รีวิวรวม 12 เซรั่มลดสิว ยี่ห้อไหนดี 2022 เห็นผลจริง [แนะนำ!]

นอกจากเซรั่มลดรอยสิว เซรั่มวิตามินซี เซรั่มหน้าใส แล้ว สาวๆที่อยากผิวใสไร้สิว เราต้องตามหาสกินแคร์รักษาสิว อยากเซรั่มลดสิว เพื่อดูแลผิวตัวเองที่บ้านแทนการไปคลินิคแบบที่ผ่านมา เพราะฉะนั้น เราได้รวบรวมเซรั่มลดสิว บำรุงผิวหน้า ทั้งลดสิวและกู้หน้าพังสำหรับผิวแพ้ง่าย มาแนะนำให้สาวๆ ทั้งหมด 12 ตัวค่ะ เริ่ม! 

วิธีการเลือกเซรั่มลดสิว    

เคล็ดลับดูแลผิวที่เราทำได้เองที่บ้านไม่ยากเลยค่ะ 

  • รู้จักสภาพผิวปัจจุบันของตัวเองก่อน ไม่ใช่แค่เรื่องผิวมัน ผิวแห้งนะ แต่รวมไปถึงความแข็งแรงของผิวด้วย เพื่อเลือกสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวตัวเองที่สุด
  • หาข้อมูลส่วนผสมที่ช่วยรักษาสิว เช่น BHA/AHA Niaciamide เพื่อช่วยให้สาวๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และป้องกันการเลือกสกินแคร์ที่ทำหน้าที่ซ้ำกันด้วย 

ตกลง เซรั่มลดสิว ยี่ห้อไหนดี 

1. La Roche Posay Effaclar Serum (โดยรวมแนะนำสุด)

La Roche Posay Effaclar Serum

สกินแคร์รักษาสิว มันต้องมีแบรนด์นี้ในลิสต์จริงๆ เพราะไลน์ Effaclar เขาขึ้นชื่อเรื่องลดสิวมาแต่ไหนแต่ไร เซรั่มขวดเขียวของ La Roche Posay ตัวนี้ ไฮไลท์อยู่ที่เขาอัดสารสำคัญในการลดสาเหตุของการเกิดสิวมาถึง 3 ตัว ที่ช่วยลดการอักเสบของสิว ลดการอุดตันรูขุมขนที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิว พร้อมกับผลัดเซลล์ผิว ให้ผิวใหม่เรียบเนียนกว่าเดิม และลดรอยแดงรอยดำจากสิว 

ส่วนผสมสำคัญในการรักษาสิว1. LHA
2. Salicylic Acid
3. Glycolic Acid
4. น้ำแร่ลาโรช-โพเซย์
ข้อดี+ ผลัดเซลล์ผิว
+ ลดอาการอักเสบของสิว
+ ลดการอุดตัน
+ ลดรอยแดงรอยดำที่เกิดจากสิว 
ข้อเสีย– สำหรับผิวแห้งต้องเติมมอยส์เจอไรเซอร์อีกตัว เพราะอาจจะไม่ชุ่มชื้นเพียงพอ 
ราคา 1300 บาท (ตกml ละ 43.3 บาท)
ปริมาณ 30 ml

2. Plantnery Tea Tree Intense Serum

Plantnery Tea Tree Intense Serum

แบรนด์ไทยก็สกินแคร์รักษาสิวเจ๋งๆ ให้ใช้! และราคาสบายใจสบายกระเป๋ามาก เซรั่มบำรุงผิวหน้าตัวนี้ เด่นในเรื่องลดสิว และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิว ใครงบน้อยเราแนะนำลองขวดนี้ได้เลย เพราะส่วนผสมที่เขาใส่มามีแต่ตัวที่ช่วยเรื่องสิวทั้งนั้น

ขวดนี้ขอแนะนำให้ผิวแพ้ง่าย และผิวมัน ผิวผสมที่มีปัญหาความมันส่วนเกินเยอะ รูขุมขนกว้าง ผิวไม่กระชับ ซึ่งพวกนี้คือปัจจัยที่ทำให้สิวบุกเลยนะ

ที่มาของ Tea Tree : https://vitagene.com/blog/tea-tree-oil-for-acne/ 

ส่วนผสมสำคัญในการรักษาสิว1. Terminen-4-ol (สารสกัดจาก Tea Tree)
2. Zinc 
ข้อดี+ ลดสิว
+ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของสิว 
+ ควบคุมความมันบนใบหน้า 
+ ซึมไว 
ข้อเสีย– ไม่ชุ่มชื้นเพียงพอสำหรับคนผิวแห้ง แนะนำให้เติมมอยส์เจอไรส์เซอร์อีกสเต็ป  
ราคา 494 บาท (ตกml ละ 16.5 บาท)
ปริมาณ 30 ml

3. Dr. Jart+ Cicapair Tiger Grass Serum

Dr. Jart+ Cicapair Tiger Grass Serum

เซรั่มสำหรับคนเป็นสิวและผิวแพ้ง่ายแบรนด์เกาหลีที่ดังไกลไปถึงฝั่งอเมริกาและยุโรป แถมได้รางวัล Best of Beauty Award จากแมกกาซีน Allure ด้วย จุดเด่นของขวดนี้คือ การอัดแน่นด้วยสารสกัดจากใบบัวบก หรือที่หลายคนคงเคยเห็นคำว่า Centella Asiatica หรือ Cica ผ่านตามาบ้างนั่นแหละค่ะ สารสกัดตัวนี้จะช่วยปลอบประโลมผิวที่ระคายเคือง ใครที่ผิวกำลังแพ้ แพ้ง่าย หรือสิวอักเสบหนักๆ ตัวนี้จะช่วยบรรเทาอาการเห่อแดงได้ดีเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวเราได้นานขึ้นด้วย 

ส่วนผสมสำคัญในการรักษาสิว1. Centella Asiatica (หรือสารสกัดใบบัวบก)
2. Niacinamide  
3. Humectant
ข้อดี+ ปลอบประโลมผิวระคายเคือง
+ ซึมเข้าผิวไว (ใช้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเลย) 
+ กักเก็บความชุ่มชื้น 
+ ผิวเรียบเนียน
ข้อเสีย– สำหรับผิวแห้งต้องเติมมอยส์เจอไรเซอร์อีกตัว เพราะอาจจะไม่ชุ่มชื้นเพียงพอ 
ราคา 1350 บาท (ตกml ละ 45 บาท)
ปริมาณ 30 ml

4. Krave Beauty Great Barrier Relief

Krave Beauty Great Barrier Relief

เซรั่มบำรุงผิวหน้าสำหรับผิวแพ้ง่ายที่รีวิวจากสาวเอเชียและต่างประเทศต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าอ่อนโยนจริง ผิวที่เคยแดงจากสิวก็จะเบาลง ปรับให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ลดรอยดำรอยแดงของสิว ช่วยควบคุมความมัน และลดการอุดตันของสิวด้วย ขวดนี้เหมาะกับผิวแห้ง และคนที่ผิวแพ้ง่ายมากๆ ส่วนผิวผสมกับผิวมัน เราแนะนำให้ใช้แค่ตอนกลางคืนอย่างเดียว ใช้แทนมอยส์เจอไรเซอร์ได้เลย 

ส่วนผสมสำคัญในการรักษาสิว1. Tamanu Oil 
2. Rosehip Oil 
3. Safflower
4. Niacinamide 
ข้อดี+ ปลอบประโลมผิวระคายเคือง
+ ควบคุมความมัน 
+ ผิวแข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
+ ผิวเรียบเนียน
ข้อเสีย– เนื้อสัมผัสค่อนข้างหนัก
– ไม่มีขายในไทย ต้องพรีออเดอร์ 
– คนแพ้ถั่วใช้ไม่ได้ 
ราคา 1450 บาท (ตกml ละ 32.2 บาท)
ปริมาณ 45 ml

5. The Ordinary Niacinamide 10% + Zinc 1% 

 The Ordinary Niacinamide 10% + Zinc 1%

ถ้าในลิสต์เซรั่มลดสิวไม่มีขวดนี้ เราคงโดนสาป…เพราะตัวนี้แมสมากในโซเชียล รีวิวล้วนบอกว่าใช้แล้วผิวใสขึ้น ด้วยราคาสบายกระเป๋าและสารลดสิวที่แบรนด์อัดมาให้เน้นๆ ทั้ง Niacinamide (ย้ำนะว่าสารตัวนี้ดีจริง ครอบจักรวาลบำรุงผิวเว่อ) และ Zinc ที่เรารู้กันดีว่ากำราบสิวได้ดี เพราะช่วยลดการอักเสบของสิว และฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นหนึ่งสาเหตุของการเกิดสิวได้ ที่สำคัญ ไม่มีแอลกอฮอลล์ ไม่มีพาราเบน ไม่มีน้ำมัน คลีนไม่ไหว! ไม่ว่าจะมีสภาพผิวแบบไหน ก็จดชื่อนี้ไว้ได้เลย   

ส่วนผสมสำคัญในการรักษาสิว1. Niaciamide
2. Zinc 
ข้อดี+ ลดการอักเสบของสิว 
+ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว  
+ ไม่มีแอลกอฮอลล์ ไม่มีพาราเบน ไม่มีน้ำมัน 
ข้อเสีย– ส่วนผสมอาจไม่เพียงพอตามที่ผิวต้องการ ต้องเพิ่มสกินแคร์ตัวอื่นอีกสเต็ป  
ราคา 494 บาท (ตกml ละ 16.5 บาท)
ปริมาณ 30 ml

6. SOME BY MI AHA-BHA-PHA 30DAYS MIRACLE SERUM LIGHT 

SOME BY MI AHA-BHA-PHA 30DAYS MIRACLE SERUM LIGHT

สายสกินแคร์เกาหลีต้องเคยเห็นยี่ห้อนี้ เขาแมสมากในฐานะตัวช่วยจัดการปัญหาสิว ที่มาคู่กันกับโทนเนอร์สูตรเดียวกัน ที่มาพร้อมรีวิวสุดโหดที่เราเห็นเรายังร้องว้าว จนต้องลองใช้บ้างเพราะอยากหน้าใสเหมือนสาวเกาไงคะ 

สกินแคร์ขวดนี้ถือว่าทำได้ครบทั้งลดสาเหตุของการเกิดสิวและปลอบประโลมผิวไปในตัว ผิวแพ้ง่ายใช้ได้แน่นอน รวมทั้งคนผิวผสมและผิวมันด้วยเพราะเนื้อสัมผัสที่เบาสบายผิว  

ส่วนผสมสำคัญในการรักษาสิว1. Centella Asiatica
2. Houttuynia Cordata 
3. Niaciamide
ข้อดี+ ลดสาเหตุการเกิดสิว
+ ปลอบประโลมผิว 
+ เนื้อสัมผัสเบาสบาย  
+ ปรับผิวให้นุ่มขึ้น  
ข้อเสีย– ไม่ชุ่มชื้นเพียงพอสำหรับคนผิวแห้ง แนะนำให้เติมมอยส์เจอไรส์เซอร์อีกสเต็ป  
ราคา 590บาท (ตกml ละ 11.8 บาท)
ปริมาณ 50 ml

7. Versed Skin Just Breath Clarifying Serum

Versed Skin Just Breath Clarifying Serum

หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นกับชื่อแบรนด์นี้เท่าไหร่ แต่ Versed Skin คือแบรนด์สกินบำรุงผิวหน้าสายวีแกน ที่เน้นเรื่องส่วนผสมแน่นๆ แต่คลีน ปราศจากแอลกอฮอลล์และน้ำหอม กลับมาที่ความเด่นของตัวนี้นะ ชีโดนเมนชั่นอยู่ในตัวท็อปเซรั่มลดสิว ผิวใสในคำแนะนำของสายบิวตี้หลายคนเลย เพราะตัวนี้มีส่วนผสม 3 อย่างที่ทำคอมโบได้ดีในการลดสิว พร้อมกับผลัดเซลล์ผิวชช่วยปรับให้ผิวเนียนขึ้น ควบคุมความมัน ซึ่งช่วยลดการเกิดสิวในอนาคตได้นั่นเองค่ะ  ขวดนี้เหมาะกับคนที่มีปัญหาความมันบนใบหน้า โดยเฉพาะผิวผสมและผิวมัน ไม่ใช่แต่เรื่องควบคุมความมันที่ได้ Zinc แต่เนื้อสัมผัสเขาซึมเข้าผิวได้ง่ายมาก

ส่วนผสมสำคัญในการรักษาสิว1. Willow bark extract (สารสกัดจากต้นหลิว)
2. Zinc 
3. Niaciamide
ข้อดี+ ลดสาเหตุการเกิดสิว
+ ปลอบประโลมผิว 
+ เนื้อสัมผัสเบาสบาย  
+ ปรับผิวให้นุ่มขึ้น  
ข้อเสีย– ยังไม่มีวางขายในไทย ต้องสั่งจากร้านที่นำเข้า หรือพรีออเดอร์ 
ราคา 1,090 บาท (ตกml ละ 36.3 บาท)
ปริมาณ 30 ml

8. Drunk Elephant T.L.C Framboos™ Glycolic Night Serum

Drunk Elephant T.L.C Framboos™ Glycolic Night Serum

สกินแคร์แบรนด์ดังจากอเมริกาที่หลายตัวของเขาติดลิสต์เว็บไซต์และบิวตี้บล็อกเกอร์มาตลอดอีกเช่นกัน ซึ่งคือตัว T.L.C สกินแคร์บำรุงผิวหน้าขวดนี้เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวเป็นสิวง่าย ผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวหมอง เอาอยู่เลยทั้งทำความสะอาดรูขุมขน ลดการระคายเคือง ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน และปรับผิวให้เรียบเนียนขึ้น ลดรอยแดงรอยดำที่เกิดจากสิว ราคาต่อขวดค่อนข้างสูงแต่สิ่งที่ได้ก็คุ้มไม่ไหว! และจุดที่ต้องไฮไลท์ให้สาวๆ อีกนิดคือขวดนี้เป็น Night Serum ใช้แค่กลางคืนพอ เพราะมีกรดค่อนข้างเยอะนะ 

ส่วนผสมสำคัญในการรักษาสิว1. AHA
2. BHA 
3. Lactic
4. Raspberry Fruit Extract 
5. Cactus Extract
ข้อดี+ ทำความสะอาดรูขุมขน 
+ ลดการระคายเคือง 
+ ผลัดเซลล์ผิว  
+ ปรับผิวให้เนียนขึ้น  
ข้อเสีย– ราคาค่อนข้างสูง 
– ใช้เฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น
ราคา 3,470บาท (ตกml ละ 115.6 บาท)
ปริมาณ 30 ml

9. Bella Aura Rapid Repair Clarify Elixir  

Bella Aura Rapid Repair Clarify Elixir 

เรียกว่าขวดเดียวเสกผิวใสได้เลย ตัวนี้ราคาแรง แต่คุณภาพคับขวด รีวิวแน่นจนต้องลองเอง คุณสมบัติเด่นๆ จนเป็นที่เลื่องลือคือการลดการอักเสบ ระคายเคืองที่เกิดจากสิวได้ข้ามคืน สิวผดเอยไม่กี่วันยุบ พร้อมกับปรับผิวให้นุ่ม เนียนขึ้นไปในตัว โห…เกินเรื่องมาก 

ส่วนผสมก็เกินเรื่องมาก เพราะเป็นครั้งแรกของเราที่เห็น Micro Silver อยู่ในส่วนผสมสกินแคร์ แต่ไม่ใช้สารเคมีอย่างที่เข้าใจนะคะ Micro Silver ในที่นี้คือสารต้านจุลินทรีย์จากธรรมชาติที่ช่วยทำความสะอาดรูขุมขนและเติมความชุ่มชื้น ขวดนี้ใครผิวแพ้ง่าย เป็นสิวทีเห่อที ต้องมีติดไว้ ส่วนผิวมัน ผิวผสมเห็นสีในภาพไม่ต้องกังวลว่าจะหนักหน้าเลย เพราะซึมไว ลงสกินแคร์ตัวต่อไปได้แบบไม่ต้องรอนาน  

ส่วนผสมสำคัญในการรักษาสิว1. Micro Silver
2. Safflower 
3. Blackcurrant Seed Oil
4. Sunflower Seed Oil
5. Norwegian Spruce Extract
ข้อดี+ ลดอาการอักเสบและระคายเคืองของสิว
+ ทำความสะอาดรูขุมขน 
+ เติมความชุ่มชื้น
+ ลดรอยสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ
+ ลดสิวผด 
ข้อเสีย– ราคาค่อนข้างสูง 
– ยังไม่มีเคานเตอร์ในไทย ต้องสั่งจากร้านที่นำเข้าเท่านั้น
ราคา 3,390 บาท (ตกml ละ 113 บาท)
ปริมาณ 30 ml

10. Fyne Skin BHA Clarifying Serum

 Fyne Skin BHA Clarifying Serum

ตัวต่อไปคือสกินแคร์บำรุงผิวหน้าจากแบรนด์ไทยที่เริ่ดไม่แพ้ต่างชาติ เพราะด้วยความที่เข้าใจสภาพผิว สภาพอากาศของไทยอยู่แล้ว สกินแคร์ของแบรนด์นี้เลยได้การตอบรับจากสาวๆ ไม่เบาเลย และที่สำคัญ เขาให้คุณค่ากับการเลือกส่วนผสมที่ช่วยดูแลผิวหน้าได้ตรงโจทย์ อย่างเช่นตัวนี้ที่เน้นเรื่องผลัดเซลล์ผิวเพื่อกำจัดเซลล์ผิวเก่าที่เป็นต้นตอการเกิดสิว เผยผิวเนียน จาก BHA ที่อยู่ในขวด แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะใช้ BHA แล้วหน้าจะแห้ง เพราะในขวดนี้มีส่วนผสมที่บำรุงผิวให้ชุ่มชื้นไปพร้อมกัน

ส่วนผสมสำคัญในการรักษาสิว1. BHA 
2. Humectant 
3. Aloe Barbadensis Leaf Juice
4. Centella Asiatica Extract
5. Anthemis Nobilis Extract
ข้อดี+ ผลัดเซลล์ผิว 
+ บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น 
+ กระชับรูขุมขน 
+ ลดรอยแดงรอยดำ
+ ผิวแพ้ง่ายใช้ได้
ข้อเสีย– ราคาพรีเมียม
ราคา 990 บาท (ตกml ละ 33 บาท)
ปริมาณ 30 ml

11. Clearogen Anti-Blemish Lotion 

Clearogen Anti-Blemish Lotion 

ตัวนี้อาจเรียกว่าเซรั่มลดสิวไม่ได้ซะทีเดียว เพราะเนื้อเขาไม่ได้เบาแบบเซรั่ม แต่ต้องให้อยู่ในลิสต์นี้ด้วยเพราะคุณสมบัติมันเหมาะกับคนมีปัญหาสิวเว่อ เขาช่วยยับยั้งฮอร์โมน Dihydrotestosterone หรือฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่งที่ร่างกายผลิตออกมาโดยธรรมชาติ ซึ่งทำให้เกิดเส้นขนต่างๆ บนร่างกาย และต่อมไขมันต่างๆ ทำหน้าที่ซึ่งเหมือนกับยาแต้มสิวที่มี

ส่วนผสมของ Benzoyl  แต่พิเศษกว่าตรงที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ใช้ได้แม้แต่คนที่มีปัญหาโรคผิวหนังอักเสบโรซาเซีย (Rosacea) ตัวนี้จะช่วยควบคุมการผลิตน้ำมัน เหมาะมากๆ กับคนที่ผิวไวต่อการระคายเคือง และในขวดนี้ยังมีธาตุกำมะถันช่วยเปิดรูขุมขนและกำจัดแบคทีเรียบนผิวหน้าด้วย ใครมีปัญหาสิวผด สิวอักเสบ แล้วแพ้ง่ายอีก ก็แนะนำหลอดนี้เลย 

ส่วนผสมสำคัญในการรักษาสิว1. Linolenic Acid
2. Glycine Soja (Soybean) Sterols
3. Ceteth-10 Phosphate
4. Serenoa Serrulata Extract
ข้อดี+ กำจัดแบคทีเรียบนผิวหนัง
+ ควบคุมการผลิตน้ำมันบนผิว 
+ ผิวแพ้ง่ายใช้ได้
ข้อเสีย– เนื้อค่อนข้างหนัก
ราคา 1,790 บาท (ตกml ละ 32.5 บาท)
ปริมาณ 55 ml

12. SKIN1004 Madagascar Centella Ampoule 

SKIN1004 Madagascar Centella Ampoule 

อีกหนึ่งตัวที่ฮิต ไม่ใช่แค่แพคเกจจิ้งทรงมินิมอล แต่คุณสมบัติเขาจึ้งไม่แพ้ใคร ส่วนผสมก็ตามชื่อที่เขียนบนหน้าขวดเลยคือ เน้น Centella ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงให้ผิว ลดอาการระคายเคือง เห่อแดงที่เกิดจากการแพ้ จากสิว 

ถึงแม้ว่าขวดนี้จะไม่ได้มีส่วนผสมที่ครึกโครมเท่าตัวอื่นๆ ที่แนะนำไปด้านบน แต่ด้วยความเข้มข้นของ Centella ที่เขาให้มา ช่วยเสริมให้ผิวแข็งแรง ลดการเกิดสิว ยับยั้งแบคทีเรีย ซึ่งมันง่ายต่อสาวๆ ด้วยถ้าต้องการเลือกซื้อสกินแคร์สักตัวไปเสริม Skincare routine เพื่อบิ้วให้ผิวเราเป๊ะขึ้นกว่าเดิม 

ส่วนผสมสำคัญในการรักษาสิว1. Centella 
2. Butylene Glycol
3. Glycerin
ข้อดี+ เสริมให้ผิวแข็งแรง 
+ ลดการระคายเคือง 
+ ยับยั้งแบคทีเรีย
ข้อเสีย– ส่วนผสมไม่ได้เยอะมาก
ราคา 890 บาท (ตกml ละ 8.9 บาท)
ปริมาณ 100 ml

​​วิธีรักษาสิวด้วยตนเอง

ดูแลผิวรักษาสิวเองที่บ้านไม่ใช่เรื่องยากค่ะสาวๆ ข้อห้ามเดียวที่ขอคืออย่าบีบสิวเองถ้าทำไม่เป็น อย่าแกะเกา เพราะพฤติกรรมพวกนี้จะทำให้เกิดรอยที่เราต้องมานั่งรักษากันทีหลังซึ่งใช้เวลานาน ชีวิตเหนื่อยไปอีก นอกจากข้อห้ามนี้ก็เป็นการทำความสะอาดผิวเช้าเย็น ล้างเครื่องสำอางให้เกลี้ยง (ซึ่งก็ขอย้ำอีกทีแล้วกันเผื่อมีคนไหนขี้เกียจ จะได้รู้ว่ามันเป็นขั้นตอนพื้นๆ ที่สำคัญมาก) 

สุดท้ายจริงๆ แล้ว ย้ำกันอีกครั้งว่าอยากชนะสิว อย่าลืมเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับผิวและทำให้ผิวแข็งแรงด้วย โดยเฉพาะคนที่ผิวแพ้ง่ายต้องใส่ใจกับส่วนผสมที่เลือกใช้เสมอ และห้ามขาดการเติมความชุ่มชื้นเด็ดขาด 

ถ้าสกินแคร์ที่ใช้อยู่มี AHA/BHA อยู่แล้ว เลือกสกินแคร์ที่มี Niaciamide, Aloe, Glycerin, Hyarulonic  ที่ช่วยเสริมความชุ่มชื้น ถ้าเป็นคนผิวแพ้ง่าย มองหาส่วนผสมพวก Centella, Tamanu oil (ถ้าแพ้ถั่ว ข้ามตัวนี้ไปเลยนะคะ), Rosehip oil ช่วยลดการระคายเคืองให้ผิว 

แต่ถ้ายังไม่มี AHA/BHA ในรูทีนเลย เราแนะนำให้เสริมเข้ามาสักชิ้น กรดอ่อนๆ พวกนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออก ช่วยให้สกินแคร์ตัวอื่นๆ ที่เราใช้ทำงานได้ดีมากขึ้นด้วยค่ะ 

ที่มาข้อมูลส่วนผสม:

  1. https://www.prevention.com/beauty/skin-care/g35797959/best-serum-for-acne/ 

2. https://incidecoder.com/