รีวิว 10 แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี 2023 [ผมนุ่มสวย มีน้ำหนัก!]

สวัสดีค่ะสาว ๆ วันนี้มีใครกำลังมองหาตัวช่วยสำหรับบำรุงผมแห้งเสียกันอยู่บ้างไหมเอ่ย? มิสซี่มีไอเทมเด็ดช่วยกู้ผมแห้ง ชี้ฟู เอยใด มาฝากกันเช่นเคย นั่นก็คือ แชมพูผมแห้งเสีย พร้อมรีวิวเต็มสูบเหมือนเดิมค่า

แชมพูแก้ผมเสีย มีมาเพื่อช่วยแก้ผมเสีย / แก้ผมชี้ฟู / รักษาผมแตกปลาย และยังช่วยบำรุงผมเสียให้แปรเปลี่ยนเป็นผมสวยได้ง่าย ๆ เลยค่ะ! สาว ๆ คนไหนกำลังตามหา แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี รีบตามมิสซี่มาหายาสระผมที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองกันเลยจ้า

Table of Contents

TOP 3 แชมพูผมแห้งเสียที่ดีที่สุด

#2 Tsubaki Premium Repair Shampoo

Tsubaki Premium Repair Shampoo แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี

ราคา 299 บาท

#3 Yves Rocher BHC V2 Reparation Balm Shampoo

Yves Rocher BHC V2 Reparation Balm Shampoo แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี

ราคา 169 บาท

จุดเด่นของแชมพูผมแห้งเสีย

จุดเด่นของยาสระผมแก้ผมเสีย มักจะมีมอยเจอร์ไรเซอร์เข้มข้น และเต็มไปด้วยสารสกัดช่วยบำรุงให้รากผมแข็งแรง และทำให้ผมนุ่มสลวย เพื่อลดผมชี้ฟูและแก้ผมเสียไปพร้อมกันค่ะ ยกตัวอย่างเช่น

  • เคราติน ทำหน้าที่ให้เส้นผมแข็งแรงพร้อมปกป้องผมจากมลภาวะต่าง ๆ 
  • วิตามิน ที่เปรียบเหมือนสารอาหารเข้าบำรุงผมเสีย ให้ผมสวยและเงางาม
  • น้ำมันต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผมของสาว ๆ ดูมีน้ำหนักและนุ่มสลวยนั่นเองค่ะ

โดยบางแบรนด์อาจจะใส่สมุนไพรบางชนิดลงไปเพิ่มเติม เพื่อช่วยลดอาการผมลีบแบน และกลับมาดูมีน้ำหนักสุขภาพดีขึ้นด้วยนะคะ

จะเลือกซื้อ แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี 2566

1. แชมพูผมแห้งเสีย โดยรวมที่ดีที่สุด : Olaplex No.4 Shampoo

Olaplex No.4 Shampoo แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี

ราคา 1,490 บาท

ข้อดี
+ สารบำรุงเข้มข้น ลดผมขาดง่าย
+ ไร้ซัลเฟตและพาราเบน
+ ไม่ทำให้สีผมหลุดลอก

ข้อควรพิจารณา
ราคาค่อนข้างสูง

แชมพู Olaplex เป็นแชมพูสำหรับผมแห้งเสียจากการทำสีที่เลิศมากค่ะทุกคน! เพราะสูตรนี้เขาอัดแน่นไปด้วย น้ำมันมะพร้าว และ น้ำมันดอกทานตะวัน ช่วยบำรุงผมแห้งให้ผมนุ่มลื่น มีน้ำหนัก

แถมครีมสระผมยังเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์เข้มข้นมากกก บำรุงล้ำลึก ไม่ว่าจะผ่านการทำสี เคมี หรือผมลีบแบน ก็กลับมาเป็นผมมีน้ำหนักได้ด้วย Olaplex! เป็นแชมพูสำหรับผมแห้ง ไม่มีน้ำหนัก ที่ตอบโจทย์ทุกสภาพผิวรวมถึงหนังศีรษะบอบบางด้วยค่ะ เลิศ!

ปริมาณ 250 ml : ราคา 1,490 บาท (ตก ml ละ 5.9 บาท)

ส่วนประกอบสำคัญCoconut Oil / Sunflower Oil
Sulfate-Free✔️
เหมาะกับสภาพผมทุกสภาพผม 

2. แชมพูไม่มีซิลิโคน ลดผมแห้งเสียที่ดีที่สุด : Tsubaki Premium Repair Shampoo

Tsubaki Premium Repair Shampoo แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี

ราคา 299 บาท

ข้อดี
+ หอมสดชื่นกลิ่นดอกไม้และผลไม้นานาชนิด
+ ใช้นวัตกรรมเดียวกับการทำทรีตเมนต์ในซาลอน
+ ขวดปั๊ม ใช้งานง่าย

ข้อควรพิจารณา
อาจต้องใช้เยอะเพื่อให้เกิดฟอง
มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์

แชมพูที่ทำให้ผมมีน้ำหนัก ลดผมชี้ฟู แถมช่วยให้ผมนุ่มมากกก ต้องยาสระผม Tsubaki เลยค่า เขาเป็นแชมพูเพิ่มน้ำหนักผมและมอบความชุ่มชื้นด้วย Camellia Oil ใช้แล้วผมนุ่มสลวย ดูมีวอลลุ่ม บอกลาปัญหาผมลีบแบนไปได้เลย!

นอกจากนี้เขายังมีสารสกัดจากถั่วเหลือง ช่วยในการปรับสภาพผมให้นุ่ม กระตุ้นการเกิดใหม่ของเซลล์ผม สาว ๆ ผมแห้งที่ต้องการยาสระผมทำให้ผมมีน้ำหนัก ไม่ลองไม่ได้แล้วน้า

ปริมาณ 490 ml : ราคา 299 บาท (ตก ml ละ 0.61 บาท)

ส่วนประกอบสำคัญJapanese Camellia Oil / Royal Jelly Extract
Sulfate-Free
เหมาะกับสภาพผมผมตรง / ผมหยิก

3. แชมพูไม่มีซัลเฟตที่ดีที่สุด : Yves Rocher BHC V2 Reparation Balm Shampoo

Yves Rocher BHC V2 Reparation Balm Shampoo แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี

ราคา 329 บาท

ข้อดี
+ ปลอบประโลมหนังศีรษะจากส่วนผสมธรรมชาติ 87%
+ ผมชุ่มชื้นมีน้ำหนักด้วยน้ำมันโจโจ้บา
+ ไม่มีซิลิโคนและซัลเฟต

ข้อควรพิจารณา
มีส่วนผสมของน้ำหอม

ผมแห้งเสีย ไม่มีน้ำหนัก ใช้อะไรดี? แชมพู Yves Rocher ผมแห้งสูตรนี้ตอบโจทย์แน่นอนค่า เพราะเขาเป็นแชมพูผมแห้งเสียไม่มีซัลเฟต อ่อนโยนต่อหนังศีรษะและบำรุงผมเสีย ให้ผมนุ่ม มีน้ำหนัก ลดผมลีบแบน ใช้แล้วผมสวยดีต่อใจ!

ด้วยกรดซาลิไซลิกผสานกับน้ำมันโจโจ้บา เข้าแก้ผมชี้ฟูได้ลึกถึงรากผม สาว ๆ คนไหนที่ผมผ่านสารเคมีมาเยอะ หรือหนังศีรษะบอบบาง มิสซี่บอกเลยว่า แชมพู Yves Rocher เป็นแชมพูสำหรับผมทำสี ไม่มีซัลเฟตที่เอาอยู่ในตัวเดียวแน่นอน!

ปริมาณ 300 ml : ราคา 329 บาท (ตก ml ละ 1.09 บาท)

ส่วนประกอบสำคัญJojoba Oil
Sulfate-Free
เหมาะกับสภาพผมทุกสภาพผม

4. แชมพูแก้ผมเสียที่ดีที่สุด : Dove Intense Repair Shampoo Dark Blue

Dove Intense Repair Shampoo Dark Blue แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี

ราคา 169 บาท

ข้อดี
+ แก้ผมเสียตรงจุดด้วยเซรั่มอนุภาคเล็ก
+ กลิ่นหอมเฉพาะของแบรนด์
+ ช่วยรักษาสมดุลของผม ผมนุ่มแต่โคนผมไม่มัน

ข้อควรพิจารณา
มีน้ำหอม

แชมพูผมแห้งเสียที่โด่งดังมาก ๆ คงหนีไม่พ้น ยาสระผม Dove โดยเฉพาะสูตรนี้เลยค่ะทุกคน! ด้วยการผสานเซรั่มอนุภาคเล็ก เข้าแก้ผมเสียได้อย่างตรงจุด โดยรักษาผมแตกปลาย ลดปลายผมแห้งกรอบ เส้นผมชุ่มชื้นขึ้นทันทีแต่ไม่ทำให้โคนหัวมัน

ทำให้ผมนุ่ม ลื่น มีน้ำหนัก เหมาะกับคนที่ต้องการแชมพูผมนุ่มลื่น บำรุงผมเสียแตกปลายสุด ๆ เลยค่ะ ใครมองหาแชมพูแก้ผมแห้งเสียอยู่ในราคาน่ารักแถมใช้ได้ยาว ๆ อย่าลืม Dove สูตรนี้นะคะ

ปริมาณ 410 ml : ราคา 169 บาท (ตก ml ละ 0.41 บาท)

ส่วนประกอบสำคัญCoconut Oil /  Glycerin
Sulfate-Free
เหมาะกับสภาพผมผมตรง 

5. แชมพูผมแห้งเสีย ลดผมร่วงที่ดีที่สุด : Daeng Gi Meo Ri GOUNMO Shampoo

Daeng Gi Meo Ri GOUNMO Shampoo แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี

ราคา 699 บาท

ข้อดี
+ ลดรังแค ขจัดเชื้อราและอาการคันหนังศีรษะ
+ ลดผมร่วงด้วยสมุนไพรเกาหลี
+ กลิ่นหอมสะอาด

ข้อควรพิจารณา
ราคาค่อนข้างสูง

ยาสระผมยี่ห้อไหนดี ที่ช่วยแก้ผมเสีย ขจัดรังแคได้แบบทันตาเห็น! มิสซี่อยากให้ลองยาสระผม Daeng Gi Meo Ri สูตรนี้เลยค่ะ ด้วยสมุนไพรเกาหลีถึง 33% เข้าบำรุงผมแห้ง ลดผมร่วงได้อย่างอยู่หมัดด้วยรากโชวู และโสมเกาหลีที่ป้องกันการเกิดผมหงอกอีกด้วยค่ะ

แถมยังเหมาะกับผิวแพ้ง่ายอีกด้วยค่ะ ใครกำลังตามหาน้ำยาสระผมที่ช่วยลดผมเสียและแก้ผมช็อต แนะนำแชมพูผมแห้งเสียตัวนี้เลยค่า

ปริมาณ 400 ml : ราคา 699 บาท (ตก ml ละ 1.7 บาท)

ส่วนประกอบสำคัญว่านน้ำฉางโป, ดอกเก๊กฮวย, โสมเกาหลี
Sulfate-Free
เหมาะกับสภาพผมผมแห้งเสีย มีรังแค และผมขาดหลุดร่าง

6. แชมพูผมแห้งเสีย ลดผมชี้ฟูที่ดีที่สุด : TRESemme Shampoo Keratin Smooth Red

TRESemme Shampoo Keratin Smooth Red แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี

ราคา 199 บาท

ข้อดี
+ ผมนุ่มมีน้ำหนักด้วยน้ำมันอาร์แกน
+ ฟองเยอะ ล้างออกง่าย
+ ราคาถูก

ข้อควรพิจารณา
ขวดใหญ่ ไม่สะดวกพกพา

แชมพูผมแห้งเสีย Tresemme รีวิวว่าเป็นยาสระผมแก้ผมแห้งชี้ฟูที่ดีมากกก นอกจากผมนุ่มสลวยขึ้นแล้ว สูตรนี้เขายังเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผมดูเงางามมีน้ำหนักด้วยเคราตินผสานกับน้ำมันอาร์แกน เข้าบำรุงผมเสียได้อย่างตรงจุด!

แก้ผมแห้งฟูได้ดีเยี่ยมไปเลยค่ะ ตัวฟองของเขาก็ค่อนข้างเยอะ สระง่าย ล้างสะอาด เป็นแชมพูลดผมชี้ฟูอีกตัวที่มิสซี่อยากเชียร์ให้มีติดห้องน้ำกันเอาไว้เลยค่า

ปริมาณ 425 ml : ราคา 199 บาท (ตก ml ละ 0.46 บาท)

ส่วนประกอบสำคัญArgan Oil / Keratin
Sulfate-Free
เหมาะกับสภาพผมผมตรง

7. แชมพูสำหรับผมแห้ง ไม่มีน้ำหนักที่ดีที่สุด : OGX Renewing + Argan Oil of Morocco Shampoo

OGX Renewing + Argan Oil of Morocco Shampoo แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี

ราคา 369 บาท

ข้อดี
+ ผมเงางามมีน้ำหนักด้วย Argan Oil จากโมร็อกโก
+ ช่วยปกป้องเส้นผมจากรังสี UV
+ กลิ่นหอมอ่อน ๆ 

ข้อควรพิจารณา
มีส่วนผสมของน้ำหอม

ยาสระผม OGX สูตรนี้เป็นแชมพูผมแห้งเสียอีกตัวหนึ่งทึ่มิสซี่อยากให้สาว ๆ ได้ลองใช้กันมาก ๆ เลยค่ะ เนื่องจากเขามีส่วนผสมจากน้ำมันอาร์แกน ที่เดินทางมาไกลจากโมร็อกโก เข้าบำรุงผมแห้งเสียอย่างล้ำลึก!

ลดผมชี้ฟู ช่วยให้ผมนุ่มลื่น มีน้ำหนักมากขึ้น น้ำมันอาร์แกนตัวนี้จะช่วยให้เส้นผมของสาว ๆ เงางามดุจใยไหม เป็นแชมพูเพิ่มน้ำหนักผมที่ไม่ควรพลาดเลยนะคะ

ปริมาณ 385 ml : ราคา 369 บาท (ตก ml ละ 0.95 บาท)

ส่วนประกอบสำคัญArgan Oil 
Sulfate-Free
เหมาะกับสภาพผมทุกสภาพผม 

8. แชมพูผมแห้งเสีย ออร์แกนิคที่ดีที่สุด : Common Ground Shampoo

Common Ground Shampoo แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี

ราคา 250 บาท

ข้อดี
+ อ่อนโยนด้วยสูตรออร์แกนิคจากประเทศออสเตรเลีย
+ ปราศจากซัลเฟต และ มิเนอรอลออยล์
+ ช่วยปรับสมดุลค่า pH ของหนังศีรษะ

ข้อควรพิจารณา
มีส่วนผสมของน้ำหอม

แนะนำแชมพูผมแห้งเสียที่ช่วยมอบความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผมอย่างอ่อนโยน อย่างแชมพู Common Ground เลยค่ะสาว ๆ สูตรนี้เป็นยาสระผมไม่มีซัลเฟต แก้ผมเสียได้อย่างแท้ทรู! ด้วยสูตรออร์แกนิคส่งตรงจากประเทศออสเตรเลีย เข้าฟื้นฟูผมจากเกล็ดชั้นในสุด

พร้อมทั้งช่วยบำรุงผมให้แข็งแรงด้วยน้ำมันอะโวคาโด ช่วยต้านอะนุมูลอิสระ ลดปลายผมแห้งกรอบ จากผมพังกลายเป็นผมนุ่ม สลวย ปังคูณสิบไปเลยจ้า

ปริมาณ 500 ml : ราคา 250 บาท (ตก ml ละ 0.5 บาท)

ส่วนประกอบสำคัญAvocado Oil Extracts / Glycerin
Sulfate-Free✔️
เหมาะกับสภาพผมทุกสภาพผม

9. ยาสระผมแก้ผมเสีย สารสกัดจากธรรมชาติที่ดีที่สุด : DR.BIO WRAP-UP SHAMPOO

DR.BIO WRAP-UP SHAMPOO แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี

ราคา 1,580 บาท

ข้อดี
+ อ่อนโยน ใช้ได้เแม้เด็กทารก
+ เหมาะกับหนังศีรษะแพ้ง่าย
+ ผ่านมาตรฐาน EWG Green Grade และทดสอบการแพ้อย่างเข้มงวด

ข้อควรพิจารณา
ราคาค่อนข้างสูง
– หาซื้อตามร้านค้าทั่วไปยาก

แชมพูผมแห้งเสีย DR.BIO WRAP-UP ได้รับการันตีว่าเป็นยาสระผมอ่อนโยนจากองค์กร EWD ว่ามีสารสกัดจากธรรมชาและปลอดภัยต่อทุกสภาพผิว ใครหนังศีรษะบอบบางแพ้ง่าย น่าจะต้องหลงรักน้องคนนี้แน่นอนค่า

ด้วยน้ำมันดอกกุหลาบ บำรุงผมให้นุ่มลื่น สลวย พร้อมปลอบประโลมหนังศีรษะบอบบางให้สุขภาพดี ทำให้ผมของสาว ๆ เงางามดุจไหม และยังสุขภาพผมแข็งแรงขึ้นในระยะยาวด้วยน้า ใครมองหาแชมพูผมหนา มีน้ำหนักล่ะก็ ต้องแบรนด์นี้เลยค่า

ปริมาณ 1,500 ml : ราคา 1,580 บาท (ตก ml ละ 1.05 บาท)

ส่วนประกอบสำคัญน้ำมันดอกกุหลาบ
Sulfate-Free✔️
เหมาะกับสภาพผมทุกสภาพผม

10. แชมพูสําหรับผมทําสี ไม่มีซัลเฟต แก้ผมแห้งเสียดีที่สุด : Nature Republic Argan Essential Deep Care Shampoo

Nature Republic Argan Essential Deep Care Shampoo แชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี

ราคา 495 บาท

ข้อดี
+ ซ่อมแซมผมที่แห้งเสียจากการดัด และทำสีได้ดีมาก
+ เต็มไปด้วยสารกัดจากธรรมชาติ
+ หัวปั๊ม ใช้งานง่าย

ข้อควรพิจารณา
ไม่ค่อยเหมาะกับคนที่หนังศีรษะมันมาก

รักษาผมแตกปลาย หรือผมที่พังจากการทำสารเคมีมาด้วยยาสระผมแก้ผมเสีย Nature Republic กันค่ะสาว! สูตรนี้เน้นบำรุงเส้นผมด้วยน้ำมันอาร์แกนเข้มข้น เอาอยู่ทุกสภาพผม ไม่ว่าจะเป็นผมดัด ทำสี หรือผ่านความร้อนมามาก ใช้ตัวนี้รับรองเอาอยู่แน่นอน

ด้วยน้ำมันธรรมชาติหลากหลายชนิด ทำหน้าที่แก้ผมแห้งฟู ให้ดูมีน้ำหนัก และลดปลายผมแห้งกรอบให้กลายเป็นเงางามได้ในขวดเดียว! จัดว่าเป็นยาสระผมที่ต้องมีเลยจริง ๆ นะคะ

ปริมาณ 300 ml : ราคา 495 บาท (ตก ml ละ 1.65 บาท)

ส่วนประกอบสำคัญRosmarinus Leaf Extract / Argan Oil
Sulfate-Free✔️
เหมาะกับสภาพผมทุกสภาพผม

วิธีเลือกซื้อ “แชมพูผมแห้งเสีย”

เลือกแชมพูผมแห้งเสียจากสารสกัด

การเลือกแชมพูสำหรับผมแห้ง ไม่มีน้ำหนัก สาว ๆ ควรเลือกแชมพูแก้ผมเสียสูตรที่มีส่วนผสมที่เน้นในการทำรุงเส้นผมจริง ๆ ยกตัวอย่างเช่น เชียบัตเตอร์ / น้ำมันมะพร้าว / อาร์แกนออยล์ หรือ วิตามินอี เพื่อผมนุ่มลื่น มีน้ำหนัก เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั่นเองค่ะ

เลือกจากสภาพหนังศีรษะ

บางคนหนังศีรษะแห้ง ก็ควรเลือกใช้สูตรแชมพูหนังศีรษะแห้งโดยเฉพาะ หรือเน้นที่มี Oil ผสมอยู่ เพื่อบำรุงทั้งเส้นผมและหนังศีรษะในคราวเดียว ส่วนคนที่หนังศีรษะมันแต่ผมแห้งเสีย จะเหมาะกับแชมพูผมแห้งเสียที่มีซัลเฟตมากกว่า หรือกลุ่มที่เคลมว่าช่วนปรับสมดุลหนังศีรษะก็เป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ

เลือกแชมพู sulfate-free

Sulfate คือสารก่อฟองเพื่อลดแรงตึงผิวที่มีคุณสมบัติทำความสะอาด สามารถกำจัดคราบฝุ่นสิ่งสกปรก รวมถึงน้ำมันส่วนเกินบนเส้นผมได้ ถึงแม้ซัลเฟตจะเป็นสารเคมีทำความสะอาดที่ปลอดภัย แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับเส้นผมบางประเภท เพราะเส้นผมยังคงต้องการน้ำมันธรรมชาติเล็กน้อยเพื่อคงสภาพให้ชุ่มชื้น ซึ่งซัลเฟตอาจจะชะล้างความชุ่มชื้นออกจากเส้นผมมากเกินไป ส่งผลให้ผมแห้งเสียได้

ดังนั้น แชมพูไม่มีซัลเฟต (Sulfate Free Shampoo) จึงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับผมแห้งเสีย และคนที่มีผิวหนังระคายเคืองง่าย รวมถึงคนที่เป็นโรคผิวหนัง เช่น โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) หรือ โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เพราะอาจก่อให้เกิดอาการคัน แดง หนังศีรษะแห้งลอกได้ 

แต่ถ้าหากเพื่อนๆ มีสภาพผิวแข็งแรงดี หรือ แชมพูที่มีซัลเฟตแต่มาพร้อมสารบำรุงเติมความชุ่มชื้นเยอะ ก็ช่วยแก้ผมแห้งเสียได้เช่นกันนะคะ ไม่ได้เป็นสารอันตรายค่า

หากเพื่อนๆ สงสัยว่า Sulfate Free คืออะไร? มิสซี่มีคำตอบให้! Sulfate Free คือผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสาร SLS SLES (หรือชื่อเต็มคือ sodium lauryl sulfate และ sodium laureth sulfate) ไม่ว่าจะเป็นโฟมล้างหน้า แชมพู สกินแคร์ที่มีฟองทั้งหลาย อาจจะมีสารตัวนี้ผสมอยู่ได้ค่ะ สกินแคร์กลุ่มทำความสะอาดหลายแบรนด์ที่เคลมว่าอ่อนโยน มักจะนิยมหลีกเลี่ยงส่วนผสมเหล่านี้เพื่อเจาะกลุ่มผู้ใช้ที่กังวลต่อการระคายเคืองค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

ผมแห้งเสีย ผมแตกปลายเกิดจากอะไร?

ผมแห้งเสีย และ ผมแตกปลาย สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุค่ะ โดยปกติแล้วอาการผมแห้งเสีย มักจะเกิดจาก ผมเสียโดยธรรมชาติ กับ ผมเสียโดยการทำสารเคมีนั่นเองค่ะ
 • ผมเสียจากธรรมชาติ สามารถเกิดจากสภาพอากาศ และความร้อน ความชื้น หรือมลภาวะในที่ ๆ เราอาศัยอยู่  และสามารถเกิดจากพันธุกรรมได้เช่นกันค่ะ
 • ผมแห้งเสียจากสารเคมี แน่นอนว่าเกิดจากการที่สาว ๆ ผมสีผมบ่อย ดัดผม ยืดผมตรง หรือผมโดนความร้อนมาเกินไป เช่น การไดร์ผม ก็มีส่วนให้เกิดผมเสียขึ้นด้วยนั่นเองค่ะ

วิธีรักษาผมเสีย มีอะไรบ้าง?

วิธีแก้ผมแห้งเสีย ที่ควรปฏิบัติควบคู่กับแชมพูผมแห้งเสียมาแล้วค่า! สามารถเริ่มต้นง่าย ๆ จากตัวเรา! เพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังผมแห้งเสีย ลองทำตามวิธีนี้กันดูนะคะ
 • ใช้แชมพูและครีมนวดสูตรที่มีสารสกัดช่วยบำรุงเส้นผม เช่น น้ำมันมะพร้าว หรือ วิตามินต่าง ๆ
 • สระผมด้วยน้ำอุณหภูมิปกติหรือน้ำเย็นเพื่อช่วยปิดเกล็ดผมไม่ให้แห้งเสียง่าย
 • หมั่นเล็มปลายผมที่แห้งเสีย เพื่อขจัดเซลล์ผมที่ตายแล้วออกไป
 • หมักผมอาทิตย์ละ 2-3 วัน เพื่อกู้ผมเสียให้กลับมานุ่มสลวยรวดเร็วขึ้น
 • ปกป้องผมจากแสงแดดและอุปกรณ์ทำผมด้วยสเปรย์ฉีดผมกันความร้อน
 • ใช้น้ำมันใส่ผมหรือเซรั่มบำรุงผมหลังสระเป็นประจำ

ผมแห้งเสีย ควรสระผมอาทิตย์ละกี่ครั้ง?

โดยปกติแล้วจะไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวสำหรับการสระผมต่อสัปดาห์ เพราะสภาพผมของแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันไปนั่นเองค่ะ มิสซี่แนะนำสำหรับใครที่ผมแห้งเสียมากเป็นพิเศษ ให้ลองสระผมประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ แล้วคอยดูผลลัพธ์ เพื่อลดโอกาสในการเกิดผมแห้งเสียมากขึ้นนะคะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสาว ๆ สำหรับแชมพูผมแห้งเสีย ยี่ห้อไหนดี  ยาสระผมดี ๆ ที่มิสซี่เอามาบอกต่อวันนี้ หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้เจอแชมพูบำรุงผมเสียที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองกันน้า อย่าลืมว่านอกจากจะเลือกแชมพูที่มีสารสกัดช่วยบำรุงแล้ว จะต้องเป็นแชมพูที่เหมาะกับสภาพผมของตัวเองกันด้วยนะคะ อย่าง แชมพูผมตรง หรือ แชมพูสำหรับผมยืด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ 

ที่มาข้อมูล

  1. https://www.byrdie.com/best-shampoos-and-conditioners-for-dry-hair-4159387 
  2. https://www.goodhousekeeping.com/beauty-products/g26241901/best-shampoo-for-dry-hair/ 
รินทร์วารี รัตนอัมพรโสภณ

รินทร์วารี รัตนอัมพรโสภณ

สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักสาวๆมิสซี่ทุกคนนะคะ :) มายด์เป็นหนึ่งในนักเขียน MizzyReview ที่จะมาแชร์ คอนเทนต์ Tips & Tricks เกี่ยวกับ สกินแคร์ เมคอัพ และไอเทมต่างๆ ที่จะช่วยให้ไลฟ์สไตล์ของเพื่อนๆ มีชีวิตชีวามากขึ้น อะไรที่เขาว่าเด็ดว่าดี มายด์เอามาบอกต่อสาว ๆ แน่นอนค่า