รีวิว 12 ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี ขั้นเทพ 2022 [ข้อดี-ข้อเสีย]

ไพรเมอร์เป็นไอเท็มสำคัญที่เจอได้บ่อยในรีวิวช่องแต่งหน้า โดยที่เจ้าไพรเมอร์จะมีจุดเด่นคือช่วยปกปิดรูขุมขน ช่วยปรับผิวให้เราเรียบเนียนตลอดทั้งวันเลยค่ะ โดยปกติแล้วเวลาเราแต่งหน้าโดยที่ไม่ได้ลงไพรเมอร์ ลงเพียงรองพื้นคุณอาจจะพบกับปัญหาความมันเยิ้มเกือบทั่วทั้งหน้าเลยใช่มั้ยคะ ดังนั้น คนที่มีสภาพผิวมัน หรือผิวผสมหากอยากมีผิวโกลว์ ลุคปังล่ะก็ คุณต้องเลือกให้ครบเซตตั้งแต่การดูแลผิวกระทั่งการแต่งหน้าทั้งมอยซ์เจอไรเซอร์สำหรับผิวมัน, ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมัน, รองพื้นคุมมัน รวมไปถึงไพรเมอร์สำหรับผิวมัน หากใครที่มีสภาพผิวมัน แล้วกลัวการแต่งหน้า กลัวอุดตัน ถ้าได้อ่านบทความนี้แล้ว รับรอง สิวลดลง ผิวมันลดลง แถมยังได้มีลุคผิวที่ฉ่ำวาวสุขภาพดี เมคอัพติดทนทั้งวันได้เหมือนสภาพผิวทั่ว ๆ ไปเลยค่ะ วันนี้มิสซี่เลยจะมาแนะนำวิธีการเลือกไพรเมอร์ที่ดีที่สุดมาฝากกันค่า ไปอ่านกันเลยยย 

ไพรเมอร์ คือ

ไพรเมอร์ คือ ผลิตภัณฑ์ที่มีหน้าที่หลักคือช่วยเบลอรูขุมขน ปรับผิวให้ดูเนียน ปรับสภาพผิวมันและช่วยให้ผิวดูเงาโกลว์มากขึ้น และช่วยเติมในส่วนที่เป็นร่องแก้ม หลุมสิว หรือช่วงร่องใต้ตา เส้นตรงหน้าผากให้เต็มไม่ตกร่อง แถมยังทำให้เมคอัพติดทนมากขึ้น ไม่ทำให้รองพื้นไหลเยิ้มระหว่างวัน ปัจจุบันนี้มีไพรเมอร์หลายแบรนด์ที่ทำออกมาโดยมีคุณสมบัติเพิ่มเติมอย่างเติมความชุ่มชื้น คุมมัน ลดปัญหาสิวเพื่อตอบโจทย์ในทุก ๆ ปัญหาผิวได้เลือกใช้ตามสภาพผิวของตัวเองด้วย

ตกลง ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี ?

1. ไพรเมอร์ที่ดีที่สุดโดยรวม: Bobbi Brown Vitamin Enriched Face Base (แนะนำสุด)

ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี Bobbi Brown Vitamin Enriched Face Base

ไพรเมอร์ Bobbi Brown แบรนด์ดัง เหมาะสำหรับผิวธรรมดาไปจนถึงผิวมัน จุดเด่นของไพรเมอร์กระปุกนี้คือ ช่วยคุมความมัน แต่ก็ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นสุขภาพดี ช่วยล็อกเครื่องสำอางไว้บนหน้า ไม่ทำให้ผิวมัน เครื่องสำอางไหลเยิ้มในระหว่างวัน โดยที่สูตรนี้จัดส่วนผสมที่บำรุงผิวทั้งเชียร์บัตเตอร์ ไฮยาลูโรเนตแอซิด และที่สำคัญไม่มีส่วนผสมของพาราเบน พาทาเลต ซัลเฟต กลูเตน และส่วนผสมจากสัตว์ สำหรับใครที่กำลังมองหา ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี มิสซี่แนะนำ Bobbi Brown ไว้ติดโต๊ะเครื่องแป้งดูค่ะ ผิวจะเริ่ดในทุก ๆ วันที่ตื่นมาเลยล่ะ

ข้อดี+ ผิวหน้าเนียนเรียบ ไม่ทิ้งคราบ
+ ปลื้มปริ่ม ตั้งแต่ใช้ครั้งแรก ผิวดูอิ่มน้ำ
+ กลิ่นหอมสดชื่น ทำให้แต่งหน้าง่ายขึ้น
ข้อเสีย– เกิดสิวอุดตันได้ ถ้าล้างไม่ดี
– ไม่ได้ควบคุมมันได้มาก
สูตรไพรเมอร์เพิ่มความชุ่มชื้น, ควบคุมความมัน
สีเนื้อ
ส่วนผสมบำรุงผิวเชียร์บัตเตอร์, ไฮยาลูโรเนตแอซิด, วิตามินบี ซี และ อี, เกรปฟรุต, ดอกเจอราเนียม
ผสมกันแดด/ผสมซิลิโคน✗,✓
ราคา2,680 บาท (ตกml ละ 53.6 บาท)
ปริมาณ 50 ml

2. ไพรเมอร์ราคาประหยัดที่สุด: Cute Press Evory Retouch Pore Minimizing & Oil Control Primer

ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี Cute Press Evory Retouch Pore Minimizing & Oil Control Primer

ไพรเมอร์คุมมัน ถูกและดีแบรนด์นี้ไม่มีไม่ได้ เหมาะสำหรับใครที่อยากลองใช้ไพรเมอร์ และเป็นคนผิวมัน รูขุมขนกว้าง แต่งหน้าไม่เคยติด รองพื้นตกร่องตลอด แนะนำให้ลอง Cute Press หลอดนี้เลยจ้ะ ดีจริงไม่จกตา จุดเด่นของแบรนด์นี้คือช่วยปกปิดรูขุมขน กลบริ้วรอยร่องตื้นให้ดูเรียบเนียนขึ้นมาได้ แถมคุมความมันได้ด้วย และที่สำคัญทางแบรนด์ได้นำนวัตกรรม Instant Blurring ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ใครที่กำลังมองหา ไพรเมอร์ยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แพง ต้องแบรนด์ Cute Press ตอบโจทย์ทุกสภาพผิวเลยจ้า

ข้อดี+ เนื้อสัมผัสลื่นๆ เหมือนทาแป้ง
+ กลิ่นหอมอ่อน ๆ 
+ แต่งหน้าเครื่องสำอางติดทนนาน คุมความมันบนใบหน้า
ข้อเสีย– ควบคุมความมันได้พอประมาณ
– มีน้ำหอม
สูตรไพรเมอร์ควบคุมความมัน, ปกปิดรูขุมขน
สีสีเนื้อ
ส่วนผสมบำรุงผิวไม่ระบุ
ผสมกันแดด/ผสมซิลิโคน✗,✓
ราคา299 บาท (ตกml ละ 14.95 บาท)
ปริมาณ 20 ml

3. ไพรเมอร์ ดีที่สุดสำหรับผิวหมองคล้ำ: Laura Mercier Pure Canvas Primer llluminating

ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี Laura Mercier Pure Canvas Primer llluminating

ไพรเมอร์แบรนด์ Laura Mercier เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำเครื่องสำอางออกมาเพื่อตอบโจทย์หลาย ๆ เฉดผิว อย่างไพรเมอร์ ไม่มีซิลิโคนหลอดนี้ เป็นสูตรที่เหมาะกับผู้ที่ผิวสองสี ผิวคล้ำ ผิวน้ำผึ้ง โดยที่ไพรเมอร์จะผสานผงมุกให้ผิวโกลว์ ผิวกระจ่างใสดูสุขภาพดี ลดความหมองคล้ำได้อย่างดี และที่สำคัญคือเนื้อบางเบา คุมมันได้ดีเยี่ยม ใช้ได้กับทุกสภาพผิว แม้กระทั่งผิวแพ้ง่าย เพราะทางแบรนด์มีการเคลมว่าปราศจากพาราเบน, ซิลิโคน, น้ำหอม, น้ำมันเลยค่ะ ใครที่กำลังมองหา ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี อยากให้ลองไพรเมอร์ Laura Mercier ยิ่งใช้คู่กับแป้งของ Laura เองคือเริ่ด 10 10 10ไปเลยค่ะ

ข้อดี+ ช่วยให้ผิวดูโกลว์มาก สวย
+ ทำให้การแต่งหน้าสนุกยิ่งขึ้น
+ ถ้าใช้คู่กับแป้งฝุ่นของแบรนด์จะยิ่งเป๊ะมาก
ข้อเสีย– ไม่ได้คุมมันขนาดนั้น
– มีหลายเฉด เลือกใช้ให้ตรงกับเฉดสีผิว
สูตรไพรเมอร์สูตรน้ำ เพิ่มความกระจ่างใส
สีสีเนื้อ (ส้มพีช)
ส่วนผสมบำรุงผิวPorcelain Flower, Micronized Pearl
ผสมกันแดด/ผสมซิลิโคน✗, ✗
ราคา1,750 บาท (ตกml ละ 35 บาท)
ปริมาณ 50 ml

4. ไพรเมอร์ เหมาะสำหรับรูขุมขนกว้าง: Benefit the POREfessional

ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี Benefit the POREfessional

ไพรเมอร์ benefit แบรนด์นี้ดีมาก รีวิวล้น ขึ้นชื่อเรื่องปกปิดรูขุมขนได้ดีเป็น primer คุมมันที่ถูกพูดถึงอันดับต้น ๆ เลยค่ะ เป็นสูตรที่เหมาะกับทุกสภาพผิว เนื้อเนียนสบาย ช่วยให้เมคอัพติดทนทั้งวัน ปกปิดรูขุมขนได้ดีเยี่ยม หากใช้คู่กับรองพื้นดี ๆ สักตัวคือปังแบบฉุดไม่อยู่เลยนะ สูตรนี้จะไม่มีสีฉะนั้นเข้าได้กับทุกเฉดผิว หากใครกำลังมองหาไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี แนะนำไพรเมอร์ benefit หลอดนี้เลยค่า สุดปัง

ข้อดี+ ปกปิดรูขุมขนได้ดีมาก
+ แต่งหน้าง่ายขึ้น
+ ใช้คู่กับรองพื้นได้ดี ไม่ตกร่อง
ข้อเสีย– ไม่เหมาะกับคนที่รูขุมขนกว้างมาก
– ราคาเทียบกับปริมาณค่อนข้างแรง
สูตรไพรเมอร์ช่วยเบลอรูขุมขน, ควบคุมความมัน
สีสีเนื้อ
ส่วนผสมบำรุงผิววิตามินอี และ siliga ช่วยดูดซับความมัน
ผสมกันแดด/ผสมซิลิโคน✗,✓
ราคา1,450 บาท (ตกml ละ 65.90  บาท)
ปริมาณ 22 ml

5. ไพรเมอร์ ดีที่สุดสำหรับผิวมัน: Fenty Beauty Pro Filt’r Mattifying Primer

ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี Fenty Beauty Pro Filt'r Mattifying Primer

ไพรเมอร์ของแม่ริฮานน่านักร้องดัง ได้ผลิตไลน์เครื่องสำอางออกมา อย่างขวดนี้เป็นไพรเมอร์สูตรเนื้อแมตต์ ที่เกิดมาเพื่อคนผิวมัน-ผิวผสม และเป็นสูตรไม่มีน้ำมัน เนื้อจะมีความบางเบาเป็นพิเศษ จึงทำให้เวลาคุณลงเมคอัพผิวก็จะดูสดใสตลอดทั้งวัน ผิวเนียนเป๊ะ เบลอรูขุมขนได้เนียนกริบโดยไม่ทำให้ผิวเป็นคราบ มีส่วนผสมบำรุงผิวจาก Blue Agave Extract และ blurring powders ที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส ได้ลุคแมตต์เปรียบเหมือนใส่ฟิลเตอร์ไว้ที่ผิวตลอดทั้งวัน ใครที่กำลังมองหาไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี แนะนำแบรนด์นี้เลย เริ่ด ๆ 

ข้อดี+ ใช้แล้วดูเนียนกริบ แต่งหน้าเป๊ะมาก
+ ใช้กับรองพื้นแล้วผิวเนียนมาก
+ ล็อกเมคอัพได้ทั้งวัน
ข้อเสีย– เนื้อจะออกแมตต์ คนผิวแห้งจะยิ่งรู้สึกผิวยิ่งแห้ง
– คุมความมันบนผิวได้ยังไม่ดีพอ
สูตรไพรเมอร์ปรับผิวให้เรียบเนียน, ล็อกเมคอัพให้ติดทน
สีขาว
ส่วนผสมบำรุงผิวBlue Agave Extract, blurring powders
ผสมกันแดด/ผสมซิลิโคน✗,✓
ราคา1,420 บาท (ตกml ละ 47.3 บาท)
ปริมาณ 30 ml

6. ไพรเมอร์ ดีที่สุดสำหรับผิวแห้ง: Smashbox Photo Finish Primer Water

ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี Smashbox Photo Finish Primer Water

ไพรเมอร์ 2 in 1 ขวดนี้เหมาะสำหรับแห้ง-ผิวผสมเลยค่ะ ความพิเศษคือเป็นรูปแบบของสเปรย์ อารมณ์เหมือนสเปรย์น้ำแร่เลยค่ะ น้ำใส ๆ สัมผัสบางเบา แถมซึมไว และยังกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี ที่สำคัญคือเหมาะกับคนที่ผิวแพ้ง่าย ที่เป็นไพรเมอร์สำหรับคนเป็นสิว ก็ได้เช่นกัน เพราะสเปรย์ขวดนี้ไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน น้ำมัน หรือแอลกอฮอล์เลย ใครที่กำลังมองหาไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี ขวดนี้ตอบโจทย์คนผิวแพ้ง่าย ผิวแห้งที่สุดค่ะ

ข้อดี+ ให้ความชุ่มชื้นกับผิว
+ ซึมไว ให้ความรู้สึกบางเบา
+ ใช้ง่าย ใช้ระหว่างวันก็ได้
ข้อเสีย– หาซื้อยาก 
– คุมปริมาณการใช้ได้ยาก
สูตรไพรเมอร์สูตรน้ำ เป็นสเปรย์ใส ๆ 
สีสีใส
ส่วนผสมบำรุงผิวไฮยาลูรอนิค
ผสมกันแดด/ผสมซิลิโคน✗,✗
ราคา890 บาท (ตกml ละ 29.6 บาท)
ปริมาณ 30 ml

7. ไพรเมอร์ ดีที่สุดสำหรับผิวไม่สม่ำเสมอ: MAKE UP FOR EVER Shine Control Primer

ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี MAKE UP FOR EVER Shine Control Primer

ไพรเมอร์ที่ทางแบรนด์เคลมว่าสามารถควบคุมความมันได้ถึง 20 ชม. แบบว่าทั้งวันทั้งคืนกันไปเลยสิคะ แถมยังเหมาะกับทุกสภาพผิว ทุกสีผิว ด้วยเนื้อสัมผัสที่เหมือนกำมะหยี่โปร่งแสง เวลาทาไปเลยกลืนเข้ากับผิวหน้าเลย จุดเด่นคือช่วยปรับสภาพผิวก่อนแต่งหน้า ทำให้เครื่องสำอางอยู่ติดทนนาน ใครที่กำลังมองหาไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี ลอง Make Up For Ever เลยค่ะรีวิวเยอะจริง  

ข้อดี+ เหมาะกับทุกสภาพผิว
+ คุมความมันได้ 20 ชม.
+ เนื้อลื่นมาก ดุจกำมะหยี่
ข้อเสีย– รู้สึกเหนอะผิวหน้า
– ผิวไม่เนียนหลังจากแต่งหน้าแล้ว
สูตรไพรเมอร์คุมความมัน, ปรับสภาพผิวให้สม่ำเสมอ
สีสีขาวขุ่น
ส่วนผสมบำรุงผิวซิลิกา เพื่อควบคุมความมัน
ผสมกันแดด/ผสมซิลิโคน✗,✓
ราคา1,400 บาท (ตกml ละ 46.6 บาท)
ปริมาณ 30 ml

8. ไพรเมอร์ ที่ช่วยเรื่องการแก้ไขสีที่ดีที่สุด: Makeup Revolution Colour Correct Primer

ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี Makeup Revolution Colour Correct Primer

ไพรเมอร์ สำหรับคนเป็นสิวแบรนด์ เมคอัพ รีโวลูชั่น สูตรสีเขียว เหมาะกับสาว ๆ ที่ต้องการปกปิดรอยแดงที่เกิดจากสิว ปิดรอยเส้นเลือด ให้สีผิวสม่ำเสมอแต่งหน้าได้ง่ายขึ้น ผิวจะดีเนียน มีวิตามิน B3 ที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยให้ดูเรียบเนียนมากขึ้น แต่ ๆ สูตรนี้จะเหมาะกับผู้ที่ผิวออกขาวอมชมพู ผิวขาว หรือสว่างนะคะ หากใครที่กำลังตัดสินใจเลือกไพรเมอร์ สำหรับคนเป็นสิว ยี่ห้อไหนดี มิสซี่แนะนำสูตรนี้เลย ปกปิดเป๊ะมาก

ข้อดี+ ใช้แล้วหน้าไม่อุดตัน
+ ผิวเนียนกริบ ผิวผ่องมาก
+ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ปกปิดรอยแดงจากสิวได้ดี
ข้อเสีย– ทาปริมาณทีละน้อย ๆ ค่อย ๆ เติม
– ไม่เหมาะกับคนผิวคล้ำ
สูตรไพรเมอร์สูตรโลชั่นเนื้อสีเขียว ปรับสมดุลสีผิวให้สม่ำเสมอ, ปกปิดรอยแดง 
สีสีเขียว
ส่วนผสมบำรุงผิววิตามิน B3 
ผสมกันแดด/ผสมซิลิโคน✗,✓
ราคา490 บาท (ตกml ละ 17.5 บาท)
ปริมาณ 28 ml

9. ไพรเมอร์ ดีที่สุดสำหรับริ้วรอยและร่องลึก: Smashbox Photo Finish Foundation Primer

ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี Smashbox Photo Finish Foundation Primer

ไพรเมอร์ที่ดีที่สุดสำหรับการอำพรางริ้วรอยและร่องลึก จุดเด่นของไพรเมอร์หลอดนี้คือเหมาะกับทุกสภาพผิวเลยค่ะ ทั้งผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ไหนจะช่วยควบคุมความมัน เนื้อสัมผัสเป็นแบบเนื้อเจลใส แต่พอเกลี่ยปุ๊ปก็กลายเป็นเนื้อแมตต์ แต่ไม่ทำให้ผิวแห้งเลย เริ่ดใช่มั้ยคะ ไพรเมอร์หลอดนี้มีสารสกัดจากวิตามิน A,E ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และลดเลือนรอยได้ดีเลยค่ะ ใครที่อ่านถึงตรงนี้แล้วกำลังมองหาไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี บอกเลยแบรนด์นี้ตอบโจทย์ที่สุดแล้วค่าาา

ข้อดี+ ควบคุมความมันได้ดีมาก
+ เบลอรูขุมขนได้เนียนกริบ
+ เนื้อสัมผัสบางเบา
ข้อเสีย– อาจจะปกปิดความมันไม่ได้ทั้งวัน แต่ยิ่งซับมันผิวยิ่งผ่อง
– จะมีความรู้สึกเหมือนมีอะไรเคลือบผิวอยู่ตลอดเวลา
สูตรไพรเมอร์ควบคุมความมัน, ปกปิดรูขุมขน
สีเจลใส
ส่วนผสมบำรุงผิววิตามิน A, E, สารสกัดจากเมล็ดองุ่น และชาเขียว
ผสมกันแดด/ผสมซิลิโคน✗,✓
ราคา1,350 บาท (ตกml ละ 45 บาท)
ปริมาณ 30 ml

10. ไพรเมอร์ ดีที่สุดสำหรับคนผิวมัน-ผิวผสม: Hourglass Veil Mineral Primer

ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี Hourglass Veil Mineral Primer

ไพรเมอร์เนื้อแมตต์ยอดนิยมของบล็อกเกอร์บิวตี้ทั่วโลก! จุดเด่นของไพรเมอร์ขวดนี้นอกจากเรื่องปกปิดรูขุมขนได้ดีแล้ว คือมีสารกันแดดใส่เข้ามาด้วย (แต่ก็ยังแนะนำให้ลงครีมกันแดดก่อนอยู่ดีนะคะ) พร้อมกันก็ช่วยอำพรางรอยแดงที่เกิดจากสิวได้ดีเลย แถมเหมาะกับผิวแพ้ง่ายด้วย ไม่มีพาราเบน ไม่มีน้ำหอม ที่สารที่ก่อให้เกิดการแพ้ ฉะนั้นใครกำลังมองหา ไพรเมอร์ สำหรับผิวแพ้ง่าย ยี่ห้อไหนดี บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังการันตีให้คุณแล้ว ที่เหลือรีบไปตามได้เลยค่าาา

ข้อดี+ ปิดรอยแดง รูขุมขนได้ดี
+ มีกันแดด
+ ไม่มีน้ำหอม
ข้อเสีย– เป็นเนื้อออกครีม ค่อย ๆ ลง
– รู้สึกว่าไม่ได้คุมมันขนาดนั้น รองพื้นแอบหลุดบ้าง
สูตรไพรเมอร์ปกปิดรอยแดง, ปกปิดรูขุมขุน
สีสีขาวขุ่น
ส่วนผสมบำรุงผิวไททาเนียมไดออกไซด์, Zinc Oxide
ผสมกันแดด/ผสมซิลิโคน✓,✗
ราคา2,300 บาท (ตกml ละ 76.6 บาท)
ปริมาณ 30 ml

11. ไพรเมอร์ ดีที่สุดสำหรับผิวผสม: KMA Secret Poreless Skin Primer

ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี KMA Secret Poreless Skin Primer

ไพรเมอร์ที่ช่างแต่งหน้าส่วนมากแนะนำ ร่ำลือถึงความเนียนเป๊ะ ช่วยให้คอมพลีทลุคมากขึ้น จุดมีสภาพผิวมันเด่นของแบรนด์นี้คือ ความอำพรางรูขุมขนได้มาก แล้วไม่ทำให้รองพื้นดรอป ทำให้เครื่องสำอางติดทนนาน เหมาะกับคนที่มีสภาพผิวมันและผิวผสม คุมความมันได้นานตลอด 8 ชม. ไม่ว่าจะริ้วเล็ก ๆ บนใบหน้าก็ได้ไพรเมอร์ KMA กลบหมด ใครที่กำลังมองหาไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี ราคาไม่แพง มิสซี่อยากจะถวายตัวแนะนำแบรนด์นี้เลย ดีจริง ไม่จกตาจ้า

ข้อดี+ ไม่ทำให้รองพื้นดรอป หน้าไม่หมอง
+ ราคาไม่แพง จับต้องได้
+ ปรับสภาพผิวก่อนแต่งหน้าได้ดี
ข้อเสีย– ตัวฝาแอบหลุดง่า
– มีน้ำหอม
สูตรไพรเมอร์ล็อกเมคอัพติดทนนาน, อำพรางรูขุมขน, ปรับสภาพผิวก่อนแต่งหน้า 
สีสีเจลใส
ส่วนผสมบำรุงผิวไม่ได้ระบุ
ผสมกันแดด/ผสมซิลิโคน✓,✗
ราคา490 บาท (ตกml ละ 16.3 บาท)
ปริมาณ 30 ml

12. ไพรเมอร์ ดีที่สุดสำหรับการล็อกเมคอัพติดทน: Maybelline Fit Me Primer Matte+Poreless SPF20

 ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี Maybelline Fit Me Primer Matte+Poreless Spf20

ไพรเมอร์รุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Maybeline สูตรที่ออกมานี้เป็นสูตรสำหรับผิวแห้ง ผิวขาดน้ำโดยเฉพาะเลยค่ะ ปัญหาที่สาวผิวแห้งเจอส่วนใหญ่จะเป็นผิวแห้ง ลอกขุย แต่ปัญหานี้จะหมดไปถ้าคุณได้ลองไพรเมอร์ฟิตมีรุ่นนี้ค่ะ ตัวเนื้อสัมผัสก็จะเป็นเนื้อเจล มีความบางเบา และควบคุมความมัน แถมปกปิดรูขุมขนได้ค่อนข้างดีเลยล่ะค่ะ และยังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย SPF20 เลยค่ะ ใครที่กำลังมองหาไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนที่ถูกและดี อย่าลืมลอง Maybeline นะคะ ราคาน่ารักมาก

ข้อดี+ คุมมันได้ดีมาก
+ ราคาถูก แถมคุณภาพดี
+ เนื้อเกลี่ยง่าย มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
ข้อเสีย– เนื้อเกลี่ยยากนิดหน่อย บีบใช้ปริมาณน้อย ๆ
– มีน้ำหอม
สูตรไพรเมอร์คุมความมัน, ล็อกเมคอัพให้ติดทนนาน
สีสีขาว
ส่วนผสมบำรุงผิวเกาลิน, กลีเซอรีน
ผสมกันแดด/ผสมซิลิโคน✓,✗
ราคา249 บาท (ตกml ละ 8.3 บาท)
ปริมาณ 30 ml

ประโยชน์ของไพรเมอร์ แล้วไพรเมอร์ ดียังไง?

ประโยชน์ของไพรเมอร์หลัก ๆ แล้วคือช่วยให้ผิวดูโกลว์ ผิวสุขภาพดี ช่วยปกปิดปัญหาผิวบางอย่างให้ดูฟินิชลุคยิ่งขึ้น แต่ ๆ การใช้ไพรเมอร์ก่อนแต่งหน้าไม่ได้มีประโยชน์เท่านี้นะคะ ใครที่แต่งหน้าทุกวัน มิสซี่บอกเลยว่าจำเป็นต้องมี!! ว่าแต่ประโยชน์ของไพรเมอร์มีอะไรบ้าง ไปดูกัน

1. ไพรเมอร์ช่วยปกปิดรูขุมขน เบลอผิว ประโยชน์ยอดฮิตของคนที่ก้าวเข้าวงการไพรเมอร์ก็คือการปกปิดปัญหาผิว แต่มิสซี่ขอบอกก่อนเลยว่าไพรเมอร์ชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยปกปิดจะมีส่วนผสมของซิลิโคนที่ช่วยพรางรูขุมขนได้ เหมาะกับคนที่มีสภาพผิวไม่มันมาก และรูขุมขนไม่กว้างมาก จะช่วยทำงานร่วมกับรองพื้น ปกปิดรอยร่องต่าง ๆ ให้สวยสับเลยค่ะ
2. ไพรเมอร์ช่วยควบคุมความมัน ลองสังเกตก็ได้ค่ะ สำหรับใครที่ไม่เคยใช้ไพรเมอร์เลย ใช้เพียงการลงรองพื้น และแต่งหน้าตามปกติ แล้วเครื่องสำอางที่เราจัดเต็มไปอยู่ได้ไม่ถึงครึ่งวันบ้างคะ เพราะรองพื้นเจอกับสภาพอากาศและความมันของผิวหน้า รองพื้นก็จะเริ่มหลุดค่ะ ผิวจะเริ่มมันเงา และตกร่อง หากไม่ต้องการเกิดปัญหาแบบนี้ แนะนำลงไพรเมอร์ก่อน แล้วทุกอย่างจะถูกล็อกเอาไว้ ช่วยลดปัญหาระหว่างวันได้ดีเลยค่ะ
3. ไพรเมอร์ช่วยลดรอยดำ รอยสิว อันนี้คงเป็นสิ่งที่ใครหลายคนสงสัย เป็นสิวล่ะใช้ไพรเมอร์ได้มั้ย ปกปิดหรือเปล่า? การใช้ไพรเมอร์ก่อนแต่งหน้าจะช่วยลดรอยแดง หรือเบลอรอยต่าง ๆ ทำให้ผิวดูสม่ำเสมอดีเลยค่ะ ทั้งปกปิด เครื่องสำอางไม่หลุด ผิวเนียนเป๊ะเลย
4. ไพรเมอร์ช่วยรองพื้นและเมคอัพติดทน จุดเด่นหลัก ๆ ของไพรเมอร์คือช่วยล็อกเมคอัพไว้บนหน้าให้นานที่สุด โดยที่รองพื้นไม่ตกร่อง ผิวไม่มันเยิ้มแม้ว่าสภาพอากาศไม่ค่อยเป็นใจก็ตาม ไพรเมอร์จึงเหมาะกับใครก็ตามที่ชอบแต่งหน้า ต้องการโชว์งานผิว เรียกว่าพลาดไม่ได้เลยค่ะ
5. ไพรเมอร์ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แก้ปัญหาผิวแห้ง สาวผิวแห้งต้องเจอปัญหาแก้ไม่ตกบ่อย ๆ เช่นการแต่งหน้าไม่ติด ผิวแห้งลอกขุย แต่งหน้าไปก็ทำให้เกิดความไม่มั่นใจได้ ดังนั้นมิสซี่ขอแนะนำ เลือกไพรเมอร์ที่มีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิกหรือสารให้ความชุ่มชื้นอย่างอื่น เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ในผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำ การแต่งหน้าก็จะง่ายขึ้น แต่ถ้าให้ผิวชุ่มชื้นอย่างยั่งยืน จะต้องใช้มอยซ์เจอไรเซอร์เป็นประจำด้วยนะคะ
6. ไพรเมอร์ใช้ได้ทุกสภาพผิว แม้เป็นสิวก็ใช้ได้ ปกติแล้วเราจะทำการลงไพรเมอร์เป็น Base เสมออยู่แล้วในขั้นตอนแต่งหน้า ดังนั้น ไพรเมอร์จึงสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว แต่ถ้าผู้ที่มีปัญหาผิวเยอะ ๆ (มีสิวมากกว่า 10 จุดขึ้นไป) อาจจะแนะนำให้เลือกไพรเมอร์ สำหรับคนเป็นสิว เช่นไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน ช่วยลดการอุดตันได้ นอกจากนี้ก็ต้องทำความสะอาดผิวให้ด้วยค่ะ

วิธีเลือกไพรเมอร์ที่ดีที่สุด

ไพรเมอร์มีขายมานานมากแล้ว แล้วมีหลายยี่ห้อมาก ๆ ค่ะทุกคน แต่ ๆ ใช่ว่าเราจะใช้ไพรเมอร์ยี่ห้อไหน สูตรไหนก็ได้นะคะ ไพรเมอร์ก็เหมือนผลิตภัณฑ์อื่น ๆ หากอยากให้ผิวคอมพลีทลุคจะต้องเลือกไพรเมอร์ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเราเองด้วย แล้วต้องเลือกแบบไหนบ้าง ไปดูกัน

1. สภาพผิวมัน หากคุณเป็นคนที่มีผิวมันมาก ให้เลือกไพรเมอร์ที่มีส่วนผสมของ Oil-Free, Mattifying Primer ส่วนผสมเหล่านี้จะมีส่วนช่วยควบคุมความมันระหว่างวัน หากมีรูขุมขนกว้างร่วมด้วย เพียงเน้นลงไพรเมอร์ส่วนที่เห็นรูขุมขนชัด ๆ จะดีมาก

2. สภาพผิวแห้ง คนที่มีสภาพผิวแห้ง หรือเจอปัญหาแต่งหน้าไม่ติด แนะนำให้เลือกไพรเมอร์ที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิก หรือส่วนผสมอื่น ๆ ที่ช่วยเรื่องกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิว จะยิ่งทำให้ได้ฟินิชลุคที่ดียิ่งขึ้น

3. สภาพผิวหมองคล้ำ จะต้องเพิ่มความสว่างให้กับใบหน้าด้วยชิมเมอร์ หรือผงมุกเป็นส่วนผสม ซึ่งทั้งคู่นี้จะมีคุณสมบัติช่วยกระจายแสงให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส และโกลว์มีมิติมากเลยค่ะ แนะนำว่าให้เลือกที่มีส่วนผสมอย่าง Light Diffusing, Radiant หรือ Light-Reflecting

4. สภาพผิวแพ้ง่าย/เป็นสิว ต้องเลือกสูตรที่อ่อนโยนต่อผิว และไม่ก่อให้เกิดการอุดตันได้ง่าย แนะนำให้เลือกแบบเนื้อสัมผัสเป็นน้ำ และไม่มีซิลิโคน จะให้สัมผัสที่เนื้อบางเบา และลดปัญหาผิวได้ด้วยค่ะ

5. สภาพผิวผสม จะมีปัญหาผิวตรงที่ระหว่างวันผิวจะเริ่มมันช่วงทีโซนทั้ง หน้าผาก จมูก และคาง แนะนำว่าให้เลือกไพรเมอร์เนื้อซิลิโคน อาจจะไม่ต้องทาทั้งหน้า เน้นทาเฉพาะส่วนทีโซน เพื่อช่วยคุมความมัน และลงรองพื้น เท่านี้ก็ได้ผลปังทั้งวันเลยค่ะ

วิธีเลือกสีไพรเมอร์เพื่อช่วยปรับสภาพสีผิวให้เหมาะสมที่สุด

1. ไพรเมอร์สีเขียว ช่วยปกปิดรอยแดง รอยต่าง ๆ จากสิว ช่วยทำให้ดูจางลงได้ และปรับผิวให้ดูสว่างได้ แต่ไม่เหมาะกับคนที่มีเฉดผิวเข้ม ที่ผิวน้ำผึ้ง การใช้สีเขียวอาจจะทำให้ใบหน้าดูลอยได้

2. ไพรเมอร์สีใส, ขาวขุ่น จะเหมาะกับทุกสภาพผิว และทุกสีผิวเลยค่ะ ด้วยความเป็นสีใสจึงกลืนเข้ากับทุกสีผิว ปกปิดเรียบเนียน แต่ไม่เหมาะกับคนที่มีปัญหารอยดำรอยแดง

3. ไพรเมอร์สีชมพู เหมาะกับผู้ที่มีผิวขาว หรือค่อนข้างขาวและมีเส้นเลือดบนผิวหน้าค่อนข้างชัด การใช้ไพรเมอร์สีชมพูจะช่วยให้ปรับโทนผิวให้ดูมีเลือดฝาด ปกปิดรอยเส้นเลือดที่ชัดให้จางลงได้

4. ไพรเมอร์สีม่วง เหมาะกับคนที่มีผิวขาว หรือผิวที่ดูซีด หรือดูไม่ค่อยสดใส การใช้ไพรเมอร์สีม่วงจะช่วยปรับโทนลุคให้ดูสดใสมากขึ้น แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่ผิวไปโทนเข้ม เพราะอาจจะทำให้ผิวดูลอยได้

5. ไพรเมอร์สีส้ม หรือสีเนื้อ เหมาะกับคนที่มีเฉดผิวน้ำผึ้ง หรือผิวสองสีค่ะ ไพรเมอร์สีนี้จะช่วยกระจายแสง ทำให้ผิวของคุณสว่าง และกระจ่างใสขึ้นได้

ไพรเมอร์ ใช้ยังไง 

มิสซี่มีเคล็ดลับมาฝากสาว ๆ ทุกคนค่ะ ใช้ไพรเมอร์ยังไงให้เป๊ะปัง ใครที่เพิ่งเข้ามาวงการแต่งหน้าจะได้รู้ไปพร้อมกัน วิธีใช้แบบไหน ลงขั้นตอนไหน ใช้คู่กับรองพื้นยังไงให้เป๊ะปังมาดูกันจ้า

1. ใช้สกินแคร์บำรุงผิวตามสเต็ปรูทีน จากนั้นตามด้วยครีมกันแดดที่ห้ามขาดเด็ดขาด!!

2. ในกรณีที่ต้องการลงเมคอัพเบสก่อน ก็สามารถใช้เพื่อปรับโทนสีผิวก่อนได้ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่จำเป็นค่ะ

3. ลงไพรเมอร์ปริมาณเท่าเม็ดถั่วเขียวพอ ขั้นตอนการลงไพรเมอร์จะต้องค่อย ๆ เกลี่ยไพรเมอร์ลงไปที่ผิว ใช้นิ้ววนเป็นวงกลมไปเรื่อย ๆ ให้ไพรเมอร์กระจายไปทั่วหน้า เคล็ดลับคือไม่ควรถูหรือนวดนานเกินไป จะทำให้ไพรเมอร์เรียบเนียนไปกับผิว ทำแบบนี้ไปทั่วหน้าได้เลยค่ะ จากนี้รอให้ไพรเมอร์เซตตัวกับผิวประมาณ 3-5 นาที ก่อนแล้วจึงแต่งหน้าตามลำดับต่อไป

4. ไม่อยากอุดตัน ไม่อยากเป็นสิวต้องล้างหน้าให้ดี ข้อนี้ใช้ได้กับทุก ๆ วันแม้คุณทาแค่ครีมกันแดด ไม่ต่างกันค่ะ หากคุณใช้ไพรเมอร์เพื่อให้ผิวเรียนเนียน เท่ากับว่าไพรเมอร์นั้น ๆ เกาะที่ผิวคุณได้อย่างดี ถ้าล้างหน้าไม่ดีก็จะเกิดการอุดตันกลายเป็นสิวอักเสบได้ เคล็ดลับคือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คลีนผิวที่เหมาะกับล้างเครื่องสำอางเป็นพิเศษ เสร็จแล้วต่อด้วยการล้างหน้าอีกครั้ง เท่านี้ก็ช่วยลดการอุดตันได้ระดับหนึ่งเลยค่ะ ไม่อยากอุดตันลองใช้วิธีนี้ดูนะคะสาว ๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ หวังว่าบทความ ไพรเมอร์ ยี่ห้อไหนดี จะทำให้ทุกคนได้รู้จักกับไพรเมอร์ได้มากขึ้น รวมไปถึงวิธีการเลือกไพรเมอร์ให้เหมาะกับสภาพผิว วิธีใช้ต่าง ๆ กันไปแล้ว เพียงเท่านี้ใครที่อยากได้ฟีลลิ่งคอมพลีทลุคมากขึ้น ลองใช้ไพรเมอร์เลยค่ะ จะทำให้การแต่งหน้าของคุณในทุกวันสดใสมากขึ้น สวยขึ้นด้วย แต่อย่างที่มิสซี่บอกห้ามลืมการทำความสะอาดผิวให้ครบขั้นตอนเด็ดขาด! ไม่งั้นผิวที่สวดจากการแต่งหน้า แต่ต้องมารักษาสิวอุดตันในอนาคตอีกเป็นแน่ ลองทำตามนี้นะคะ ผิวดีแน่นอน

อ้างอิง

1. How to Choose Makeup Primer: https://www.wikihow.com/Choose-Makeup-Primer

2. The best primers for oily skin: https://www.harpersbazaar.com/uk/beauty/make-up-nails/g30992864/best-primer-oily-skin/

3. Top 15 Best Primers For Oily Skin in India | Updated 2022: https://beautybest.in/best-primers-for-oily-skin-in-india/

4. These 15 Primers Quench Dry Skin for Smooth Makeup Application: https://www.byrdie.com/best-primers-for-dry-skin-4587043