพ้ง่าย การชะลอวัย รวมทั้งหาผลิตภัณฑ์ใหม่มาแนะนำทุกคนกันค่ะ