รีวิวแนะนำ 10 วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี 2022 [ข้อดี-ข้อเสีย]

ก่อนอื่นเลย วิตามินดี เป็นสารอาหารจำเป็น ที่หลายคนไม่ค่อยรู้ ซึ่งเจ้าวิตามิน D เนี่ย มีประโยชน์เยอะมากกกก โดยปกติแล้วร่างกายเรา จะสามารถสังเคราะห์วิตามินดี ได้เองตามธรรมชาติค่ะ แต่ก็ต่อเมื่อเราได้รับแสงแดดเท่านั้น บางทีการทำงานในออฟฟิศตลอด อาจทำให้สาวๆขาดวิตามินดีๆได้

ซึ่งการได้รับวิตามินดีนั้นสำคัญมากๆเลยนะคะ เค้าเป็นตัวช่วยดูดซึมแคลเซียม รักษาและเสริมสร้างกระดูก รวมถึงป้องกันโรคต่างๆ ได้ด้วยค่า พอรู้จักวิตามินดีกันคร่าวๆ แล้ว ไปดูกันดีกว่าค่ะ ว่าวิตามินดีมีความสำคัญยังไงอีกบ้าง

วันนี้ มิสซี่จะพาเพื่อนๆ ทุกคนมาทำความรู้จักกับ วิตามิน D พร้อมกับแนะนำว่าซื้อ วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี ให้เพื่อนๆ เลือกซื้อกันค่าไปกันเลย!

TOP 3 วิตามินดี ที่ดีที่สุด

#1 California Gold Nutrition Vitamin D3

ราคา 189 บาท

#2 Now Foods, Vitamin D-3 5,000 IU

ราคา 299 บาท

#3 Puritan’s Pride Vitamin D3

ราคา 235 บาท

วิตามินดี ช่วยอะไร

วิตามินดี เป็นสารอาหารที่จำเป็น และมีบทบาทที่สำคัญ ต่อสุขภาพของเรามากๆ เลยค่ะ ซึ่งวิตามินดี มีหน้าที่หลัก ในการดูดซึมแคลเซียมโดยเฉพาะ ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกบาง (Osteopenia) และกระดูกพรุน (Osteoporosis)

และคุณสมบัติพิเศษ ที่หลายคนยังไม่รู้ คือ วิตามินดี มีโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมนเพศ ทำให้มีบทบาทสำคัญมากๆ ต่อการควบคุมกระบวนการในร่างกาย เช่น ช่วยลดฮอร์โมนพาราไทรอยด์ ป้องกันการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูก เพิ่มการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน

วิตามินดี ยังช่วยให้สมองหลั่ง สารเซโรโทนิน มากขึ้น มีผลช่วยลดความเครียด ภาวะซึมเศร้าได้ดี ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆ ช่วยชะลอวัยของผิว ด้วยนะคะ

นอกจากนี้ ยังช่วยควบคุมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน มีงานวิจัยบอกว่าวิตามินดี ช่วยต้านโรคมะเร็งต่างๆ อย่าง โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก

ดังนั้น หากเราขาดวิตามินดี อาจส่งผลให้ร่างกายเราอ่อนแอ ไวต่อการติดเชื้อ และเกิดโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองได้ รวมถึงอาจเป็นปัจจัยก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วนได้

แต่ว่าตอนนี้ ยังคงมีการวิจัยเพิ่มเติมอยู่เรื่อยๆ เพื่อดูว่าวิตามินดี จะส่งผลต่อร่างกายยังไงบ้าง และอาหารเสริมเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ร่างกาย แค่ไหนค่ะ

อาการเมื่อขาดวิตามินดี

ในวัยผู้ใหญ่ หากมีภาวะขาดวิตามินดี อาจทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น

  • กล้ามเนื้อเต้นกระตุก
  • อารมณ์แปรปวน
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดตามกระดูกหรือกล้ามเนื้อ
  • ข้อต่อแข็ง
  • อ่อนแรง

ทั้งนี้ภาวะขาดวิตามินดีมีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงของ โรคกระดูกพรุน หกล้มได้ง่ายขึ้น และกระดูกหัก

ส่วนในวัยเด็กอาจมีอาการจากภาวะขาดวิตามินดี เช่น

  • หงุดหงิดง่าย
  • อ่อนแรง ซึม
  • พัฒนาการล่าช้ากว่าปกติ
  • การเปลี่ยนแปลงของกระดูก
  • กระดูกหัก

แต่ในบางกรณีการขาดวิตามินดี ก็อาจไม่ทำให้เกิดอาการใดๆ ที่เห็นได้ชัดได้ ทำให้วินิจฉัยได้ยาก ต้องใช้วิธีการตรวจเลือดเพื่อเช็คค่า

จะเลือกซื้อ วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี?

1. วิตามินดี โดยรวมที่ดีที่สุด – California Gold Nutrition Vitamin D3

ราคา 189 บาท

ข้อดี
+ ขนาดเล็ก ทานง่าย
+ ราคาไม่แพง

+ มีวิตามินดีเข้มข้น

ข้อควรพิจารณา
– มีส่วนผสมจากปลา ผู้ที่แพ้อาหารทะเลควรระวัง

วิตามินดี3 แบบซอฟเจล แคปซูลนิ่มมากก เพราะผลิตจากเจลาตินปลา และมีขนาดเล็ก ผิวสัมผัสลื่น ทำให้กลืนได้ง่ายมากๆ ค่ะ ตัวนี้มาจากสหรัฐอเมริกา ทางแบรนด์จะมีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ คือ แบบ 50 mcg และ 125 mcg ที่มีความเข้มข้นของวิตามินดีสูง

และที่สำคัญตัวนี้ผลิตในโรงงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียน cGMP ผ่านการตรวจสอบจากบุคคลภายนอก ไม่มีส่วนผสมที่มีสารก่อภูมิแพ้แน่นอนค่ะ และยังมีส่วนผสมของน้ำมันจากดอกคำฝอย ที่มีคุณภาพที่ดีกว่าน้ำมันพืชทั่วๆ ไป ใครที่อยากลองรับประทานวิตามินดี แต่ยังไม่รู้ว่า วิตามินดี ยีห้อไหนดี กลืนง่าย เม็ดเล็ก มิสซี่แนะนำตัวนี้สุดๆ ต้องลองเลยค่ะ

ปริมาณ 90 เม็ด: ราคา 189 บาท (ตกเม็ดละ 2.1 บาท)

รูปแบบซอฟท์เจลขนาดรับประทานวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหาร
ความเข้มข้น5,000 IUแบรนด์จากสหรัฐอเมริกา
ส่วนผสมบำรุงอื่นๆน้ำมันดอกคำฝอย Non-GMOคะแนน5/5

2. วิตามินดี โดยรวมดีที่สุด (รองลงมา) – Now Foods, Vitamin D-3 High Potency

ราคา 299 บาท

ข้อดี
+ ปริมาณเยอะ รับประทานได้นาน
+ มีให้เลือกหลายเข้มข้น

+ เม็ดเล็ก กลืนได้ง่าย

ข้อควรพิจารณา
– คนที่เป็นวีแกนทานไม่ได้

วิตามินดี3 จากแบรนด์สหรัฐอเมริกา ที่มีให้เลือกความเข้มข้นได้หลากหลายมากค่ะ ตั้งแต่ 25 mcg ไปจนถึง 250 mcg เลยทีเดียว ส่วนตัวแคปซูลผลิตจาก เจลาตินจากสัตว์ตระกูลวัว น้ำ และกลีเซอรีน

มีส่วนผสมจากน้ำมันมะกอก ที่เป็นน้ำมันพืชที่มีคุณภาพ แถมแบรนด์นี้ราคาไม่แรงมากด้วย เพื่อนๆ คนไหน สนใจรับประทานวิตามินดี แต่อยากได้ วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี ที่ดีและ รับประทานได้นาน ตัวนี้เหมาะแน่นอน

ปริมาณ 120 เม็ด: ราคา 299 บาท (ตกเม็ดละ 2.5 บาท)

รูปแบบซอฟท์เจลขนาดรับประทานวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหาร
ความเข้มข้น1,000 – 10,000 mcg IUแบรนด์จากสหรัฐอเมริกา
ส่วนผสมบำรุงอื่นๆน้ำมันมะกอกคะแนน5/5

3. วิตามินดี รีวิวเยอะที่สุด – Puritan’s Pride Vitamin D3

ราคา 235 บาท

ข้อดี
+ เม็ดเล็ก กลืนง่าย
+ ไม่มีกลิ่น

+ รีวิวดีมาก

ข้อควรพิจารณา
– ไม่มีร้าน official ต้องซื้อจากร้านวิตามินนำเข้า

ตัวนี้มีวิตามินดี3 ที่มีความเข้มข้นอยู่ที่ 125 mcg ซึ่งถือว่ากำลังดีเลยค่ะ แต่จริงๆ ทางแบรนด์มีขายแบบ 250 mcg ด้วย แต่ปริมาณนั้น แนะนำให้กินเฉพาะคนที่มีภาวะขาดวิตามินดีอย่างแรง และต้องอยู่ในการควบคุมของผู้เชี่ยวชาญด้วยค่า ถือว่าเป็นวิตามินดีที่มีความเข้มข้นสูงที่สุด ที่พอจะหาได้ในประเทศไทยเลยค่ะ

ตัวนี้มีส่วนผสมของ น้ำมันดอกคำฝอย และน้ำมันดอกทานตะวัน ซึ่งมีคุณภาพที่ดี ปลอดภัยต่อสุขภาพแน่นอนค่ะ ใครกำลังมองหา วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี ที่คุ้มค่า และมีคุณภาพ แบรนด์นี้ก็ตอบโจทย์น้า

ปริมาณ 100 เม็ด: ราคา 235 บาท (ตกเม็ดละ 2.35 บาท)

รูปแบบซอฟท์เจลขนาดรับประทานวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหาร
ความเข้มข้น5,000 IUแบรนด์จากสหรัฐอเมริกา
ส่วนผสมบำรุงอื่นๆน้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันดอกทานตะวันคะแนน5/5

4. วิตามินดี แบรนด์ญี่ปุ่นที่ดีที่สุด – DHC Vitamin D

ราคา 166 บาท

ข้อดี
+ เหมาะกับคนทั่วไป สามารถทานได้ทุกวัน
+ เม็ดเล็กมาก กลืนง่าย

+ ราคาไม่แพง

ข้อควรพิจารณา
– ความเข้มข้นของวิตามินดีน้อย

วิตามินดี จากแบรนด์ญี่ปุ่น มาพร้อมกับแพ็คเกจถุงซิปล็อก น่ารัก พกพาง่าย แต่ความเข้มข้นของวิตามินดีตัวนี้ จะอยู่ที่ 25 mcg เท่านั้นค่ะ ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย แต่เหมาะกับทานเป็นประจำ ในทุกๆ วัน

ทางแบรนด์ผลิตออกมา 2 รูปแบบ คือ 30 วัน และ 60 วัน หรือก็คือ 30 เม็ด หรือ 60 เม็ด ทำให้กินหมดได้ไว และคนที่เพิ่งเริ่มต้นทานวิตามินดี สามารถลองเลือกรับประทานเพียงแค่ 30 วันก่อนได้ ไม่เสียดายเงิน หากทานแล้วไม่ชอบค่ะ เพื่อนๆ ที่สนใจอยากลองทาน แต่ไม่รู้ว่า วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้เป็นตัวเลือกที่ดีเลยค่า

ปริมาณ 60 เม็ด: ราคา 166 บาท (ตกเม็ดละ 2.76 บาท)

รูปแบบเม็ดขนาดรับประทานวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหาร
ความเข้มข้น1,000 IUแบรนด์จากญี่ปุ่น
ส่วนผสมบำรุงอื่นๆคะแนน4.5/5

5. วิตามินดี คนนิยมทานมากที่สุด – Blackmores Bio Calcium+D3

ราคา 367 บาท

ข้อดี
+ ผสมแคลเซียม
+ ทานได้ทุกวัน

+ เป็นที่นิยม

ข้อควรพิจารณา
– เม็ดใหญ่ อาจทานยาก

วิตามินดี3 สัญชาติออสเตรเลีย ที่มีชื่อเสียงในไทย หลายๆ คนที่รับประทานวิตามินดีอยู่แล้ว น่าจะรู้จัก หรือเคยได้ยินกันมาบ้างค่ะ ตัวนี้ความเข้มข้นของวิตามินดี3 จะอยู่ที่ 25 mcg ซึ่งถือว่าน้อย แต่ทำให้เราสามารถรับประทานได้ทุกวัน ไม่มากเกินไป ปลอดภัยต่อร่างกาย ไม่มีส่วนผสมอื่นเพิ่มเติม

ทำให้ได้รับวิตามินดี3 ได้อย่างเต็มที่ เพื่อนๆ คนไหนที่อยากได้ วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี มิสซี่แนะนำตัวนี้เลยค่า แบรนด์นี้ เชื่อถือได้แน่นอน

ปริมาณ 60 เม็ด: ราคา 367 บาท (ตกเม็ดละ 6.12 บาท)

รูปแบบเม็ดขนาดรับประทานวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหาร
ความเข้มข้น200 IUแบรนด์จากออสเตรเลีย
ส่วนผสมบำรุงอื่นๆแคลเซียมคะแนน5/5

6. วิตามินดี บำรุงร่างกายที่ดีที่สุด – Puritan’s Pride Probiotic 10 with Vitamin D

ราคา 789 บาท

ข้อดี
+ ผสมโพรไบโอติก ช่วยเรื่อง gut health
+ เม็ดแคปซูล กลืนง่าย

+ ไม่มีรสขม

ข้อควรพิจารณา
– ราคาค่อนข้างสูง

วิตามินดี3 โพรไบโอติก มีส่วนผสมของจุลินทริย์ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายถึง 10 ชนิดด้วยกัน จำนวน 20 พันล้านตัว ช่วยย่อยอาหารและการขับถ่ายได้ดี ปรับการเคลื่อนไหวของลำไส้ ลดอาการกรดไหลย้อน ส่งผลให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดีขึ้น บอกได้เลยว่า

นอกจากจะได้วิตามินดีแล้ว ยังได้ประโยชน์อื่นๆ จากตัวนี้ด้วย เพียงแค่เม็ดเดียวก็ดูแลสุขภาพได้เยอะมากกกก ถึงความเข้มข้นของวิตามินดี3 จะอยู่ที่ 25 mcg ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่น้อย แต่ถ้าเทียบกับคุณสมบัติอื่นๆ แล้ว บอกเลยว่าคุ้มกับราคามากค่ะ เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย ลำไส้ ที่กำลังมองหาอาหารเสริม วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี มิสซี่ว่าตัวนี้เหมาะมากเลยค่ะ

ปริมาณ 120 เม็ด : ราคา 789 บาท (ตกเม็ดละ 6.58 บาท)

รูปแบบแคปซูลขนาดรับประทานวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหาร
ความเข้มข้น1,000 IUแบรนด์จากสหรัฐอเมริกา
ส่วนผสมบำรุงอื่นๆโพรไบโอติก จุลินทรีย์คะแนน4.5/5

7. วิตามินดี คุ้มค่ามากที่สุด – Kirkland Signature D3

ราคา 565 บาท

ข้อดี
+ ปริมาณเยอะ ทานได้นาน
+ ไม่มีกลิ่น

+ คุ้มค่าคุ้มราคา

ข้อควรพิจารณา
– ไม่มีร้าน official ซื้อได้จากร้านวิตามินนำเข้าเท่านั้น

วิตามินดี3 ตัวนี้คุ้มค่าสุดๆ เพราะกระปุกใหญ่ มี 600 เม็ด แถมเป็นแบบซอฟเจล เม็ดเล็ก กลืนง่าย ราคาก็ไม่แพง เหมาะกับคนที่ทานอยู่แล้วเป็นประจำที่สุด แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทานอาจจะไม่เหมาะ ด้วยปริมาณที่เยอะ ถ้าทานแล้วไม่ถูกใจ อาจจะเสียดายได้ค่ะ

ความเข้มข้นของวิตามินดี3 อยู่ที่ 50 mcg ไม่มากไม่น้อยเกินไป คนทั่วไปทานได้เป็นประจำ และยังมีส่วนผสมของน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพดด้วยค่า ใครที่ทานเป็นประจำอยู่แล้ว และกำลังมองหา วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี ที่ซื้อครั้งนึง ทานได้ยาวๆ ต้องตัวนี้เลยค่ะ มิสซี่รับรองว่าคุ้มค่าที่สุด

ปริมาณ 600 เม็ด : ราคา 565 บาท (ตกเม็ดละ 0.94 บาท)

รูปแบบซอฟท์เจลขนาดรับประทานวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหาร
ความเข้มข้น2,000 IUแบรนด์จากสหรัฐอเมริกา
ส่วนผสมบำรุงอื่นๆน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพดคะแนน4.5/5

8. วิตามินดี เหมาะกับวีแกนมากที่สุด – Solaray Vitamin D3 + K2

ราคา 599 บาท

ข้อดี
+ วีแกนทานได้
+ มีส่วนผสมวิตามินเค

+ บำรุงกระดูก

ข้อควรพิจารณา
– ไม่มีร้าน official ซื้อได้จากร้านวิตามินนำเข้าเท่านั้น

วิตามินดี 3 ที่มาพร้อมกับวิตามินเค2 และพิเศษที่สุดคือ ตัวแคปซูลทำด้วย เซลลูโลสจากผัก ทำให้คนวีแกนสามารถกินได้สบายๆ ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ วิตามินดี3 ก็เข้มข้นสุดๆ ด้วยความเข้มข้นที่ 125 mcg ส่วนวิตามินเค2 ความเข้มข้นจะอยู่ที่ 50 mcg ค่า

แน่นอนว่าตัวนี้ก็ผ่านการคตรวจสอบว่าได้มาตรฐาน มีคุณภาพ และประสิทธิภาพที่ดี มีส่วนผสมจากสารสกัดจากรำข้าว ไม่มีถั่วเหลืองเป็นส่วนผสม เพื่อนๆ ที่เป็นสายวีแกน และกำลังมองหา วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้เหมาะที่สุดค่า 

ปริมาณ 60 เม็ด : ราคา 599 บาท (ตกเม็ดละ 9.9 บาท)

รูปแบบแคปซูลขนาดรับประทานวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหาร
ความเข้มข้น5,000 IUแบรนด์จากสหรัฐอเมริกา
ส่วนผสมบำรุงอื่นๆวิตามินเค2 สารสกัดจากรำข้าวคะแนน4/5

9. วิตามินดี ถูกและดีที่สุด – 21st Century D3

ราคา 119 บาท

ข้อดี
+ ราคาถูกมาก
+ คุณภาพดี

+ เม็ดเล็ก ทานง่าย

ข้อควรพิจารณา
– มีรสขมเล็กน้อย

วิตามินดี3 แบรนด์จากสหรัฐอเมริกา มาพร้อมกับความเข้มข้นที่ 25 mcg มีส่วนผสมของน้ำมันพืช ปราศจากยีสต์ กลูเตน และวัตถุแต่งกลิ่น หรือสีสังเคราะห์ เรียกได้ว่าได้วิตามินดี3 ที่ดีแบบเต็มๆ

และที่สำคัญตัวนี้ได้รับการรับประกันคุณภาพ มีมาตรฐาน และผ่านการทดสอบเรียบร้อย ปลอดภัยต่อร่างกายแน่นอนค่ะ ใครที่กำลังมองหา วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้ก็น่าลองสุดๆ แถมราคาไม่แพงมากด้วยค่า

ปริมาณ 60 เม็ด : ราคา 99 บาท (ตกเม็ดละ 1.5 บาท)

รูปแบบเม็ดขนาดรับประทานวันละ 1 เม็ดพร้อมอาหาร
ความเข้มข้น1,000 IUแบรนด์จากสหรัฐอเมริกา
ส่วนผสมบำรุงอื่นๆน้ำมันพืชคะแนน5/5

10. วิตามินดี+แคลเซียมคุณภาพสูงที่ดีที่สุด – Life Extension Calcium Citrate with Vitamin D

ราคา 875 บาท

ข้อดี
+ แบรนด์น่าเชื่อถือ
+ ทานได้ทุกวัน

+ ซื้อทีนึง ทานได้นาน

ข้อควรพิจารณา
– คนที่มีปัญหาระดับแคลเซียมในเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน

วิตามินดี แบบพรีเมี่ยมที่สุด เพราะตัวนี้ทางแบรนด์บอกว่า มี Calcium Citrate ที่มีผลึกเล็กกว่าแคลเซียมทั่วๆ ไป ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดี พร้อมกับวิตามินดีแบบเข้มข้นระดับ 200 mcg

และพิเศษที่สุดคือ ทางแบรนด์เคลมว่า ทานได้แม้กระทั่งท้องว่าง ไม่ทำให้เกิดอาการท้องอืด หรือปวดท้อง มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอก ช่วยบำรุงร่างกายได้ดี ถึงราคาจะสูง แต่ด้วยส่วนผสมที่มีคุณภาพ มิสซี่ว่าน่าลองมากเลยค่ะ เพื่อนๆ คนไหนกำลังมองหา วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนค่า

ปริมาณ 200 เม็ด : ราคา 875 บาท (ตกเม็ดละ 4.37 บาท)

รูปแบบแคปซูลขนาดรับประทานวันละ 1 เม็ด พร้อมมื้ออาหาร
ความเข้มข้น100 IUแบรนด์จากสหรัฐอเมริกา
ส่วนผสมบำรุงอื่นๆCalcium Citrate, น้ำมันมะกอกคะแนน4.5/5

วิธีเลือกซื้อ “วิตามินดี” 

เนื่องจากวิตามิน หรืออาหารเสริม มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือกสรร ก่อนที่เพื่อนๆ จะตัดสินใจซื้อ ควรตรวจเลือด เพื่อเช็คสุขภาพของตัวเองก่อน เป็นอย่างแรกเลยค่ะ เพื่อดูความเหมาะสมว่า เราควรรับประทานอาหารเสริมอย่าง วิตามินดีหรือไม่ 

การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพื่อช่วยให้เรารับประทานได้ถูกต้อง ถูกวิธี เพราะผู้เชี่ยวชาญ สามารถช่วยกำหนดให้เราได้ค่ะ ถ้าหากเรามีภาวะขาดวิตามินดีอย่างรุนแรง ผู้เชี่ยวชาญอาจจะแนะนำอาหารเสริมที่มีปริมาณวิตามินเยอะ หรือการฉีดยาให้ และต้องติดตามผลการรักษาเป็นระยะ

ปัจจัยอื่นๆ ที่ทุกคนควรพิจารณา ก่อนเลือกซื้อวิตามินดีมารับประทานกัน เช่น

  • ผลิตภัณฑ์นั้น ต้องได้รับการอนุญาต และติดฉลากอย่างถูกต้อง ตามระเบียบของ กรมอาหารและยา (อย.)
  • ผลิตขึ้นในโรงงานที่ได้มาตรฐาน ของการผลิตในปัจจุบัน ที่กำหนดโดย FDA
  • ผลิตโดยบริษัทที่น่าเชื่อถือทางการแพทย์ ที่เป็นไปตามมาตรฐานของ กฏหมาย และอุตสาหกรรมที่ดี
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีการรับรอง น่าไว้วางใจ ได้รับการตรวจสอบ โดยสถาบันตรวจสอบที่ได้มาตรฐาน และเชื่อถือได้
  • ดูประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รวมถึงดูส่วนผสมที่ปราศจาก สารให้ความหวาน และสี
  • เลือกจากที่นักโภชนาการแนะนำ
  • คำนึงถึงราคา ตามงบประมาณของเพื่อนๆ ค่ะ

โทษของวิตามินดี

วิตามินดี ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม หรือตามที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเท่านั้นค่ะ คนส่วนใหญ่อาจไม่พบผลข้างเคียง เว้นแต่จะรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งจะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ปากแห้ง และอื่นๆ หากรับประทานเกินกว่าปริมาณที่สูงกว่า 100 mcg เป็นเวลานานๆ เป็นประจำทุกวัน จะทำให้ระดับแคลเซียมในเลือดสูงเกินไป โดยเฉพาะกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ และในนมบุตร ไม่ควรรับประทานวิตามินดีเกิน 100 mcg เช่นกันค่ะ ยกเว้นผู้เชี่ยวชาญจะเป็นคนกำหนดให้

อาการที่อาจจะเกิด เมื่อมีปริมาณวิตามินดีในเลือดมากเกินไป

  • การแข็งตัวของหลอดเลือดแดง
  • การติดเชื้อราฮิสโตพลาสโมซิส
  • คนที่มีระดับแคลเซียมในเลือดสูงอยู่แล้ว แต่รับประทานวิตามินดีเพิ่มอีก อาจทำให้อาการแย่ลงได้ค่ะ
  • ต่อมไทรอยด์ทำงานหนักขึ้น
  • โรคไต
  • อาจมีอาการบวม อักเสบ ในอวัยวะของร่างกาย

วิตามินดี vs วิตามินดี3 ต่างกันยังไง?

ต่างกันที่ประสิทธิภาพ และแหล่งกำเนิดค่า วิตามินดี3 จะสามารถเพิ่มวิตามินดีได้ดีกว่า และให้ผลในระยะยาวที่ดีค่ะ ซึ่งวิตามินดีมีอยู่ 2 ประเภทค่ะ คือ วิตามินดี2 และวิตามินดี3

วิตามินดี2 หรือเรียกว่า ออร์โกแคลซิเฟอรอล (ergocalciferol) จะหาได้ในพิชต่างๆ เช่น ยีสต์ เห็ด เป็นต้น

วิตามินดี3 เรียกได้อีกชื่อว่า คอเลแคลซิเฟรอล (cholecalciferol) เป็นวิตามินดีที่ผลิตจากผิวหนังที่ตอบสนองกับแสงแดดตามธรรชาตินั่นเองค่ะ และยังพบได้ในอาหารบางชนิด เช่น ไข่แดง ตับวัว

คำถามที่พบบ่อย 

จำเป็นต้องทานวิตามินดีไหม?

ถ้าเป็นเพื่อนๆ มีภาวะขาดวิตามินดี จำเป็นต้องรับประทาน ตามที่ผู้เชี่ยวชาญกำหนดค่ะ รวมถึงคนที่มีความเสี่ยงสูง ที่จะเป็นโรคขาดสารอาหาร ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีผิวคล้ำ คนที่ไม่ได้โดนแสงแดดเป็นประจำ และปัญหาสุขภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวิตามินดีค่ะ ส่วนคนปกติทั่วไปอาจไม่จำเป็นต้องทานค่า

วิตามินดี กินตอนไหน?

เวลาที่ควรกินที่สุดคือ ตอนที่เรารับประทานอาหาร ที่มีไขมันสูง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนย ไข่ เป็นต้น เพราะว่าวิตามินดีจะละลายได้ดีด้วยไขมันค่า ทำให้วิตามินดีดูดซึมได้มีประสิทธิภาพที่สุด 

วิตามินดีรูปแบบใดดีที่สุด

วิตามินดี3 เป็นรูปแบบที่ดีที่สุดค่ะ เพราะมีการดูดซึม และประสิทธิภาพที่ดีกว่าวิตามินดี2 ค่า

วิตามินดี กินเท่าไหร่ ต่อวัน

ปริมาณของวิตามินดี ที่ต้องรับประทานในแต่ละวัน จะขึ้นอยู่กับช่วงอายุ และสุขภาพของเราค่ะ แต่ส่วนมากแนะนำ ให้รับประทานปริมาณ 20 mcg สำหรับผู้ใหญ่ และเด็กอายุ 4 ปีขึ้นไปค่ะ

ทานวิตามินดี ทุกวันดีไหม

ไม่ดีค่ะ เพราะร่างกายเราเองก็มีวิตามินดีโดยธรรมชาติ ควรรับประทานวิตามินดีเพียงสัปดาห์ละครั้ง หากได้รับวิตามินดีมากเกินไป อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ก่อนเริ่มรับประทานวิตามินดีนะคะ

สรุปจบ

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน คงได้รู้จักกับวิตามินดีกันแล้ว ว่าคืออะไร มีความสำคัญ ประโยชน์ และโทษอย่างไรบ้าง รวมถึงความแตกต่างของวิตามินดี และวิตามินดี3 มิสซี่หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ในการเลือกตัดสินใจว่า วิตามินดี ยี่ห้อไหนดี ที่มิสซี่นำมารีวิวถึง 10 ยี่ห้อด้วยกัน มีตัวไหนถูกใจเพื่อนๆ มั้ยคะ ถ้าถูกใจตัวไหน ก็สามารถซื้อได้จากแหล่งที่มิสซี่หามาให้เลยค่า ซึ่งส่วนใหญ่วิตามินดีจะมาจากสหรัฐอเมริกา ดังนั้นสามารถไว้ใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอนค่ะ วันนี้มิสซี่ขอตัวไปก่อน เจอกันใหม่บทความหน้านะคะ ดูแล รักษาสุขภาพกันด้วยน้า

อ้างอิง

https://www.healthline.com/nutrition/best-vitamin-d-supplements#benefits

https://www.webmd.com/vitamins/ai/ingredientmono-929/vitamin-d

https://www.imaware.health/blog/when-is-the-best-time-to-take-vitamin-d

Default image

Maya

ฮัลโหลล ยินดีที่ได้รู้จักสาวๆมิสซี่ทุกคนนะคะ มิ้งเป็น Beauty Editor ของ MizzyReview คอยอัพเดตสินค้าบิวตี้ ความสวยความงาม งานผิว เทรนด์ต่างๆ แชร์คอนเท้นสำหรับสาวๆที่ชอบรีวิวเครื่องสำอาง เมคอัพ สกินแคร์เป็นชีวิตจิตใจ! มาป้ายยาทุกคนได้ให้เลือกช้อป เลือกใช้สินค้าดีๆ ที่ขึ้นชื่อว่า The Best กันค่า!