รีวิว 11 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี 2022 ถูกและดี ไปจนถึง Hi-End [ข้อดี-ข้อเสีย]

หลายๆคนอาจจะรู้สึกเบื่อกับการทำงานบ้านใช่ไหมคะ แค่ทำงานทั้งวันก็เหนื่อยแล้ว แถมกลับบ้านมาก็ต้องมานั่งกวาดพื้นถูพื้นอีก ปัญหากวนใจแทบทุกบ้าน ทำให้การหันมาใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่น หรือเครื่องดูดฝุ่นไร้สายเป็นทางออกที่แก้ปัญหาอันปวดหัวนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม กำจัดได้ทั้งฝุ่นละออง เส้นผม ขนสัตว์ ลงทุนเพียงครั้งเดียว แต่ประหยัดเวลาได้เยอะเลย แทนที่จะเอาเวลาไปทำความสะอาดบ้าน เราก็สามารถใช้เวลาเพื่อความบันเทิงกับครอบครัว ดูหนัง ฟังเพลง ฟังดูแล้วเป็นทางออกที่ดีกว่าใช่ไหมล่ะคะ

วันนี้มิสซี่มีบทความมาแนะนำ รีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี 2022 ที่คัดมาแล้วในแง่ของฟังก์ชั่นการใช้งาน คุณภาพ ราคา ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ จะซื้อของทั้งที ต้องเลือกอันที่คุ้มค่ามากที่สุดค่ะ ไปดูกันค่ะว่าที่เลือกมา มีอะไรบ้าง

คุณสมบัติที่สำคัญของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น

  • ฟังก์ชั่นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ – ควรเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่สามารถควบคุมผ่านแอปพลิเคชั่นบนมือถือ สามารถออกคำสั่งให้ทำความสะอาดได้ตามต้องการ
  • อายุการใช้งาน – ควรเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ ที่ผ่านการทดสอบวิจัย ควบคุมคุณภาพมาอย่างดี เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่เราเลือกอยู่กับเราไปนานๆ
  • ทำความสะอาดได้ทุกพื้นผิว โดยเฉพาะบนพรม – หลายๆหุ่นยนต์ดูดฝุ่นสามารถทำความสะอาดบนพรมได้ แต่ไม่ใช่ทุกยี่ห้อจะดูดฝุ่นและผมออกจากพรมได้ดี มิสซี่ได้เลือกยี่ห้อที่คัดมาแล้วว่า the best ให้เรียบร้อยค่ะ
  • เสียงการทำงาน – ควรเลือกหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ทำงานเสียงเบา เดซิเบลต่ำ เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนหย่อนใจภายในบ้าน

จัดอันดับ TOP 3 หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ในดวงใจ

#1 Roborock S7 Series (แนะนำสุด)

LAZADA
SHOPEE
#2 Xiaomi robot vacuum cleaner 2 lite

LAZADA
SHOPEE
#3 Dreame Bot W10 Robot Vacuum and Mop Cleaner

LAZADA
SHOPEE

รีวิวแนะนำ ซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี

1.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี โดยรวมที่สุด – Roborock S7 Series (แนะนำสุด)

Roborock S7 Series

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น อัจฉริยะ จาก Roborock S7 Series หรือ Smart Robotic Vacuum มาพร้อมกับเทคโนโลยีฟังก์ชั่นถูแบบสั่นสะเทือนที่ล้ำสมัยระดับโลกแบบใหม่ล่าสุด สูงสุด 3,000 ครั้งต่อนาที ประสิทธิภาพการทำความสะอาดดีขึ้น 4 เท่าตัวซึ่งรองรับการใช้งานกับ Roborock Auto-Empty Dock (ต้องซื้อแยกเอง )แท่นเก็บฝุ่นอัตโนมัติ ที่มีระบบการกรองฝุ่นที่ดีที่สุด ฟิลเตอร์กรองฝุ่นระดับการกรอง HEPA E11 ซึ่งสามารถกรองฝุ่นได้อย่างละเอียดรวมถึงฝุ่นPM2.5, ละอองเกสรดอกไม้, เชื้อรา ได้รับการรับรองจาก ทูฟไฮแลนด์ ว่ามีแรงดูดที่คงที่ และปราศจากสารก่อภูมิแพ้ด้วย ตัวเครื่องสามารถแสดงเส้นทางการทำงานได้อย่างละเอียด ว่าส่วนไหนดูดกวาดถูแล้ว ส่วนไหนยัง ปรับระดับแรงดูดได้ 4 ระดับ ระบบปรับความเร็วรอบหมุนของแปรงปัดข้างได้อัตโนมัติ (Dynamic-Speed Side Brush) ตามความเหมาะสมของการทำงานได้เอง แปรงปัดหลักมีอิสระขยับเคลื่อนที่ได้ 360° สามารถแนบราบเรียบไปกับพื้นได้อย่างดี มีเซนเซอร์กันตกและปีนป่าย สามารถข้ามสิ่งกีดขวางได้ถึง 2 ซม. เสียงการทำงานที่เงียบเบา ดังสุดแค่ 67 เดซิเบล

  • กำลังไฟฟ้า : 68W
  • แบตเตอรี่ : 5,200 mAh
  • การรับประกัน : 3 ปี รวมแบตเตอรี่
  • ทำความสะอาดได้นาน : 180 นาที
  • กำลังแรงดูดสูงสุด : 2,500 Pa
จุดเด่น/ข้อดี+เก่งมาก ฉลาดมาก ดูดฝุ่นได้สะอาดและลมดูดดีมาก
+ตั้งค่าและสั่งการผ่านแอปได้ รวมถึงสั่งงานผ่านเสียง

+กวาด ดูดฝุ่น และถูพื้นพร้อมกันได้

+เทคโนโลยี Ultrasonic Sensor ในการตรวจจับพื้นพรม
+คำนวณเส้นทางการทำงานที่ชาญฉลาดที่สุด โดยระบบ AI Adaptive Route Algorithms
+เทคโนโลยี PreciSense™ LiDAR ทำให้รับรู้ตำแหน่ง และพื้นที่โดยรอบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
+กลับเข้าแท่นชาร์จได้เองอัตโนมัติ
+ตั้งค่าแบ่งโซนทำความสะอาด หนักเบาแตกต่างกันตามพื้นที่ในบ้านได้
ข้อเสีย-ราคาสูง
ราคา22,900 – 37,900 บาท

2.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี โดยรวมที่สุด – Xiaomi robot vacuum cleaner 2 lite (ถูกลงมา)

 Xiaomi robot vacuum cleaner 2 lite (ถูกลงมา)

ใครที่มองหา หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี ที่ฟังก์ชั่นล้ำๆ ราคาไม่โหดมาก ต้องของ xiaomi เลยค่ะ ตัวเครื่องมาแบบ 3in1 การทำความสะอาดไว้ในตัวเดียว ด้วยการดูด กวาด ถู ที่มีพลังในการดูด 2200Pa รองรับพลังดูดปรับได้ 4 ระดับ ระบบการกรอง 3 ชั้นช่วยป้องกันมลพิษ ตัวเครื่องหนา 82 มม. ทำความสะอาดฝุ่นใต้เตียงหรือโซฟาได้ สามารถกลับเข้าแท่นชาร์จอัตโนมัติด้วยตนเองอัจฉริยะ ตัวเครื่องมีเซ็นเซอร์ในตัว สามารถตรวจจับสิ่งกีดขวาง รองรับแอปพลิเคชั่น Mi Home ที่จะช่วยให้คุณตั้งค่าการทำงาน และสามารถสั่งงานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

  • กำลังไฟฟ้า : 25W
  • แบตเตอรี่ : 2,500 mAh
  • การรับประกัน : 1 เดือน
  • ทำความสะอาดได้นาน : 90 นาที
  • กำลังแรงดูดสูงสุด : 2,200 Pa
จุดเด่น/ข้อดี+มีแอปสั่งการ
+ ราคาดี เหมาะกับต้องการประหยัดงบ
ข้อเสีย-เซนเซอร์อาจมีงงๆบ้าง
-ทำความสะอาดได้ไม่นานต่อรอบชาร์จ-เครื่องเป็นภาษาจีน ต้องเชื่อมกับเซิฟเวอร์จีนถึงจะใช้งานได้
ราคา5,499 บาท

3.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้นที่ดีที่สุด – Dreame Bot W10 

Dreame Bot W10 

ดรีมเม่ ขั้นกว่าของ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่สามารถกวาดพื้น ดูดฝุ่น ถูพื้น แถมยังซักผ้าถูพื้นแล้วอบแห้งด้วยตัวเองอีก! โอ้โหจะล้ำหน้าไปไหน โดยทุกอย่างสั่งงานง่ายๆ ผ่านแอพบนมือถือ ขัดถูพื้นด้วยรอบหมุน 180 RPM ไปพร้อมๆกับ แรงกด 8 นิวตัน ถูพื้นได้สะอาดหมดจดกว่าระบบการถูทั่วๆไป แถมยังมีแท๊งค์น้ำใหญ่ถึง 4,000 ml. แรงลมดูดฝุ่นแรงมาก ทรงพลังสูงสุดถึง 4,000Pa มีเทคโนโลยี LDS LiDAR Navigation แสกนพื้นที่ด้วยระบบ ด้วยความละเอียดสูง ทำให้วาดแผนที่ และวางแผนการเดินทำความสะอาดได้ละเอียด ทั่วถึง และปรับเส้นทางการทำความสะอาดให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เดินทำความสะอาดทั่วถึงทุกซอก ทุกมุมภายในบ้าน นอกจากนี้ยังมีระบบ Ultrasonic Carpet Detection อัลตราโซนิกเซ็นเซอร์ ตรวจจับพื้นพรมและปรับการทำงานให้เหมาะสม 

  • กำลังไฟฟ้า :  55W
  • แบตเตอรี่ : 6,400 mAh
  • การรับประกัน : –
  • ทำความสะอาดได้นาน : 210 นาที
  • กำลังแรงดูดสูงสุด : 4,000 Pa
จุดเด่น/ข้อดี+ ดูดฝุ่น ถูพื้น ที่สามารถซักผ้าถูแล้วอบแห้งได้เอง
+ ทำความสะอาดได้นานมากต่อหนี่งรอบชาร์จ
+มีระบบแปรงปัดป้องกันเส้นผมพันแปรง
+เวลาเจอพรม จะเพิ่มแรงดูดอัตโนมัติ+ตั้งค่าทุกอย่างได้ผ่านแอป รวมถึงจดจำแผนที่ทำความสะอาดในบ้าน รวมถึงแบ่งโซนการทำงานได้
ข้อเสีย-ราคาแรง แต่โคตรคุ้ม
ราคา28,270 บาท

4.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้นที่ดีที่สุด – MITSUTA รุ่น MRC400 (ถูกลงมา)

MITSUTA รุ่น MRC400

ใครที่มองหาหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ราคาถูกและดี ต้องตัวนี้เลยค่ะ แรงดูดฝุ่นโอเคเลยเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณทำความสะอาดบ้านได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น สามารถเข้าถึงทุกซอกทุกมุม ที่ยากต่อการทำความสะอาด เช่น พวกใต้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ข้อควรระวังก็คือ ห้ามใช้กับบริเวณพื้นที่เปียกน้ำมากๆ รวมถึงห้ามใช้ทำความสะอาดวัตถุไวไฟ ของเหลว ทุกชนิด และที่สำคัญระวังตัวเครื่องตกจากที่สูง

  • กำลังไฟฟ้า : 8W
  • แบตเตอรี่ : 1,800 mAh
  • การรับประกัน : 6 เดือน
  • ทำความสะอาดได้นาน : 60 นาที
  • กำลังแรงดูดสูงสุด : – Pa
จุดเด่น/ข้อดี+ กวาด ดูดพื้น ถูพื้นครบจบในตัว
+ ราคาถูกและดี
ข้อเสีย– ทำความสะอาดได้ไม่เอี่ยมอ่องขนาดนั้น
– ชาร์จนาน ระยะทำความสะอาดทำได้สั้นมาก
ราคา6,890 บาท

5.หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ มาพร้อมกับแท่นเก็บฝุ่นอัตโนมัติที่ดีที่สุด – Ecovacs DEEBOT T9

Ecovacs DEEBOT T9

มาต่อกันที่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ จากแบรนด์ อีโคแวคส์  หุ่นยนต์ทำความสะอาดแบบ 9 in 1 ครบวงจร หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัตโนมัติเครื่องแรก ที่หลบหลีกสิ่งกีดขวาง 3D ได้แบบโคตรฉลาด มาพร้อมการดูดฝุ่นอันทรงพลัง และฟังก์ชั่นการถูพื้นที่ปล่อยน้ำหอมปรับอากาศ ถือเป็นหุ่นยนต์รุ่นแรกที่มาพร้อมกับน้ำหอมปรับอากาศ และยังมีแท่นชาร์จเคลื่อนย้ายฝุ่นอัตโนมัติ ขจัดฝุ่นลงในถุงเก็บฝุ่นได้นานถึง 30 วันโดยไม่มีการรั่ว ระบบสามารถสร้างเส้นทางการทำความสะอาดได้ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ควบคุมและปรับแต่งการทำความสะอาดของคุณได้จากทุกที่ผ่านแอป ECOVACS Home ตัวเครื่อง DEEBOT T9 สามารถใช้งานได้ทุกพื้นผิว คราบแน่นๆ ออกหมด ดูดฝุ่นและถูพื้นพร้อมกันในเครื่องเดียว 

  • กำลังไฟฟ้า : – W
  • แบตเตอรี่ : 5,200 mAh
  • การรับประกัน : 2 ปี
  • ทำความสะอาดได้นาน : 175 นาที
  • กำลังแรงดูดสูงสุด :  Pa
จุดเด่น/ข้อดี+ แท่นกำจัดฝุ่นอัตโนมัติดีงามมาก ไม่ต้องเทฝุ่นเองให้เลอะมือ
+ ทำความสะอาดพื้นได้กริบมาก ทุกจุด
+ ควบคุมและปรับแต่งการทำงานทุกอย่างผ่านแอป
+ มาพร้อมกับน้ำหอมปรับอากาศ
ข้อเสีย– ราคาสูง
ราคา19,700 บาท

6.หุ่นยนต์ดูดฝุ่นชนะรางวัลสินค้าที่ดีที่สุด – Autobot Lazer Mark 4 Cyclone 8000 PA

Autobot Lazer Mark 4 Cyclone 8000 PA

รีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวถัดมา นั่นก็คือ Autobot Lazer Mark 4 ที่ปังมากจนได้รับรางวัล Product of the year 2020 ด้วยแรงดูด Cyclone 8000 PA มากกว่าทั่วไปถึง 4 เท่า แถมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 6400 mAh มทำให้รอบระยะเวลาในการทำความสะอาดนาน แถมยังมีโหมดถูพื้นแบบ Y ขจัดคราบได้เสมือนคนถูพื้น ที่พิเศษก็คือระบบจดจำและบันทึกแผนที่บ้านรวมถึง สั่งกั้นพื้นที่ที่ไม่ต้องการให้เครื่องเข้าไปทำงานได้ภายในแอป มาพร้อมกับเทคโนโลยี LiDAR Laser SLAM 2.0 มาใส่ในหุ่นยนต์ดูดฝุ่น AUTOBOT แบบระบบ Electric Hybrid Tank และ Cylone Tank พร้อมควบคุมการทำงานด้วย Wifi connected เชื่อมต่อใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมแสดงหน้าจอ Real Time Mapping เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหุ่นยนต์ทำความสะอาดที่ครบเครื่องตัวนึงเลยก็ว่าได้

  • กำลังไฟฟ้า : – W
  • แบตเตอรี่ : 6,400 mAh
  • การรับประกัน : 3 ปี ประกันแบตเตอรี่ 1 ปี
  • ทำความสะอาดได้นาน : 180 นาที
  • กำลังแรงดูดสูงสุด : 8,000 Pa
จุดเด่น/ข้อดี+ ทำความสะอาดได้กริบ แรงดูดฝุ่นสูงสุด
+ รอบระยะเวลาในการทำความสะอาดนานต่อหนึ่งการชาร์จ+ จำแผนที่ได้เยอะสุด
+ บริการหลังการขายเยี่ยมมาก มีบริการฟรีรับส่งสินค้าตรวจเช็คและส่งซ่อมตลอดอายุการใช้งาน
+ ข้ามสิ่งกีดขวางเก่ง
ข้อเสีย– ซื้อแล้วจะอยากซื้ออีกเครื่อง เพราะทำงานดีมาก
– ตอนต่อแอปอาจจะงงๆหน่อย
ราคา14,990 บาท

7.หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ High-End ที่ดีที่สุด – Roborock S7 MaxV Series

Roborock S7 MaxV Series

มาต่อกันที่ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้น กวาดพื้นอัจฉริยะ จาก Roborock ที่ได้รับการพัฒนาและออกแบบทางวิศวกรรมเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการทำความสะอาดพื้นบ้านให้มากที่สุด ระบบการถูพื้นจะขัดพื้นโดยอัตโนมัติสูงสุดถึง 3,000 ครั้งต่อนาที พร้อมกับแรงกดที่คงที่ของฟังก์ชั่นถู (ด้วยเทคโนโลยี Sonic Mopping) ขจัดคราบแห้งที่หุ่นยนต์บางตัวไม่สามารถทำความสะอาดได้ เช่น คราบกาแฟ หรือรอยเท้าที่เป็นโคลน ไปจนถึงระบบฟังก์ชันถูที่สามารถยกตัวเองขึ้นอัตโนมัติเมื่อตรวจพบพื้นพรม เพิ่มแปรงปัดหลักยางและจะเพิ่มแรงดูดสูงสุดเป็น 5,100 Pa HyperForce™ Stormer หุ่นยนต์จะจดจำและหลีกเลี่ยงวัตถุในเส้นทางของมันได้แม่นยำยิ่งขึ้นและทำความสะอาดรอบๆ วัตถุด้วยระบบการหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวางด้วย ระบบกล้องคู่ Dual ReactiveAI 2.0 สามารถจดจำวัตถุในเส้นทางได้แม่นยำยิ่งขึ้น สามารถปรับการเดินรอบวัตถุกีดขวางได้ง่ายขึ้นและสามารถในวิดีโอแชทหาลูกๆ ผ่านหุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้ได้

  • กำลังไฟฟ้า : 74W
  • แบตเตอรี่ : 5,200 mAh
  • การรับประกัน : 3 ปี รวมแบตเตอรี่
  • ทำความสะอาดได้นาน : 180 นาที
    กำลังแรงดูดสูงสุด : 5,100 Pa
จุดเด่น/ข้อดี+ ตัวเครื่องฉลาด สามารถรู้หมดว่าสิ่งกีดขวางคืออะไร ว่าอันนี้โซฟานะ อันนี้โต๊ะ อันนี้พรม
+ เวลาจะพรมจะยกตัวอัตโนมัติ แล้วเพิ่มแรงดูดฝุ่นบนพื้นพรม
+ วิดิโอคอลหาลูกหรือสัตว์เลี้ยงผ่านหุ่นยนต์ดูดฝุ่นได้
ข้อเสีย– ราคาแรง
ราคา26,900 – 44,900 บาท

8.หุ่นยนต์ถูพื้นอัตโนมัติ ที่ดีที่สุด – AUTOBOT Scrub Robot Cleaner with water tank

AUTOBOT Scrub Robot Cleaner with water tank

หุ่นยนต์ถูพื้น EVERYBOT อันดับ 1 จากเกาหลี EVERYBOT ใช้ดีมาก พื้นสะอาด มีแรงกดเสมือนคนถู แถมยังได้รับรางวัล WINNER reddot design ปี 2019 สามารถ ถูได้ทั้งแบบเปียกและแห้ง โดยถูพื้นด้วยระบบ DUAL SPIN 5700 RPM ทำงานต่อเนื่องสูงสุด 100 นาที มีเซนเซอร์กั้นตกบันได/กั้นชนเฟอร์นิเจอร์ดยระบบตั้งค่าไว้ถ้าแบตหมดจะจอดในที่แจ้งเสมอ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะหาไม่เจอ ดีงามมาก

  • การรับประกัน : 1 ปี แบตเตอรี่ 12 เดือน 
  • ทำความสะอาดได้นาน : 100 นาที
จุดเด่น/ข้อดี+ ถูได้ทั้งแบบเปียกและแห้ง
+ ได้รับรางวัลหุ่นยนต์ถูพื้นจากเกาหลีใต้
ข้อเสีย– ถ้าซื้อแบบที่ดูดฝุ่น ถูพื้นในตัวก็ไม่ต้องเสียเงินหลายรอบ
ราคา7,900 บาท

9.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี สีชมพูน่ารักที่สุด – AUTOBOT Mini Lite สีชมพู 

AUTOBOT Mini Lite สีชมพู 

มาต่อที่รีวิว หุ่นยนต์ดูดฝุ่น AUTOBOT รุ่นจิ๋วแต่แจ๋ว ที่มาในสีชมพูน่ารักปุ๊กปิ๊ก มีสีฟ้าพาสเทลด้วยเหมือนกัน ใครที่คุมตีมห้องนอนต้องห้ามพลาดตัวนี้เด็ดขาด นอกจากตัวเครื่องจะน่ารักกระแทกใจแล้ว ราคาก็น่ารักไม่แพ้กัน เหมาะมากๆสำหรับห้องนอนเล็กๆหรือคอนโด ช่วยกวาดบ้าน ดูดฝุ่น และ ถูพื้น พร้อมกัน มาในขนาดกะทัดรัด ไม่เกะกะ สามารถเข้าไปทำความสะอาดในพื้นที่ซอกมุม ใต้โซฟาหรือใต้โต๊ะได้เป็นอย่างดี แถมตัวน้องเค้ามีเซนเซอร์ป้องกันการตกจากที่สูง จะช่วยหลีกเลี่ยงการตกจากต่างระดับที่มีความสูงกว่า 10 ซม ใครที่มองหา หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูกและดี ต้องห้ามพลาดรุ่นนี้เลยค่า

  • กำลังไฟฟ้า : 19 W
  • แบตเตอรี่ : 800 mAh
  • การรับประกัน : รับประกันเครื่อง 1 ปี แบตเตอรี่ 12 เดือน
  • ทำความสะอาดได้นาน : – นาที
  • กำลังแรงดูดสูงสุด : – Pa
จุดเด่น/ข้อดี+ ราคาถูกและดี
+ เหมาะกับห้องขนาดเล็ก เช่น ห้องนอน คอนโด
ข้อเสีย– แรงดูดฝุ่นไม่แรง ทำความสะอาดได้ไม่เนี๊ยบเท่าไหร่
– เศษผมชอบพันแปรง
ราคา3,190 บาท

10.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ยี่ห้อไหนดี งบประหยัดสุด – Asaki Robot Vacuum Cleaner

 Asaki Robot Vacuum Cleaner

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นในงบประหยัดสุด จัดว่าเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูกและดี ช่วยทำความสะอาดอัตโนมัติ มีฟังก์ชั่นดูดฝุ่น ถูพื้นแบบแห้ง ใครที่อยากรู้ว่า หุ่นยนต์ดูดฝุ่น asaki ดีไหม บอกเลยว่า น้องเขาดีงามในราคาหลักร้อย ช่วยเก็บเศษตามพื้น ปัญหาผมร่วงตามพื้นให้หมดไป ใครที่ยังไม่อยากลงทุนหลักพันหลักหมื่นกับหุ่นยนต์ทำความสะอาด ลองตำตัวนี้ดูก่อนก็ได้ค่า แล้วจะไม่ผิดหวัง

  • กำลังไฟฟ้า : – W
  • แบตเตอรี่ : 1,800 mAh
  • การรับประกัน : 1 ปี
  • ทำความสะอาดได้นาน : 90 นาที
  • กำลังแรงดูดสูงสุด : – Pa
จุดเด่น/ข้อดี+ราคาถูกและดีเว่อร์
+มีหลายสีให้เลือก
ข้อเสีย-แรงดูดฝุ่นไม่แรง ทำความสะอาดได้ไม่กริบ
ราคาบาท

11.หุ่นยนต์ดูดฝุ่น sumsung ที่ดีที่สุด – Samsung VR05R5050WK

Samsung VR05R5050WK

มาต่อกันที่ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น sumsung หุ่นยนต์ทำความสะอาด ที่มาแบบ 2 in 1 สามารถดูดฝุ่นและถูพื้นไปในตัว กำจัดสิ่งสกปรกพร้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ะสามารถทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมได้เป็นพื้นที่บริเวณกว้างโดยไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟใหม่หลายรอบ ดีไซน์ที่บางเฉียบ สามารถเข้าถึงซอกมุม ใต้เฟอร์นิเจอร์อย่างทั่วถึง ควบคุมหุ่นยนต์ดูดฝุ่นได้จากทุก ๆ ที่แม้ว่าคุณจะไม่อยู่บ้านก็ตาม ด้วยการควบคุมผ่าน Wi-Fi ในตัวและแอปสมาร์ทโฟน ตั้งตารางการทำความสะอาดหลาย ๆ เวลา, ปรับแรงดูด และควบคุมความเร็วของการถูพื้นและการไหลของน้ำได้ทั้งหมด

  • กำลังไฟฟ้า : 10W
  • แบตเตอรี่ : 3,400 mAh
  • การรับประกัน : 2 ปี รวมแบตเตอรี่
  • ทำความสะอาดได้นาน : 150 นาที
  • กำลังแรงดูดสูงสุด : 5,100 Pa
จุดเด่น/ข้อดี+ตั้งค่าควบคุมผ่านแอปได้ง่าย
+ทำความสะอาดได้กริบ เดินทำงานตรง เส้นทางการทำงานมีประสิทธิภาพ
ข้อเสีย-เดินทำงานค่อนข้างช้า
-เสียงทำงานค่อนข้างดัง
-เชื่อมต่อ WiFi ยาก
ราคา6,690 บาท

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ดีไหม

ดีมากกก เพราะว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นช่วยประหยัดเวลาทำความสะอาดบ้าน ทำให้พื้นบ้านสะอาดเงากริบ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา เรียกได้ว่าเป็นไอเท็มที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น เพราะกลับบ้านมาทีไร ก็ไม่มีฝุ่น เส้นผม เศษอาหารตกหล่น ขนสัตว์ตามพื้นให้กวนใจอีกต่อไป เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ควรตำอย่างยิ่งเลยค่ะ

ก็จบไปแล้วนะคะสำหรับบทความรีวิว หุ่นยนต์ดูดฝุ่นยี่ห้อไหนดี รวบรวมเหล่าบรรดาเครื่องดูดฝุ่นไร้สายตัวท็อปๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Roborock Autobot หุ่นยนต์ดูดฝุ่น xiaomi หุ่นยนต์ดูดฝุ่น samsung หุ่นยนต์ดูดฝุ่น asaki หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ถูพื้นอย่างของ Dreame หรือแม้กระทั่ง หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ราคาไม่แพง ยี่ห้ออื่นๆ หวังว่าบทความรีวิวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นทำความสะอาดที่ได้นำมาเสนอในวันนี้จะถูกใจเหล่าเจ้าของบ้านทุกคนนะคะ