8 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี 2024 (พกพาง่าย ผมไม่เสีย!)

บทความนี้จะแนะนำทุกคนให้รู้จักกับ เครื่องเป่าผมเสียงเบา มาดูกันว่าเจ้าเทคโนโลยีนี้มีความแตกต่าง และดีกว่าไดร์เป่าผมทั่วไปอย่างไรบ้าง

พร้อมแจกพิกัดว่า ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี เสียงเงียบ ผมแห้งเร็ว ไม่ทำให้ผมเสีย และคุ้มค่า น่าซื้อในปี 2024  

TOP 3

#1 Dyson Supersonic™ Hair Dryer HD08

Dyson Supersonic™ Hair Dryer HD08 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 16,900 บาท

#2 Panasonic nanoe Hair Dryer รุ่น EH-NA45RPL

Panasonic nanoe Hair Dryer รุ่น EH-NA45RPL ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 3,290 บาท

#3 Lesasha Airmax BLDC Jet Hair Dryer 1600W รุ่น LS1628

Lesasha Airmax BLDC Jet Hair Dryer 1600W รุ่น LS1628 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 6,990 บาท

ทำความรู้จักกับไดร์เป่าผมเสียงเบา

ไดร์เป่าผมเสียงเบา คือ อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมที่มีเทคโนโลยีช่วยให้ระดับเสียงอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย โดยความดังเสียงประมาณ 85-90 เดซิเบล จะมีความเสี่ยงที่ส่งผลต่อการได้ยิน ดังนั้น การพิจารณาไดร์เป่าผมที่มีระดับเสียงต่ำกว่า 85-90 ถือเป็นทางเลือกดีกว่าในระยะยาว

เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มาในรูปแบบไดร์เป่าผมเสียงเงียบ นอกจากจะช่วยให้ชีวิตเราสะดวกและดียิ่งขึ้นแล้ว ยังไม่ทำให้ผมเสีย ลดการทำให้ผมชี้ฟู และช่วยให้ผมแห้งเร็วแบบไม่ต้องนั่งเป่านาน ๆ ให้รำคาญใจอีกต่อไป 

ด้วยเทคโนโลยีที่หลายแบรนด์ได้คิดค้นขึ้นมา จากการปรับเปลี่ยนการใช้มอเตอร์ หรือ การปรับระบบไหลเวียนอากาศแบบพิเศษเพื่อทำให้เสียงเบาลงโดยเฉพาะ

จะเลือกซื้อ ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี 2567 

1.ไดร์เป่าผมเสียงเบา โดยรวมดีที่สุด : Dyson Supersonic™ Hair Dryer HD08

Dyson Supersonic™ Hair Dryer HD08 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 16,900 บาท

ข้อดี
+ มีหัวเปลี่ยนหลายแบบ
+
ผมแห้งเร็ว
+ วัสดุแข็งแรงทนทาน

ข้อควรพิจารณา
– ราคาค่อนข้างสูง

ช่วยทำให้ผมแห้งเร็ว ผมไม่เสีย ต้องรุ่นนี้เลย แบรนด์ Dyson เป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมสูงมาก โดยเฉพาะรุ่นนี้ที่ถูกรีวิวอย่างต่อเนื่องค่ะ

นอกจากจะปรับแรงลมได้ 3 ระดับแล้วยังมีเทคโนโลยี Air Multiplier ที่ช่วยให้ผมแห้งเร็วขึ้น 3 เท่า หลายรีวิวพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเสียงเบามาก เป่าผมไปดูทีวีไปได้อย่างไม่ทำให้เสียอรรถรสเลย ของมันต้องมีจริง ๆ

จุดเด่น / ฟังก์ชัน – ปรับความแรงลมได้ 3 ระดับ
– ดิจิทัลมอเตอร์รุ่น V9 (ความเร็ว 110,000 รอบ/นาที)
ระดับเสียง 77 เดซิเบล
กำลังไฟฟ้า 1,600 วัตต์
ประกัน 2 ปี

2.ไดร์เป่าผมเสียงเบา แนะนำมากที่สุด : Panasonic nanoe Hair Dryer รุ่น EH-NA45RPL

Panasonic nanoe Hair Dryer รุ่น EH-NA45RPL ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 3,290 บาท

ข้อดี
+ เป่าผมแห้งเร็วโดยไม่ทำให้ผมเสีย
+
มีระบบลมเย็น
+ เสียงเบามาก

ข้อควรพิจารณา
– ราคาค่อนข้างสูง

Panasonic เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน ราคาถูก เข้าถึงได้ง่าย อย่างไดร์เป่าผมเสียงเบารุ่นนี้มีจุดเด่น คือ Nanoe™ ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นมากกว่าไอออน 100 เท่า และ Platinum Ion ที่ช่วยปกป้องผมของเราจากรังสี UV

มีโหมด Healthy ที่ช่วยเป่าผมแห้งเร็วโดยที่ผมไม่แห้งเสีย ระดับเสียงต่ำสุด 64 เดซิเบล เป็นมิตรต่อหูสุด ๆ รุ่นนี้ต้องมีแล้วน้า

จุดเด่น / ฟังก์ชัน – เทคโนโลยี Nanoe™ & Platinum Ion
– ปรับความแรงลมได้ 2 ระดับ
ระดับเสียง 64 เดซิเบล 
กำลังไฟฟ้า 1,400 วัตต์
ประกัน 1 ปี

3. ไดร์เป่าผมเสียงเบา อ่อนโยนกับเส้นผม : Lesasha Airmax BLDC Jet Hair Dryer 1600W รุ่น LS1628

Lesasha Airmax BLDC Jet Hair Dryer 1600W รุ่น LS1628 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 6,990 บาท

ข้อดี
+ น้ำหนักเบา
+
Ionic Function ช่วยป้องกันผมเสีย
+ ปรับลมเย็น ลมร้อนได้

ข้อควรพิจารณา
– ราคาค่อนข้างสูง

ไดร์เป่าผม Lesasha ตัวดัง มาพร้อมกับเทคโนโลยีมอเตอร์สุดล้ำที่เรียกว่า BLDC Motor กำลังไฟดูน้อยจริง แต่ความเจ๋ง คือ แรงเทียบเท่ากำลังไฟ 2,000 วัตต์ เลยทีเดียว มีระบบลมเย็นที่เย็นกว่าไดร์เป่าผมยี่ห้ออื่น ยกให้เป็นที่สุดของไดร์เป่าผมที่ไม่ทำร้ายผม

ใครที่กำลังเล็งว่าจะซื้อไดร์เป่าผม Lesasha รุ่นไหนดี ตัวนี้เป็นนวัตกรรมไดร์เสียงเบาที่มีทุกคุณค่าที่คู่ควร เป่าแห้งเร็ว แถมยังมี Tourmaline Coating ช่วยปกป้องเส้นผมอีกด้วย

จุดเด่น / ฟังก์ชัน – เทคโนโลยี BLDC Motor
– น้ำหนักเบาเพียง 315 กรัม
ระดับเสียง 72 เดซิเบล
กำลังไฟฟ้า 1,600 วัตต์
ประกัน 2 ปี

4. เครื่องเป่าผมเสียงเบา ผมไม่เสีย : Philips Personal Hair Dryer BHD510/00

Philips Personal Hair Dryer BHD510/00 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 2,190 บาท

ข้อดี
+ มีเทคโนโลยีปกป้องผมจากความร้อนส่
+
มีหัวไดร์ให้ 2 ชิ้น
+ ดีไซน์สวย เสียงรบกวนต่ำ

ข้อควรพิจารณา
– เครื่องค่อนข้างมีน้ำหนัก

ขอยกให้ Philips รุ่นนี้เป็นไดร์เป่าผมเสียงเบาที่คุ้มค่ามากที่สุดในตอนนี้ ใครเป็นสาวกยี่ห้อนี้แต่ไม่รู้จะซื้อรุ่นไหนดี ขอแนะนำตัวนี้เลยทั้งใจ ราคาย่อมเยาว์แต่ Function ครบจบในตัวเดียว

มาพร้อมกับเทคโนโลยี ThermoShield และ Mineral Ion ที่ช่วยปกป้องผมของเราจากความร้อนและรังสี UV ปรับความร้อนได้ถึง 6 ระดับ ลมแรง ผมแห้งไว และเสียงเบามาก ไม่เชื่อต้องไปลองด้วยตัวเอง มันดีจริง

จุดเด่น / ฟังก์ชัน – เทคโนโลยี ThermoShield 
– ปรับความแรงลมได้ 2 ระดับ
ระดับเสียง N/A
กำลังไฟฟ้า 2,300 วัตต์
ประกัน 2 ปี

5. ไดร์เป่าผมเสียงเบา ราคาถูกและดี: Simplus รุ่น CFJH001

Simplus รุ่น CFJH001 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 499 บาท

ข้อดี
+ ระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ ช่วยถนอมเส้นผม
+
น้ำหนักเบา
+ ลมแรง ผมแห้งไว กระจายความร้อนทั่วถึง

ข้อควรพิจารณา
– กำลังไฟฟ้าน้อย
– พับเก็บไม่ได้

ไดร์เป่าผมเสียงเบา Simplus นอกจากจะตัวเล็ก น้ำหนักเบา ขนาด Travel size พกพาได้สะดวกมาก ๆ แล้ว ยังมาพร้อมกับการออกแบบช่องลมเกลียว เพื่อกระจายสมดุลความร้อนให้ทั่วถึง ทำให้ผมแห้งเร็ว ช่วยลดปัญหาผมมัน และผมชี้ฟู ไม่ค่อยเป็นทรงได้ด้วย

จุดเด่น / ฟังก์ชัน – สายไฟยาว 1.8 เมตร
– ปรับความแรงลมได้ 3 ระดับ
ระดับเสียง ต่ำกว่า 76.1 เดซิเบล
กำลังไฟฟ้า 1,250 วัตต์
ประกัน 2 สัปดาห์

6. ไดร์เป่าผมเสียงเบา ดีไซน์มินิมอล : Xiaomi Mi Ionic Hair Dryer H300

Xiaomi Mi Ionic Hair Dryer H300 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 1,290 บาท

ข้อดี
+ เสียงเบาลงจากการออกแบบลดแรงต้านลม
+
เป่าผมแห้งเร็ว
+ ราคาจับต้องได้

ข้อควรพิจารณา
– ด้ามจับพับเก็บไม่ได้

ไดร์เป่าผมเสียงเบา Xiaomi มาพร้อมกับสไตล์เรียบง่าย ดู Minimal ด้วยสีขาวล้วนทั้งเครื่อง น้ำหนักเบา ตัวเครื่องขนาดพอเหมาะ ดูเล็กกะทัดรัดก็จริงแต่แรงลมดีมาก เป่าผมแห้งแบบไม่ต้องง้อไดร์เครื่องใหญ่ ๆ เลย

รุ่นนี้มีช่องผ่านลมที่สามารถลดเสียงรบกวนให้เบาลงได้ ทางแบรนด์ได้ออกแบบทุกอย่างมาอย่างปราณีต และตอบโจทย์ทุกการใช้งาน อีกทั้งยังปรับอุณหภูมิได้ 3 ระดับ แถมมาด้วยระบบเป่าลมเย็น ลมร้อนที่สามารถเลือกได้ทุกความต้องการ

จุดเด่น / ฟังก์ชัน – น้ำหนัก 498 กรัม
– ปรับความแรงลมได้ 2 ระดับ
ระดับเสียง N/A
กำลังไฟฟ้า 1,600 วัตต์
ประกัน 1 ปี

7. ไดร์เป่าผมเสียงเบา ราคาประหยัด : Panasonic Hair Dryer รุ่น EH-NE66-KL

Panasonic Hair Dryer รุ่น EH-NE66-KL ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 1,290 บาท

ข้อดี
+ น้ำหนักเบา
+
พกพาสะดวก ด้ามจับพับเก็บได้
+ ลมแรง หัวเป่าช่วยให้ไดร์ตรงง่าย

ข้อควรพิจารณา
– ขนาดเครื่องค่อนข้างใหญ่

ไดร์เป่าผม ถูกและดี เสียงเบา จากแบรนด์ Panasonic เหมาะกับคนกำลังหาไดร์เป่าผมแรง ๆ ในราคาจับต้องได้สักตัว รุ่นนี้สามารถเป่าผมแห้งเร็วได้ภายในไม่กี่นาที ด้วยกำลังไฟฟ้า 2,000 วัตต์ เหมือนจะน้อยแต่เทียบเท่ากับ 2,300 วัตต์เลยทีเดียว ประสิทธิภาพเกินตัวสุด ๆ

ที่สำคัญคือไม่ทำร้ายผม มีเทคโนโลยี Heat Protection ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ร้อนจนเกินไป แถมยังสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นให้เส้นผมเราได้ด้วย

จุดเด่น / ฟังก์ชัน – สายไฟยาว 1.8 เมตร
– ปรับความแรงลมได้ 3 ระดับ
ระดับเสียง 71 เดซิเบล
กำลังไฟฟ้า 2,000 วัตต์
ประกัน 1 ปี

8. ไดร์เป่าผมเสียงเบา คุณภาพแน่น : Coolastyler High-speed Hair Dryer

Coolastyler High-speed Hair Dryer ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 2,499 บาท

ข้อดี
+ เครื่องพิเศษเสียงรบกวนต่ำ
+
มีแท่นสำหรับติดผนัง
+ ผมแห้งไวพร้อมประจุลบป้องกันผมเสียจากความร้อน

ข้อควรพิจารณา
– มีสีเดียว

ไดร์เป่าผม cool a styler ตัวนี้จะมีความพิเศษตรงมีการใช้เทคโนโลยี 9 ใบพัดชนิดทำงานเงียบพิเศษ เพิ่มการไหลของอากาศขั้นสูง พร้อมเทคโนโลยี Ionic ป้องกันผมชี้ฟู ทำให้ผมนุ่มลื่น และยังมีระบบป้องกันอุณหภูมิสูงอีกด้วย

มี 8 โหมดการใช้งานที่จำเป็นต้องมีในไดร์เป่าผม ซึ่งรุ่นนี้ได้รวมไว้ในตัวแล้วแบบครบจบสุด ๆ คุณภาพคับเครื่องแบบนี้ไม่มีไม่ได้แล้วไหม

จุดเด่น / ฟังก์ชัน – น้ำหนัก 500 กรัม
– ปรับความแรงลมได้ 2 ระดับ ความร้อน 4 ระดับ
ระดับเสียง N/A
กำลังไฟฟ้า 1,800 วัตต์
ประกัน 2 ปี

วิธีเลือกซื้อ “ไดร์เป่าผมเสียงเบา”

เลือกจากระดับเสียง

ไดร์เป่าผมทั่วไปจะมีระดับเสียงอยู่ที่ 80-90 เดซิเบล ซึ่งอ้างอิงจาก ASHA หรือสมาคมการพูด-ภาษา-การได้ยินของประเทศสหรัฐอเมริกา ชี้แจงว่าระดับเสียงที่ดังเกิน 85 เดซิเบล สามารถทำลายการได้ยินได้เร็วขึ้น 

ดังนั้น ถ้าหากต้องการซื้อไดร์เป่าผมเสียงเบา ควรเลือกยี่ห้อ หรือ รุ่นที่มีระดับเสียงอยู่ที่ 70-80 เดซิเบล

เลือกที่สามารถปรับอุณหภูมิได้

สิ่งสำคัญของการเลือกซื้อไดร์เป่าผมเสียงเบา คือ ต้องเลือกยี่ห้อ หรือ รุ่นที่มี Function ปรับอุณหภูมิได้หลายระดับ เพราะในชีวิตประจำวันหากใช้ไดร์เป่าผมด้วยความร้อนสูงทุกวัน อาจจะทำให้ผมของเราแห้งและเสียได้ง่ายตามมาด้วยปัญหาหนังศีรษะอื่น ๆ มากมาย

ดังนั้นเราควรเลือกไดร์เป่าผมที่มีอย่างน้อย 3 ระดับขึ้นไป เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริง เช่น ในวันเร่งรีบ อาจจำเป็นต้องใช้ความร้อนสูงเพื่อให้ผมแห้งเร็ว แต่วันที่ไม่รีบก็ใช้ระดับอ่อนถึงกลางเพื่อถนอมเส้นผมแทน

เลือกที่มี Ion Technology

ไดร์เป่าผมส่วนใหญ่ในปัจจุบันมี Ion Technology อยู่แล้ว แต่น้อยคนจะรู้ว่าข้อดีของมันคืออะไร เจ้าเทคโนโลยีตัวนี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ลดการเกิดไฟฟ้าสถิต ที่เป็นตัวการทำให้ผมเราชี้ฟู

การที่ไดร์เป่าผมเสียงเบามีระบบ Ion จะช่วยให้หลังไดร์เสร็จ ได้ Finish Look ของเส้นผมที่เงางาม ไม่ชี้ฟู จัดทรงง่าย เหมาะมาก ๆ สำหรับสาว ๆ ที่มีผมหยิกหรือหยักศก

เลือกที่มี Safety Certification

สิ่งที่ละเลยไม่ได้เลยของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ คือ ความปลอดภัย ดังนั้นเวลาเลือกซื้อไดร์เป่าผมเสียงเบาคู่กายสักอัน ลองมองหาเครื่องหมายรับรองความปลอดต่าง ๆ

เช่น การรับรองจาก ELT (Electrical Testing Laboratories) หรือตรวจเช็กจากหมายเลขรับรองบนบรรจุภัณฑ์ การรับรองพวกนี้มีความสำคัญมากที่จะช่วยการันตีว่าเราสามารถใช้ได้ไดร์เป่าผมได้อย่างอุ่นใจ ไม่ต้องกลัวเครื่องระเบิดตัวเอง

เลือกจากกำลังไฟฟ้า

ไดร์เป่าผมเสียงเบาส่วนใหญ่จะทำงานด้วยกำลังไฟฟ้า 1,400-1,600 วัตต์ หรือต่ำกว่า แต่ก็ยังมีหลายยี่ห้อที่มีกำลังไฟฟ้าอยู่ที่ 1,875 วัตต์ แต่ทั้งนี้แนะนำให้เลือกตามสภาพเส้นผมของตนเองได้ เช่น 1,200 วัตต์ สำหรับคนที่ผมเส้นเล็ก หรือกลาง ๆ สำหรับคนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1,300-1,800 วัตต์

คำถามที่พบบ่อย 

เสียงไดร์เป่าผมเสียงเบากี่โมงเดซิเบล?

ไดร์เป่าผมเสียงเบา จะมีระดับเสียงอยู่ที่ 70-80 เดซิเบล หรือต่ำกว่า เพราะระดับเสียงที่เกินกว่านี้ อาจทำให้เกิดปัญหาด้านการได้ยินตามมา ดังนั้น ถ้าหากอยากได้ไดร์เป่าผมเสียงเบา (Low noise) สักตัว ควรเลือกที่ระดับเสียงไม่เกิน 85 เดซิเบล 

บทส่งท้าย

แต่ใด ๆ ก็คือ ไดร์เสียงเบา ไม่ใช่ ไดร์เป่าเสียงเงียบซะทีเดียว เพราะยังไม่มีนวัตกรรมที่พาเราไปถึงจุดนั้น ดังนั้น แม้จะเป็นไดร์เสียงเบาก็จะยังมีเสียงรบกวนอยู่บ้าง เพียงแต่จะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติเท่านั้นค่ะ แต่สบายใจได้เลยว่าเสียงเบากว่าไดร์ทั่วไป และไม่เป็นภัยต่อหูแน่นอน

ซึ่งเราได้รวบรวมพิกัดไว้ให้หมดแล้ว ถ้าใครกำลังคิดหนักไม่รู้ว่าจะซื้อ ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี ลองไปตำตามพิกัดนี้ ไม่ต้องไปหาให้เสียเวลา กำเงินแล้วไปซื้อตามกันได้เลย

อ้างอิง

Chalita Chamnanmueang

Chalita Chamnanmueang

เบสท์จบการศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัจจุบันเป็น Editor และ Content writer ประจำ Mizzyreview มีประสบการณ์เขียน copywriting, แปลบทความอังกฤษ-ไทย และรับผิดชอบตรวจสอบเนื้อหา และตีพิมพ์บทความผ่าน WordPress คอยอัปเดตเนื้อหาหลายๆ ด้าน ทั้งบิวตี้ไอเทม สกินแคร์ อาหารเสริม และเทคโนโลยีต่างๆ ให้สาวๆ ได้เข้าถึงทุกเทรนด์ ทุกไอเทมเด็ดกันค่ะ