รีวิวแนะนำ 11 วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี 2022 [ข้อดี-ข้อเสีย]

มิสซี่สวัสดีค่า ช่วงนี้มีสาว ๆ คนไหนกำลังบำรุงผิวพรรณกันอยู่บ้างไหมเอ่ย? วันนี้มิสซี่มี วิตามินอีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวดัง เรียกได้ว่าเป็นวิตามินสำคัญในการมีผิวสุขภาพดีมาฝากกันด้วยนะคะ เหมาะกับสาว ๆ ที่กำลังต้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ควบคู่ไปกับสุขภาพผิวที่ดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะ วิตามินอี จัดเป็นอีกหนึ่ง วิตามินบำรุงร่างกาย ที่ทุกคนไม่ควรพลาดกันเลยทีเดียวค่ะ เขาว่ากันว่าวิตามินอีมักจะซ่อนอยู่ในผักและมะเขือเทศ แต่มิสซี่เดาได้เลยว่า คงมีเพื่อน ๆ ไม่น้อยที่ไม่ชอบกินผักกันใช่ม้า ยิ่งมะเขือเทศยิ่งลืมไปได้เลย! ดังนั้นวิตามิน E จึงเป็นคำตอบที่เป๊ะปัง อลังเวอร์ที่สุดค่ะ! เพราะเขาเป็น วิตามินบำรุงผิวที่มีประโยชน์มาก ๆ ใครที่กำลังลังเลว่า วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี รีบตามมาเลยค่ะ มิสซี่มีคำตอบจ้า

TOP 3 วิตามินอี ที่ดีที่สุด

สรรพคุณ วิตามินอี ช่วยอะไรบ้าง?

ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ 

บำรุงผิวของสาว ๆ ให้ดูดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ชะลอริ้วรอย คืนความอ่อนเยาว์ให้สาว ๆ ใครที่เริ่มมีอายุ หรือรู้ตัวว่าริ้วรอยกำลังถามหา ต้องรีบจัดวิตามินอีมากินกันด่วน ๆ เลยนะคะ!

ป้องกันอาการความดันโลหิตสูง หรือ อาการเส้นเลือดตีบในสมอง

วิตามินดี มีส่วนช่วยให้การทำงานของเนื้อเยื่อในส่วนต่าง ๆ ทำงานดีขึ้น ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น จึงช่วยลดอาการเส้นเลือดอุดตันด้วยนั่นเองค่ะ

วิตามินอี ช่วยรักษาสมดุลของเยื่อหุ้มเซลล์

ป้องกันการแตกตัวของเม็ดเลือด ให้เนื้อเยื่อในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียกง่าย ๆ ก็คือ เขามาช่วยให้ร่างกายของเพื่อน ๆ ทำงานอย่างสมดุล เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายป่วยยากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เพิ่มความอ่อนเยาว์ให้แก่ผิว ดีต่อใจสุด ๆ ไปเลยค่า

วิตามินอี เป็นเหมือน วิตามินบำรุงสายตา

ด้วยหน้าที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ความเครียดที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันบริเวณดวงตาลดน้อยลง ทำให้เพื่อน ๆ สามารถใช้ดวงตาได้ยาวนานขึ้น และมองเห็นได้ชัดขึ้นนั่นเองค่ะ เรียกได้ว่าเป็นอาหารเสริมบำรุงดวงตาที่ดีตัวนึงเลย

อาการเมื่อขาด วิตามินอี

ไม่ว่าจะเป็นวิตามินอี หรือวิตามินบำรุงร่างกายอื่น ๆ มิสซี่แนะนำให้กินในปริมาณที่เหมาะสม มากไปหรือน้อยไปก็ไม่ดีนะคะ และสำหรับใครที่ไม่รู้ว่า ฉันขาดวิตามินอีหรือเปล่านะ? อาการเวลาขาดวิตามินอี จะสังเกตได้หลัก ๆ เลยก็คือ…

  • มีความรู้สึกเหมือนกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • เดินปกติแล้วจู่ๆเกิดอาการเซ พูดไม่ค่อยชัด พูดไม่รู้เรื่อง
  • สายตาพร่ามัว มีความเบลอง่ายขึ้น
  • ป่วยง่าย เนื่องจากภูมิคุ้มกันลดลง
  • เป็นโลหิตจาง เกิดจากเม็ดเลือดแดงอ่อนตัวลง

ชนิดของ วิตามินอี

มิสซี่ต้องบอกก่อนว่า วิตามินอี เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในไขมัน มักพบได้จากพืชผักเป็นส่วนใหญ่ โดยวิตามินอีจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท 

D-Alpha-Tocopherol 

เป็น วิตามินอีจากธรรมชาติ ถูกพบได้ง่ายที่สุด และคุณภาพดีที่สุด วิตามินอี เข้มข้น มักจะอยู่ในผักใบเขียว / ถั่วเหลือง / น้ำมันข้าวโพด / น้ำมันดอกคำฝอย / ผลไม้ / ถั่ว เป็นต้น ซึ่งร่างกายจะสามารถดูดซึมได้ง่าย โดยจะซึมเข้ากระแสเลือดหลังทาน ประมาณ 6 ชั่วโมง เท่านั้น ทำให้วิตามินชนิดนี้มีคุณภาพและราคาค่อนข้างแพงนั่นเองค่ะ

Dl-Alpha-Tocopherol

เป็น วิตามินอีสังเคราะห์ โครงสร้างจะค่อนข้างแตกต่างจากวิตามินอีธรรมชาติที่พบได้ในอาหาร ทำให้ต้องทานในปริมาณที่มาก และดูดซึมได้ไม่ดีเท่าแบบแรก โดยจะซึมเข้ากระแสเลือดหลังทาน ประมาณ 12 ชั่วโมงเลยทีเดียว!  แต่ข้อดีคือราคาจะเบากว่า บวกกับไม่เสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อเทียบกับแบบธรรมชาติ ทำให้ยืดอายุในการเก็บรักษาได้นานกว่าค่ะ

จะเลือกซื้อ วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี ตัวไหนดี 2565

1. วิตามินอี บำรุงร่างกาย ที่ดีที่สุด : Blackmores Heart Health Natural Vitamin E

Blackmores Heart Health Natural Vitamin E

ราคา 995 บาท

ข้อดี
+ หาซื้อง่าย
+ รีวิวเยอะ แบรนด์ดัง

+ ความเข้มข้นสูงมาก
+ วิตามินอี จากธรรมชาติ

ข้อควรพิจารณา
– เม็ดแคปซูลอาจจะกินยากสำหรับบางคน

ถ้าต้องการ วิตามินอี เข้มข้น แบบจัดหนักจัดเต็ม และหาซื้อง่าย ต้อง วิตามิน E จากแบรนด์ Blackmores เลยค่ะ! ความเข้มข้นต่อเม็ดของเขาคือสูงมาก ๆ ที่สำคัญคือเป็น วิตามิน จากธรรมชาติ รับประกับว่าดูดซึมเข้าร่างกายของเพื่อน ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม

ถึงแม้ว่าราคาเขาจะค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ แต่ถ้าเพื่อน ๆ เป็นคนที่กำลัง ขาดวิตามินอี หรือต้องการความเข้มข้น ต้องการวิตามินที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อกอบกู้ร่างกายทั้งภายในและภายนอก

มิสซี่ว่าเป็นการลงทุนกับสุขภาพที่คุ้มค่าอยู่น้า เพื่อน ๆ ที่คิดอยู่ว่า วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี ที่เน้นความเข้มข้นสูง อาหารเสริมบำรุงร่างกายได้ดี ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมากเลยค่ะ

ปริมาณ 100 เม็ด : ราคา 990 บาท (ตกเม็ดละ 9.9 บาท)

ชนิดวิตามินอีd-alpha tocopherol 
รูปแบบแคปซูล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

2.วิตามินอี ญี่ปุ่นที่ดีที่สุด : DHC Vitamin E

DHC Vitamin E

ราคา 235 บาท

ข้อดี
+ ราคาไม่แพง
+ หาซื้อง่าย

+ แบรนด์น่าเชื่อถือ

ข้อควรพิจารณา
– ไม่มี official store ต้องเลือกร้านดีๆ

มาต่อกันที่ วิตามิน e dhc ตัวดัง ทานแล้วเห็นผลแถมราคาไม่แพงอีกด้วย คุณสมบัติของวิตามินอีตัวนี้ คือ ช่วยชอละความเสื่อมของเซลล์ ป้องกันความเสียหายจากยูวี ลดการอักเสบของผิว สมานแผลได้ไว

นอกจากนี้ยังช่วยให้ความชุ่มชื้นของผิว โดยการช่วยให้ผิวอุ้มน้ำได้ดีขึ้น เสริมการทำงานของภูมิคุ้มกันของร่างกาย ใครที่กำลังมองหาซื้อ วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี แนะนำตัวนี้มากๆเลยค่า

ปริมาณ 60 เม็ด : ราคา 235 บาท (ตกเม็ดละ 3.9 บาท)

ชนิดวิตามินอีd-alpha tocopherol 
รูปแบบเม็ด
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

3. วิตามินอี อเมริกาที่ดีที่สุด : Nature Made Vitamin E

Nature Made Vitamin E

ราคา 1,290 บาท

ข้อดี
+ ปราศจากการแต่งกลิ่นและสี
+ เม็ดซอฟเจล ทานง่าย

+ จำนวนต่อกระปุกเยอะ

ข้อควรพิจารณา
– หาซื้อได้จากร้านวิตามินนำเข้าเป็นหลัก

เปิดตัวด้วย วิตามินอี โดยรวม ที่ดีที่สุด จาก Nature Made แบรนด์จากสหรัฐอเมริกา ที่โด่งดังมาก ๆ มิสซี่เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้แน่นอนค่ะ! แบรนด์นี้นอกจากจะโด่งดังเรื่อง วิตามินซี แล้วเขายังทำ วิตามิน อี เข้มข้น มาให้เพื่อน ๆ ได้กินเสริมสร้างร่างกายกันด้วยนะ 

ด้วยสารสกัดจากพืชธรรมชาติและการสังเคราะห์ ที่เพิ่มประสิทธิภาพของร่างกายให้แข็งแรงพร้อมทั้งต้านอนุมูลอิสระไปในตัว ที่สำคัญคือเขาช่วยในเรื่องของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ พร้อมดูแลเม็ดเลือดแดง ให้สมดุล เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มความแข็งแรง+ชะลอริ้วรอย ให้ผิวยังคงอ่อนเยาว์ไปพร้อมกันค่า ใครกำลังลังเล วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี มิสซี่เชียร์ตัวนี้เลยน้า

ปริมาณ 350 เม็ด : ราคา 1,290 บาท (ตกเม็ดละ 3.68 บาท)

ชนิดวิตามินอีdl-alpha tocopherol
รูปแบบซอฟท์เจล 
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1-2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

4. วิตามินอีผิวขาว ที่ดีที่สุด : Life Extension Super Selenium Complex & Vitamin E

Life Extension Super Selenium Complex & Vitamin E

ราคา 550 บาท

ข้อดี
+ บำรุงผิวขาวใส
+ จำนวนต่อกระปุกกินได้นาน

+ ต้านอนุมูลอิสระ

ข้อควรพิจารณา
– รูปแบบแคปซูล อาจะทานยากในบางคน

วิตามินอี ผิวขาว จากแบรนด์ดัง Life Extension ที่เสิร์ฟสูตรความขาวให้สาว ๆ แบบปลอดภัย อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากตัวนี้จะเป็นวิตามินอีแล้ว เขายังมี Selenuim ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้เกิด กลูต้าไธโอน สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สาว ๆ มีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งขึ้น ผิวนุ่ม ชุ่มชื้นขึ้น

และยังได้เสริมภูมิคุ้มกันไปในตัว เพราะทั้ง Vitamin E + Selenuim มีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำหน้าที่เทียบเท่ากับ วิตามินซี เลยค่ะ! ดังนั้นเพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจเรื่องผิวพรรณเป็นพิเศษ กำลังเลือกซื้อ วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้เป็นคำตอบที่ดีมาก ๆ ตัวหนึ่งเลยค่า

ปริมาณ 100 เม็ด : ราคา 550 บาท (ตกเม็ดละ 5.5 บาท)

ชนิดวิตามินอีd-alpha tocopherol
รูปแบบแคปซูล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1 เม็ด หลังอาหารทันที

5. วิตามินซีและอี ที่ดีที่สุด : Puritan’s Pride Vitamin C & E

Puritan's Pride Vitamin C & E

ราคา 685 บาท

ข้อดี
+ ตัวดัง รีวิวเยอะ
+ ผสมวิตามินซี

+ เม็ดนิ่ม กลืนง่าย

ข้อควรพิจารณา
– ไม่มี official store ซื้อได้จากร้านวิตามินนำเข้า

มีเพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังมองหา วิตามินอี และ ซี กินควบคู่กันอยู่ไหมเอ่ย? มิสซี่ขอแนะนำวิตามินอี จาก Puritan’s Pride แบรนด์คุ้นหูอีกตัวจากสหรัฐอเมริกา ที่ทำวิตามินคู่กันแล้วได้ผลลัพธ์สุดปัง! จริง ๆ แล้วทางแบรนด์มีทำวิตามินอีโดยเฉพาะเอาไว้ด้วยเช่นกันนะคะ

แต่ด้วยความที่คนส่วนใหญ่นิยมกินวิตามินอี และ ซี ควบคู่กันมากกว่า เพราะได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในตัว และ บำรุงผิวพรรณไปด้วย ตัวนี้มีทั้ง วิตามินอี บริสุทธิ์ และ วิตามินอี สังเคราะห์ แต่ยังคงคุณภาพอัดแน่นเต็มกระปุก เพื่อน ๆ คนไหนกำลังคิดว่า จะเลือกซื้อ วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้เหมาะที่สุดเลยค่า

ปริมาณ 100 เม็ด : ราคา 685 บาท (ตกเม็ดละ 6.8 บาท)

ชนิดวิตามินอีdl-alpha tocopherol / d-alpha tocopherol 
รูปแบบซอฟท์เจล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

6. วิตามินอีคุ้มค่ามากที่สุด : Kirkland Vitamin E

Kirkland Vitamin E

ราคา 685 บาท

ข้อดี
+ หนึ่งกระปุกทานได้นาน
+ วิตามินอี สังเคราะห์ สูตรเข้มข้น

+ คุ้มค่าคุ้มราคา

ข้อควรพิจารณา
– ได้เยอะมาก ควรทานเก็บรักษาดีๆ

ใครเป็นมือใหม่หัดกินวิตามินอี กำลังคิดว่า วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี มิสซี่อยากให้ลองวิตามินอีจาก Kirkland Signature เลยค่ะทุกคน! ด้วยตัวแบรนด์เขารับประกันในคุณภาพอยู่แล้ว แถมยังมีความเข้มข้นสูง เหมาะกับคนที่มองหาวิตามินอีที่ราคาเข้าถึงง่าย ทานได้นาน ตัวเม็ดเป็นแบบซอฟท์เจล กลืนง่ายไปอีก

มิสซี่ย้ำเลยว่าตัวนี้ห้ามพลาดเลยนะคะ ถึงจะเป็นวิตามินอีสังเคราะห์แต่เขาเคลมเรื่องความเข้มข้นต่อเม็ดค่อนข้างสูงเลยทีเดียว ดังนั้นเพื่อน ๆ ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ ใครอยากได้วิตามินอี ที่กินได้นาน ๆ คุณภาพคุ้มราคา อยากเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และต่อต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ครบ จบ ในกระปุกเดียวไปเลยจ้า

ปริมาณ 500 เม็ด : ราคา 685 บาท (ตกเม็ดละ 1.37 บาท)

ชนิดวิตามินอีdl-alpha tocopherol
รูปแบบซอฟท์เจล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

7. วิตามินอีถูกและดีที่สุด : 21st Century Vitamin E

21st Century Vitamin E

ราคา 279 บาท

ข้อดี
+ ราคาไม่แพง
+ เม็ดนิ่ม กลืนง่าย

+ หาซื้อง่าย

ข้อควรพิจารณา
– ซื้อได้จากร้านวิตามินนำเข้าเป็นหลัก

21st Century ใครได้ยินก็ต้องร้องอ๋อ! อย่างที่เพื่อน ๆ รู้กันว่าแบรนด์นี้เขาทำวิตามินออกมาเยอะมาก ๆ ทั้ง วิตามินรวม และ วิตามินบำรุงร่างกาย ต่าง ๆ ไม่เว้นแม้แต่ วิตามินอี ต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่เน้นบำรุงเยื่อหุ้มเซลล์ และ ช่วยให้เม็ดเลือดแดงแตกตัวยากขึ้น

ตัวนี้กินง่ายมาก ๆ ปริมาณต่อกระปุกอาจจะไม่เยอะมาก แต่ก็ทำให้กินหมดไวขึ้น ลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของวิตามินไปด้วยกันตัว แถมราคาเขายังน่าคบหาด้วย! เหมาะกับคนงบน้อย แต่เน้นคุณภาพปัง ๆ ไปอีก ใครกำลังเล็งว่า วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้ตอบโจทย์ได้มากเลยน้า

ปริมาณ 110 เม็ด : ราคา 279 บาท (ตกเม็ดละ 2.53 บาท)

ชนิดวิตามินอีdl-alpha tocopherol 
รูปแบบซอฟท์เจล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1-2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

8. วิตามินอี บำรุงผิวที่ดีที่สุด : SOLGAR Naturally Sourced Vitamin E

SOLGAR Naturally Sourced Vitamin E

ราคา 790 บาท

ข้อดี
+ วิตามีนอี บริสุทธิ์
+ เหมาะกับคนที่ต้องการวิตามินอีจากธรรมชาติ

ข้อควรพิจารณา
– ราคาต่อเม็ดค่อนข้างสูง

ใครสาวก วิตามินอี จากธรรมชาติ ต้องอุดหนุนวิตามินอีจากแบรนด์ Solgar เลยค่ะทุกคน มิสซี่ภูมิใจนำเสนอมาก ๆ เลย เพราะเขาเครมเรื่องวัตถุดิบจากธรรมชาติ ส่งผลให้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายง่าย และได้ประสิทธิภาพที่สูงเอาเรื่องเลยค่ะ

นอกจากจะเป็น D-Alpha Tocopherol แล้ว เขายังมี D-Gamma / D-Delta และ D-Beta Tocopherol  ผสมร่วมด้วย นับว่าอัดแน่นไปด้วยคุณภาพเต็มกระปุกกันไปเลยค่ะซิส! เหมาะกับคนที่ขาด Vitamin E หรือ ผิวพรรณค่อนข้างทรุดโทรมอย่างหนัก ใครกำลังเลือกซื้อ วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี ต้องแบรนด์นี้เลยค่ะ มิสซี่รับประกันความปังของผลลัพธ์เลย

ปริมาณ 100 เม็ด : ราคา 790 บาท (ตกเม็ดละ 7.9 บาท)

ชนิดวิตามินอีd-alpha tocopherol / d-gamma tocopherol / d-delta tocopherol / d-beta tocopherol
รูปแบบซอฟท์เจล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

9. วิตามินอี ต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุด : Vistra Astaxanthin 6 Mg Plus Vitamin E 

Vistra Astaxanthin 6 Mg Plus Vitamin E 

ราคา 690 บาท

ข้อดี
+ หาซื้อง่าย
+ สารสกัดจาก astaxanthin

+ เหมาะกับคนที่ต้องฟื้นฟูผิว+สายตาเป็นพิเศษ

ข้อควรพิจารณา
– ราคาต่อเม็ดค่อนข้างสูง

อยากบำรุงสายตา พร้อม ๆ กับฟื้นฟูผิวไปด้วยในตัว มิสซี่แนะนำ วิตามินอี บำรุงสายตา จากแบรนด์ Vistra เลยค่ะ ตัวนี้เขาเน้นสารสกัดส่วนใหญ่มาจาก Astaxanthin ซึ่งมีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี

พร้อมทั้งบำรุงประสาทตา ลดความเสี่ยงของเซลล์นัยน์ตาเสื่อมอีกด้วย! งานนี้ได้ทั้งผิว ทั้งสายตา และร่างกายที่แข็งแรงขึ้นไปอีก สาว ๆ คนไหนที่อยากบำรุงจุดนี้เป็นพิเศษ แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่า วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี ต้องจัดตัวนี้ไปลองกันสักกระปุกแล้วค่า

ปริมาณ 30 แคปซูล : ราคา 690 บาท (ตกเม็ดละ 23 บาท)

ชนิดวิตามินอีd-alpha tocopherol 
รูปแบบแคปซูล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1-2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

10. วิตามินอี ลดริ้วรอย ที่ดีที่สุด : Mega We Care Natural Vitamin E

Mega We Care Natural Vitamin E

ราคา 250 บาท

ข้อดี
+ ราคาไม่แพง
+ วิตามินอีจากธรรมชาติ

+ แบรนด์น่าเชื่อถือ

ข้อควรพิจารณา
– เม็ดแคปซูล อาจจะกินยากสำหรับบางคน

อายุเพิ่มขึ้น ริ้วรอยก็เริ่มถามหา! ใครไม่อยากแก่เร็ว ให้ลองซื้อ วิตามินอี จากแบรนด์ Mega We Care มาลองกินกันดูนะคะ ตัวนี้เป็น วิตามินสูตรธรรมชาติ พร้อมชะลอริ้วรอย และ บำรุงระบบภายในของร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม เช่น เซลล์ประสาท / ระบบสืบพันธุ์ / การทำงานของตับ / กล้ามเนื้อ และอื่น ๆ อีกมากมาย

เรียกได้ว่าบำรุงจบในตัวเดียวเลยค่ะ! สำหรับใครที่หาซื้อ วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้มิสซี่เชียร์ให้ลองเลยค่า โดยเฉพาะสาว ๆ ที่เริ่มมีริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน แลดูโทรม ยิ่งต้องเร่งบำรุงด่วนเลยนะคะ อย่าหาว่ามิสซี่ไม่เตือนน้า

ปริมาณ 30 เม็ด : ราคา 250 บาท (ตกเม็ดละ 8.33 บาท)

ปริมาณ 30 เม็ด : ราคา 250 บาท (ตกเม็ดละ 8.33 บาท)

ชนิดวิตามินอีd-alpha tocopherol 
รูปแบบแคปซูล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1-2 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

11. วิตามินอี ธรรมชาติที่ดีที่สุด : Sundown Naturals Vitamin E

Sundown Naturals Vitamin E

ราคา 420 บาท

ข้อดี
+ ปราศจากกลูเตน / นม / และรสชาติเทียม
+ มีความปลอดภัยสูง

+ ไม่มีโซเดียม ไม่ทำให้บวมน้ำ

ข้อควรพิจารณา
– หาซื้อยาก

วิตามินอี จากแบรนด์ Sundown Naturals เกิดมาสำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการความปลอดภัยแบบ 100% เหมาะกับคนที่กังวลในเรื่องของผลข้างเคียงต่าง ๆ ต้องการ วิตามินอี ที่ปลอดภัยที่สุด มิสซี่แนะนำเลยว่าตัวนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนค่ะ!

แถมสารสกัดจากการสังเคราะห์ ยังเป็นแบบ Non-GMO คือไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม เรียกว่าทุกกระบวนการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผู้บริโภคก็กินได้อย่างสบายใจเช่นกัน ใครมองหา วิตามินอี ปลอดภัยสูง ในราคาจับต้องได้ และยังไม่ได้ตัดสินใจว่า วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้ช่วยคลายความกังวลของเพื่อน ๆ ได้แน่นอนค่ะ!

ปริมาณ 100 เม็ด : ราคา 420 บาท (ตกเม็ดละ 4.2 บาท)

ชนิดวิตามินอีdl-alpha tocopherol 
รูปแบบซอฟท์เจล
ขนาดรับประทานต่อวันกินวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร

วิธีเลือกซื้อ “วิตามินอี”

ความเข้มข้น 

เพื่อน ๆ ควรกินวิตามินอี ในปริมาณที่เหมาะสมกับอายุ และ ร่างกายของตัวเองเป็นหลัก ซึ่งสามารถกินได้ตามข้อมูลสากลโดยอิงที่อายุได้เลยค่ะ หรือเพื่อความชัวร์ มิสซี่แนะนำว่า เราสามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ปริมาณวิตามินอีที่ชัดเจนก็ได้เช่นกันนะคะ

ควรมีมาตรฐานรองรับ

วิตามินอีที่เราเลือกกินเข้าสู่ร่างกาย แน่นอนว่าควรจะต้องใส่ใจ และดูรายละเอียดของตัวสินค้าแต่ละแบรนด์ให้ถี่ถ้วนมาก ๆ เลยค่ะ แบรนด์ควรที่จะมีความน่าเชื่อถือ ร้านค้าที่ขายก็ต้องน่าเชื่อถือ ราคาต้องไม่ถูกกว่าร้านอื่น และแพงกว่าร้านอื่นจนเกินไป สามารถดูรีวิวควบคู่เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้นได้ด้วยนะคะ

ส่วนผสม

เพื่อน ๆ ควรเลือกกินวิตามินอี ที่มีส่วนผสมที่เหมาะสมกับร่างกายของตัวเองจะดีที่สุดค่ะ เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นก่อนเลือกซื้อแบรนด์ไหนก็ตาม มิสซี่อยากเตือนให้เพื่อน ๆ เลือกดูตรงส่วนผสมให้ดีก่อนนะคะ ว่ามีตัวไหนที่เราแพ้ หรือตัวไหนที่เราต้องการเป็นพิเศษ

ทา Vitamin E Oil vs. อาหารเสริมวิตามินอี

ปัจจุบันมีทั้ง วิตามินอี แบบทา และ วิตามินอี แบบรับประทาน ซึ่งทั้ง 2 แบบนี้ให้โยชน์โดยเน้นไปคนละแบบ ขึ้นอยู่กับเพื่อน ๆ ว่าต้องการเพิ่มวิตามินอี ด้วยผลลัพธ์แบบไหนกันนะคะ 

Vitamin E Oil หรือ วิตามินอี แบบทา จะส่งผลโดยตรงต่อผิวของเพื่อน ๆ มากที่สุด ทำหน้าที่เป็น

  • มอยเจอร์ไรเซอร์ ลดความแห้งกร้านของผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น  
  • ช่วยลดเลือนรอยแผลเป็น ให้จางไว+นุ่มขึ้น
  • ช่วยลดเลือนริ้วรอย 
  • ลดอาการผิวไหม้ผิวหมองคล้ำ ที่เกิดจากแสง UV

อาหารเสริมวิตามินอี หรือที่เรียกว่า วิตามินอี แบบทาน จะส่งผลกับภายในร่างกายออกสู่ภายนอก

  • ส่งผลต่อเยื่อหุ้มเซลล์โดยตรง
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายแข็งแรง
  • ลดอาการป่วยที่เกิดจากเม็ดเลือดแดง และสายตา

แหล่งอาหาร วิตามินอีสูง

อย่างที่สาว ๆ รู้กันดีว่า วิตามินอี เข้มข้น มักพบตามผัก / เมล็ดพันธุ์ / น้ำมันบางชนิด และมิสซี่เองก็ได้คัดสรรตัวอย่าง แหล่งอาหารที่มี วิตามินอีสูง และหากินได้ไม่ยาก มาฝากกันด้วยนะคะ

  • เมล็ดทานตะวัน
  • อัลมอนด์
  • น้ำมันจมูกข้าวสาลี
  • น้ำมันเฮเซลนัท
  • น้ำมันดอกทานตะวัน
  • น้ำมันอัลมอนด์
  • หอยเป๋าฮื้อ
  • ถั่วลิสง
  • แซลมอนแอตแลนติก
  • อะโวคาโด
  • พริกหวานแดง
  • มะม่วง
  • ผักกาดเขียว
  • กีวี

เป็นต้น

คำถามที่พบบ่อย

วิตามินอี กินตอนไหน?

วิตามินอีควรกินควบคู่กับมื้ออาหาร เนื่องจากเป็นวิตามินที่ละลายได้ดีมาก ๆ ในไขมัน ดังนั้นถ้าเพื่อน ๆ อยากให้วิตามินอีทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มิสซี่ขอแนะนำว่าให้กินควบคู่กับมื้ออาหารเลยค่ะ ยิ่งอาหารที่มีไขมันมาก ก็จะยิ่งละลายได้ไวและดูดซึมไวยิ่งขึ้น จะกินระหว่างมื้อ หรือหลังอาหารทันทีเลยก็ได้ค่า

วิตามินอี ช่วยอะไรผิว?

วิตามินอีช่วยบำรุงผิว โดยการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ เคยได้ยินไหมคะว่า อยากผิวสวย ผิวนุ่ม ต้องวิตามินอีเลย! ใช่แล้วค่ะ วิตามินอีเป็น วิตามินบำรุงผิว ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ชะลอริ้วรอย และมอบความชุ่มชื้นให้แก่ผิวของสาว ๆ มากขึ้น จะเป็นแบบทา หรือแบบกินก็บำรุงผิวเช่นกัน แต่ถ้าสาว ๆ เน้นที่บำรุงผิวเป็นหลัก มิสซี่แอบแนะนำให้ใช้แบบทาจะเห็นผลชัดเจนมากกว่านะคะ ^^ 

วิตามินอี รูปแบบใดดีที่สุด?

วิตามินอี แบบ D-Alpha-Tocopherol เป็นรูปแบบดีที่ดีที่สุดต่อร่างกายค่ะ เนื่องจากเป็น วิตามินอีจากธรรมชาติ หาได้ง่าย ทั้งจากผัก / ผลไม้ / และถั่วต่าง ๆ อีกทั้งยังดูดซึมเข้าร่างกายได้ดีที่สุด เป็นชนิดที่ดีต่อร่างกายคนเรามากที่สุดเลยค่ะ

วิตามินอี ควรกินเท่าไหร่ต่อวัน?

ปริมาณวิตามินอี ที่ควรบริโภคโดยทั่วไปต่อวัน ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ สามารถกินได้ในปริมาณตามนี้เลยค่ะ
อายุ 1-6 เดือน สามารถบริโภค 4 mg/วัน
อายุ  7-12 เดือน สามารถบริโภค 5 mg/วัน
อายุ 1-3 ปี สามารถบริโภค 6 mg/วัน
อายุ 4-8 ปี สามารถบริโภค 7 mg/วัน
อายุ 9-13 ปี สามารถบริโภค 11 mg/วัน
อายุ 13 ปี ขึ้นไป สามารถบริโภค 15mg/วัน

วิตามินอี ควรกินตอนเช้า หรือตอนกลางคืน?

จริง ๆ แล้วเราสามารถทานวิตามินอีได้ทั้ง เช้า และ เย็น ควบคู่กับมื้ออาหารได้เลยค่ะ แต่ด้วยวิตามินอีมีผลในการป้องกันระบบประสาทและสมอง ถ้าเลือกได้ มิสซี่อยากให้เพื่อน ๆ ทานในตอนกลางคืน หรือตอนเย็น จะดีที่สุดค่ะ 

วิตามินอี ดีต่อผู้หญิงอย่างไร?

สำหรับผู้หญิงแล้ว วิตามินอี ช่วยปรับปรุงการตอบสนองของเยื่อบุโพรงมดลูก โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีภาวะมีบุตรยากโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งยังช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ช่วยลดโอกาสแท้ง และยังปรับฮอร์โมนให้ด้วย ดีต่อใจสาว ๆ เป็นที่สุดเลยค่า

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับ วิตามินอี ยี่ห้อไหนดี [ข้อดี-ข้อเสีย] ที่มิสซี่หยิบมาแนะนำเพื่อน ๆ กัน หวังว่าจะช่วยให้ตัดสินใจเลือกวิตามินอีมากินกันง่ายขึ้นนะคะ ^^ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ไหน มิสซี่แนะนำว่า ควรเลือกที่เหมาะกับตัวเอง ในแบบที่ตัวเองชอบดีที่สุด และอย่าลืมว่า การบริโภควิตามินควรอยู่ในปริมาณที่พอดี เหมาะสมกับอายุ และร่างกายของเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ มิสซี่เป็นห่วง อย่าลืมดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ และทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่กันไปด้วยนะคะ มิสซี่ขอให้เพื่อน ๆ แฮปปี้กับร่างกายของตัวเองกันมากขึ้นค่า

ที่มาข้อมูล

  1. https://www.healthline.com/health/all-about-vitamin-e#58.-Other-potential-health-benefits 
  2. https://www.verywellfit.com/vitamin-e-supplements-what-you-need-to-know-90042 
  3. https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-954/vitamin-e
Lamood

Lamood

สวัสดีค่า ยินดีที่ได้รู้จักสาวๆมิสซี่ทุกคนนะคะ :-) มายด์เป็นหนึ่งในนักเขียน MizzyReview ที่จะมาแชร์ คอนเทนต์ Tips & Tricks เกี่ยวกับ สกินแคร์ เมคอัพ และไอเท็มต่างๆ ที่จะช่วยให้ไลฟสไตล์ของเพื่อนๆ มีชีวิตชีวามากขึ้น อะไรที่เขาว่าเด็ดว่าดี บอกเลยว่าไม่มีพลาดแน่นอนค่ะ!