8 อันดับ ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี 2023 [แห้งเร็ว ผมไม่เสีย!]

ไดร์เป่าผม เปรียบเสมือน Item คู่ใจของใครหลายคน ทั้งสาว ๆ และ หนุ่ม ๆ โดยเฉพาะใครที่เป็นคนชอบสระผมแล้วต้องมานั่งเป่าผม หรือชอบเข้าร้านทำผมเป็นประจำ จะทราบดีว่าสิ่งที่กวนใจที่สุดเวลาเป่าผม คือ เสียงไดร์เป่าผม และความร้อนที่ออกมาชโลมเส้นผมที่อาจจะทำให้ผมของเราแห้งเสียได้ง่าย

โดยเฉพาะร้านเสริมสวย ร้าน Hair Salon ต่าง ๆ ที่ไดร์เป่าผมยิ่งถือเป็นไอเทมที่จำเป็น ต้องเลือกให้ดี และต้องใช้ตัวที่คุณภาพดี เพื่อสร้างความพึงพอใจให้คุณลูกค้าที่มาใช้บริการ 

บทความนี้จะแนะนำทุกคนให้รู้จักกับ เครื่องเป่าผมเสียงเบา มาดูกันว่าเจ้าเทคโนโลยีนี้มีความแตกต่าง และดีกว่าไดร์เป่าผมทั่วไปอย่างไรบ้าง พร้อมแจกพิกัดว่า ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี เสียงเงียบ ผมแห้งเร็ว ไม่ทำให้ผมเสีย และคุ้มค่า น่าซื้อในปี 2023  

TOP 3 ไดร์เป่าผมเสียงเบาที่ดีที่สุด

#1 Dyson Supersonic™ Hair Dryer HD08

Dyson Supersonic™ Hair Dryer HD08 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 16,900 บาท

#2 Panasonic nanoe Hair Dryer รุ่น EH-NA45RPL

Panasonic nanoe Hair Dryer รุ่น EH-NA45RPL ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 3,290 บาท

#3 Lesasha Airmax BLDC Jet Hair Dryer 1600W รุ่น LS1628

Lesasha Airmax BLDC Jet Hair Dryer 1600W รุ่น LS1628 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 6,990 บาท

ทำความรู้จักกับไดร์เป่าผมเสียงเบา

ไดร์เป่าผมเสียงเบา คือ อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมที่มีเทคโนโลยีช่วยให้ระดับเสียงอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย โดยความดังเสียงประมาณ 85-90 เดซิเบล จะมีความเสี่ยงที่ส่งผลต่อการได้ยิน ดังนั้น การพิจารณาไดร์เป่าผมที่มีระดับเสียงต่ำกว่า 85-90 ถือเป็นทางเลือกดีกว่าในระยะยาว

เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มาในรูปแบบไดร์เป่าผมเสียงเงียบ นอกจากจะช่วยให้ชีวิตเราสะดวกและดียิ่งขึ้นแล้ว ยังไม่ทำให้ผมเสีย ลดการทำให้ผมชี้ฟู และช่วยให้ผมแห้งเร็วแบบไม่ต้องนั่งเป่านาน ๆ ให้รำคาญใจอีกต่อไป 

ด้วยเทคโนโลยีที่หลายแบรนด์ได้คิดค้นขึ้นมา จากการปรับเปลี่ยนการใช้มอเตอร์ หรือ การปรับระบบไหลเวียนอากาศแบบพิเศษเพื่อทำให้เสียงเบาลงโดยเฉพาะ ไปดูกันเลยว่าในปี 2023 นี้ มีไดร์เสียงเบา ยี่ห้อไหนน่าสนใจบ้าง

จะเลือกซื้อ ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี 2566 

1.ไดร์เป่าผมเสียงเบา โดยรวมดีที่สุด : Dyson Supersonic™ Hair Dryer HD08

Dyson Supersonic™ Hair Dryer HD08 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 16,900 บาท

ข้อดี
+ มีหัวเปลี่ยนหลายแบบ
+
ผมแห้งเร็ว
+ วัสดุแข็งแรงทนทาน

ข้อควรพิจารณา
– ราคาค่อนข้างสูง

ถ้าถามว่าไดร์เป่าผมยี่ห้อไหนดี ช่วยทำให้ผมแห้งเร็ว ผมไม่เสีย ต้องรุ่นนี้เลย แบรนด์ Dyson เป็นยี่ห้อที่ได้รับความนิยมสูงมาก โดยเฉพาะรุ่นนี้ที่ถูกรีวิวอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากจะปรับแรงลมได้ 3 ระดับแล้วยังมีเทคโนโลยี Air Multiplier ที่ช่วยให้ผมแห้งเร็วขึ้น 3 เท่า หลายรีวิวพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเสียงเบามาก เป่าผมไปดูทีวีไปได้อย่างไม่ทำให้เสียอรรถรสเลย ของมันต้องมีจริง ๆ

จุดเด่น / ฟังก์ชัน– ปรับความแรงลมได้ 3 ระดับ
– ดิจิทัลมอเตอร์รุ่น V9 (ความเร็ว 110,000 รอบ/นาที)
ระดับเสียง77 เดซิเบล
กำลังไฟฟ้า1,600 วัตต์
ประกัน2 ปี

2.ไดร์เป่าผมเสียงเบา แนะนำมากที่สุด : Panasonic nanoe Hair Dryer รุ่น EH-NA45RPL

Panasonic nanoe Hair Dryer รุ่น EH-NA45RPL ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 3,290 บาท

ข้อดี
+ เป่าผมแห้งเร็วโดยไม่ทำให้ผมเสีย
+
มีระบบลมเย็น
+ เสียงเบามาก

ข้อควรพิจารณา
– ราคาค่อนข้างสูง

Panasonic เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน ราคาถูก เข้าถึงได้ง่าย อย่างไดร์เป่าผมเสียงเบารุ่นนี้มีจุดเด่น คือ Nanoe™ ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นมากกว่าไอออน 100 เท่า และ Platinum Ion ที่ช่วยปกป้องผมของเราจากรังสี UV

มีโหมด Healthy ที่ช่วยเป่าผมแห้งเร็วโดยที่ผมไม่แห้งเสีย ระดับเสียงต่ำสุด 64 เดซิเบล เป็นมิตรต่อหูสุด ๆ รุ่นนี้ต้องมีแล้วน้า

จุดเด่น / ฟังก์ชัน– เทคโนโลยี Nanoe™ & Platinum Ion
– ปรับความแรงลมได้ 2 ระดับ
ระดับเสียง64 เดซิเบล 
กำลังไฟฟ้า1,400 วัตต์
ประกัน1 ปี

3. ไดร์เป่าผมเสียงเบา อ่อนโยนกับเส้นผมที่สุด : Lesasha Airmax BLDC Jet Hair Dryer 1600W รุ่น LS1628

Lesasha Airmax BLDC Jet Hair Dryer 1600W รุ่น LS1628 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 6,990 บาท

ข้อดี
+ น้ำหนักเบา
+
Ionic Function ช่วยป้องกันผมเสีย
+ ปรับลมเย็น ลมร้อนได้

ข้อควรพิจารณา
– ราคาค่อนข้างสูง

ไดร์เป่าผม Lesasha ตัวดัง มาพร้อมกับเทคโนโลยีมอเตอร์สุดล้ำที่เรียกว่า BLDC Motor กำลังไฟดูน้อยจริง แต่ความเจ๋ง คือ แรงเทียบเท่ากำลังไฟ 2,000 วัตต์ เลยทีเดียว มีระบบลมเย็นที่เย็นกว่าไดร์เป่าผมยี่ห้ออื่น ยกให้เป็นที่สุดของไดร์เป่าผมที่ไม่ทำร้ายผม

ใครที่กำลังเล็งว่าจะซื้อไดร์เป่าผม Lesasha รุ่นไหนดี ตัวนี้เป็นนวัตกรรมไดร์เสียงเบาที่มีทุกคุณค่าที่คู่ควร เป่าแห้งเร็ว แถมยังมี Tourmaline Coating ช่วยปกป้องเส้นผมอีกด้วย

จุดเด่น / ฟังก์ชัน– เทคโนโลยี BLDC Motor
– น้ำหนักเบาเพียง 315 กรัม
ระดับเสียง72 เดซิเบล
กำลังไฟฟ้า1,600 วัตต์
ประกัน2 ปี

4. เครื่องเป่าผมเสียงเบา ผมไม่เสียที่ดีที่สุด : Philips Personal Hair Dryer BHD510/00

Philips Personal Hair Dryer BHD510/00 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 2,190 บาท

ข้อดี
+ มีเทคโนโลยีปกป้องผมจากความร้อนส่
+
มีหัวไดร์ให้ 2 ชิ้น
+ ดีไซน์สวย เสียงรบกวนต่ำ

ข้อควรพิจารณา
– เครื่องค่อนข้างมีน้ำหนัก

ขอยกให้ Philips รุ่นนี้เป็นไดร์เป่าผมเสียงเบาที่คุ้มค่ามากที่สุดในตอนนี้ ใครเป็นสาวกยี่ห้อนี้แต่ไม่รู้จะซื้อรุ่นไหนดี ขอแนะนำตัวนี้เลยทั้งใจ ราคาย่อมเยาว์แต่ Function ครบจบในตัวเดียว

มาพร้อมกับเทคโนโลยี ThermoShield และ Mineral Ion ที่ช่วยปกป้องผมของเราจากความร้อนและรังสี UV ปรับความร้อนได้ถึง 6 ระดับ ลมแรง ผมแห้งไว และเสียงเบามาก ไม่เชื่อต้องไปลองด้วยตัวเอง มันดีจริง

จุดเด่น / ฟังก์ชัน– เทคโนโลยี ThermoShield 
– ปรับความแรงลมได้ 2 ระดับ
ระดับเสียงN/A
กำลังไฟฟ้า2,300 วัตต์
ประกัน2 ปี

5. ไดร์เป่าผมเสียงเบา ราคาถูกและดีที่สุด : Simplus รุ่น CFJH001

Simplus รุ่น CFJH001 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 499 บาท

ข้อดี
+ ระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ ช่วยถนอมเส้นผม
+
น้ำหนักเบา
+ ลมแรง ผมแห้งไว กระจายความร้อนทั่วถึง

ข้อควรพิจารณา
– กำลังไฟฟ้าน้อย
– พับเก็บไม่ได้

ไดร์เป่าผมเสียงเบา Simplus นอกจากจะตัวเล็ก น้ำหนักเบา ขนาด Travel size พกพาได้สะดวกมาก ๆ แล้ว ยังมาพร้อมกับการออกแบบช่องลมเกลียว เพื่อกระจายสมดุลความร้อนให้ทั่วถึง ทำให้ผมแห้งเร็ว ช่วยลดปัญหาผมมัน และผมชี้ฟู ไม่ค่อยเป็นทรงได้ด้วย

จุดเด่น / ฟังก์ชัน– สายไฟยาว 1.8 เมตร
– ปรับความแรงลมได้ 3 ระดับ
ระดับเสียงต่ำกว่า 76.1 เดซิเบล
กำลังไฟฟ้า1,250 วัตต์
ประกัน2 สัปดาห์

6. ไดร์เป่าผมเสียงเบา ดีไซน์มินิมอลที่สุด : Xiaomi Mi Ionic Hair Dryer H300

Xiaomi Mi Ionic Hair Dryer H300 ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 1,290 บาท

ข้อดี
+ เสียงเบาลงจากการออกแบบลดแรงต้านลม
+
เป่าผมแห้งเร็ว
+ ราคาจับต้องได้

ข้อควรพิจารณา
– ด้ามจับพับเก็บไม่ได้

ไดร์เป่าผมเสียงเบา Xiaomi มาพร้อมกับสไตล์เรียบง่าย ดู Minimal ด้วยสีขาวล้วนทั้งเครื่อง น้ำหนักเบา ตัวเครื่องขนาดพอเหมาะ ดูเล็กกะทัดรัดก็จริงแต่แรงลมดีมาก เป่าผมแห้งแบบไม่ต้องง้อไดร์เครื่องใหญ่ ๆ เลย

รุ่นนี้มีช่องผ่านลมที่สามารถลดเสียงรบกวนให้เบาลงได้ ทางแบรนด์ได้ออกแบบทุกอย่างมาอย่างปราณีต และตอบโจทย์ทุกการใช้งาน อีกทั้งยังปรับอุณหภูมิได้ 3 ระดับ แถมมาด้วยระบบเป่าลมเย็น ลมร้อนที่สามารถเลือกได้ทุกความต้องการ

จุดเด่น / ฟังก์ชัน– น้ำหนัก 498 กรัม
– ปรับความแรงลมได้ 2 ระดับ
ระดับเสียงN/A
กำลังไฟฟ้า1,600 วัตต์
ประกัน1 ปี

7. ไดร์เป่าผมเสียงเบา ราคาประหยัดที่สุด : Panasonic Hair Dryer รุ่น EH-NE66-KL

Panasonic Hair Dryer รุ่น EH-NE66-KL ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 1,290 บาท

ข้อดี
+ น้ำหนักเบา
+
พกพาสะดวก ด้ามจับพับเก็บได้
+ ลมแรง หัวเป่าช่วยให้ไดร์ตรงง่าย

ข้อควรพิจารณา
– ขนาดเครื่องค่อนข้างใหญ่

ไดร์เป่าผม ถูกและดี เสียงเบา จากแบรนด์ Panasonic เหมาะกับคนกำลังหาไดร์เป่าผมแรง ๆ ในราคาจับต้องได้สักตัว รุ่นนี้สามารถเป่าผมแห้งเร็วได้ภายในไม่กี่นาที ด้วยกำลังไฟฟ้า 2,000 วัตต์ เหมือนจะน้อยแต่เทียบเท่ากับ 2,300 วัตต์เลยทีเดียว ประสิทธิภาพเกินตัวสุด ๆ

ที่สำคัญคือไม่ทำร้ายผม มีเทคโนโลยี Heat Protection ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้ร้อนจนเกินไป แถมยังสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นให้เส้นผมเราได้ด้วย

จุดเด่น / ฟังก์ชัน– สายไฟยาว 1.8 เมตร
– ปรับความแรงลมได้ 3 ระดับ
ระดับเสียง71 เดซิเบล
กำลังไฟฟ้า2,000 วัตต์
ประกัน1 ปี

8. ไดร์เป่าผมเสียงเบา คุณภาพแน่นที่สุด : Coolastyler High-speed Hair Dryer

Coolastyler High-speed Hair Dryer ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี

ราคา 2,499 บาท

ข้อดี
+ เครื่องพิเศษเสียงรบกวนต่ำ
+
มีแท่นสำหรับติดผนัง
+ ผมแห้งไวพร้อมประจุลบป้องกันผมเสียจากความร้อน

ข้อควรพิจารณา
– มีสีเดียว

ไดร์เป่าผม cool a styler ตัวนี้จะมีความพิเศษตรงมีการใช้เทคโนโลยี 9 ใบพัดชนิดทำงานเงียบพิเศษ เพิ่มการไหลของอากาศขั้นสูง พร้อมเทคโนโลยี Ionic ป้องกันผมชี้ฟู ทำให้ผมนุ่มลื่น และยังมีระบบป้องกันอุณหภูมิสูงอีกด้วย

มี 8 โหมดการใช้งานที่จำเป็นต้องมีในไดร์เป่าผม ซึ่งรุ่นนี้ได้รวมไว้ในตัวแล้วแบบครบจบสุด ๆ คุณภาพคับเครื่องแบบนี้ไม่มีไม่ได้แล้วไหม

จุดเด่น / ฟังก์ชัน– น้ำหนัก 500 กรัม
– ปรับความแรงลมได้ 2 ระดับ ความร้อน 4 ระดับ
ระดับเสียงN/A
กำลังไฟฟ้า1,800 วัตต์
ประกัน2 ปี

วิธีเลือกซื้อ “ไดร์เป่าผมเสียงเบา”

เลือกไดร์เป่าผมเสียงเบาจากระดับเสียง

ไดร์เป่าผมทั่วไปจะมีระดับเสียงอยู่ที่ 80-90 เดซิเบล ซึ่งอ้างอิงจาก ASHA หรือสมาคมการพูด-ภาษา-การได้ยินของประเทศสหรัฐอเมริกา ชี้แจงว่าระดับเสียงที่ดังเกิน 85 เดซิเบล สามารถทำลายการได้ยินได้เร็วขึ้น 

ดังนั้น ถ้าหากต้องการซื้อไดร์เป่าผมเสียงเบา ควรเลือกยี่ห้อ หรือ รุ่นที่มีระดับเสียงอยู่ที่ 70-80 เดซิเบล

เลือกไดร์เป่าผมเสียงเบาที่สามารถปรับอุณหภูมิได้

สิ่งสำคัญของการเลือกซื้อไดร์เป่าผมเสียงเบา คือ ต้องเลือกยี่ห้อ หรือ รุ่นที่มี Function ปรับอุณหภูมิได้หลายระดับ เพราะในชีวิตประจำวันหากใช้ไดร์เป่าผมด้วยความร้อนสูงทุกวัน อาจจะทำให้ผมของเราแห้งและเสียได้ง่ายตามมาด้วยปัญหาหนังศีรษะอื่น ๆ มากมาย

ดังนั้นเราควรเลือกไดร์เป่าผมที่มีอย่างน้อย 3 ระดับขึ้นไป เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริง เช่น ในวันเร่งรีบ อาจจำเป็นต้องใช้ความร้อนสูงเพื่อให้ผมแห้งเร็ว แต่วันที่ไม่รีบก็ใช้ระดับอ่อนถึงกลางเพื่อถนอมเส้นผมแทน

เลือกไดร์เป่าผมเสียงเบาที่มี Ion Technology

ไดร์เป่าผมส่วนใหญ่ในปัจจุบันมี Ion Technology อยู่แล้ว แต่น้อยคนจะรู้ว่าข้อดีของมันคืออะไร เจ้าเทคโนโลยีตัวนี้เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้ลดการเกิดไฟฟ้าสถิต ที่เป็นตัวการทำให้ผมเราชี้ฟู

การที่ไดร์เป่าผมเสียงเบามีระบบ Ion จะช่วยให้หลังไดร์เสร็จ ได้ Finish Look ของเส้นผมที่เงางาม ไม่ชี้ฟู จัดทรงง่าย เหมาะมาก ๆ สำหรับสาว ๆ ที่มีผมหยิกหรือหยักศก

เลือกไดร์เป่าผมเสียงเบาที่มี Safety Certification

สิ่งที่ละเลยไม่ได้เลยของผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ คือ ความปลอดภัย ดังนั้นเวลาเลือกซื้อไดร์เป่าผมเสียงเบาคู่กายสักอัน ลองมองหาเครื่องหมายรับรองความปลอดต่าง ๆ

เช่น การรับรองจาก ELT (Electrical Testing Laboratories) หรือตรวจเช็กจากหมายเลขรับรองบนบรรจุภัณฑ์ การรับรองพวกนี้มีความสำคัญมากที่จะช่วยการันตีว่าเราสามารถใช้ได้ไดร์เป่าผมได้อย่างอุ่นใจ ไม่ต้องกลัวเครื่องระเบิดตัวเอง

เลือกไดร์เป่าผมเสียงเบาจากกำลังไฟฟ้า

ไดร์เป่าผมเสียงเบาส่วนใหญ่จะทำงานด้วยกำลังไฟฟ้า 1,400-1,600 วัตต์ หรือต่ำกว่า แต่ก็ยังมีหลายยี่ห้อที่มีกำลังไฟฟ้าอยู่ที่ 1,875 วัตต์ แต่ทั้งนี้แนะนำให้เลือกตามสภาพเส้นผมของตนเองได้ เช่น 1,200 วัตต์ สำหรับคนที่ผมเส้นเล็ก หรือกลาง ๆ สำหรับคนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 1,300-1,800 วัตต์

คำถามที่พบบ่อย 

ไดร์เป่าผมกี่วัตต์ดีที่สุด?

ขึ้นอยู่กับความยาว และ ความหนาของเส้นผมของแต่ละคน โดยทั่วไป ถ้าเป็นคนผมสั้นถึงปานกลางควรเลือกไดร์เป่าผมที่มีกำลังไฟ 1,000-2,000 วัตต์ แต่ถ้าหากเป็นคนผมยาวและหนา ควรใช้ 1,500-1,800 วัตต์

เสียงไดร์เป่าผมกี่เดซิเบล?

ไดร์เป่าผมเสียงเบา จะมีระดับเสียงอยู่ที่ 70-80 เดซิเบล หรือต่ำกว่า เพราะระดับเสียงที่เกินกว่านี้ อาจทำให้เกิดปัญหาด้านการได้ยินตามมา ดังนั้น ถ้าหากอยากได้ไดร์เป่าผมเสียงเบา (Low noise) สักตัว ควรเลือกที่ระดับเสียงไม่เกิน 85 เดซิเบล 

วิธีใช้ Dyson Supersonic™ Hair Dryer HD08 / ขอขอบคุณวิดีโอจากช่อง Yadeda.d

เป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากที่พาไปทำความรู้จักกับนวัตกรรมยุคใหม่ที่เรียกว่า “ไดร์เป่าผมเสียงเบา” แล้ว จะเห็นว่าการเลือก Item คู่กายก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย แต่เพื่อสุขภาพของเส้นผมที่ดี และเพื่อความปลอดภัยในระยะยาวของเรา ๆ ขอแนะนำว่าให้เลือกซื้อไดร์เป่าผมเสียงเบาแทนไดร์เป่าผมปกติทั่วไปจะปลอดภัยกว่า 

แต่ใด ๆ ก็คือ ไดร์เสียงเบา ไม่ใช่ ไดร์เป่าเสียงเงียบซะทีเดียว เพราะยังไม่มีนวัตกรรมที่พาเราไปถึงจุดนั้น ดังนั้น แม้จะเป็นไดร์เสียงเบาก็จะยังมีเสียงรบกวนอยู่บ้าง เพียงแต่จะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติเท่านั้นค่ะ แต่สบายใจได้เลยว่าเสียงเบากว่าไดร์ทั่วไป และไม่เป็นภัยต่อหูแน่นอน

ซึ่งเราได้รวบรวมพิกัดไว้ให้หมดแล้ว ถ้าใครกำลังคิดหนักไม่รู้ว่าจะซื้อ ไดร์เป่าผมเสียงเบา ยี่ห้อไหนดี ลองไปตำตามพิกัดนี้ ไม่ต้องไปหาให้เสียเวลา กำเงินแล้วไปซื้อตามกันได้เลย

อ้างอิง

https://www.goodhousekeeping.com/beauty-products/hair-dryers/g550/best-hair-dryers/

https://www.stylecraze.com/articles/best-quiet-hair-dryer/#why-trust-stylecraze

Chalita Chamnanmueang

Chalita Chamnanmueang

เบสท์จบการศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัจจุบันเป็น Editor และ Content writer ประจำ Mizzyreview มีประสบการณ์เขียน copywriting, แปลบทความอังกฤษ-ไทย และรับผิดชอบตรวจสอบเนื้อหา และตีพิมพ์บทความผ่าน WordPress คอยอัปเดตเนื้อหาหลายๆ ด้าน ทั้งบิวตี้ไอเทม สกินแคร์ อาหารเสริม และเทคโนโลยีต่างๆ ให้สาวๆ ได้เข้าถึงทุกเทรนด์ ทุกไอเทมเด็ดกันค่ะ