รีวิว 14 แนะนำ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี 2024 [ข้อดี-ข้อเสีย]

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย หรือ cordless vacuum cleaner ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเวลาดูดฝุ่นทำความสะอาด แต่กลับมีสายไฟเกะกะในการลากไปทำความสะอาดตามจุดต่างๆ ทำให้เหล่าแม่บ้านถูกอกถูกใจกับเครื่องดูดฝุ่นไร้สายมาก เพราะมันสะดวก และทำให้ชีวิตง่ายขึ้นจริงๆ จึงทำให้หลายๆแบรนด์ผลิตออกมาแข่งขันกันทั้งในแง่ฟังก์ชั่น ดีไซน์ น้ำหนักเบา แถมบางรุ่นยังใช้ได้นานต่อหนึ่งรอบชาร์จ นับว่าตอบโจทย์มากๆกับการทำความสะอาดให้ทั่วทั้งบ้านโดยไม่ต้องเสียเวลาชาร์จแบตบ่อยๆ

วันนี้มิสซี่ได้มาตอบข้อสงสัยแล้วกับคำถามที่ว่าสรุป เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี 2023 ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละบ้าน วันนี้เราจะมาพูดถึง เครื่องดูดฝุ่น dyson เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย xiaomi เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย deerma เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย airbot เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย electrolux เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย philips หรือแม้กระทั่ง เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รถยนต์ เป็นต้น ไปดูกันค่ะว่า รีวิว เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ที่เลือกมาแนะนำ มีอะไรบ้าง

Table of Contents

TOP 3 เครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ดีที่สุด

#1 Dyson V12 Detect Slim™ Absolute Cordless Vacuum Cleaner (แนะนำสุด)

ราคา 27,500 บาท

วิธีเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย

วิธีเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย
  • เทคโนโลยีเซนเซอร์: ที่ช่วยในการปรับความแรงในการดูดฝุ่นตามพื้นผิวที่แตกต่าง นอกจากจะช่วยในเรื่องของการทำความสะอาดอย่างล้ำลึกแล้ว ยังช่วยในการรักษาอายุการใช้งานของแบตเตอรี่อีกด้วย
  • ไฟ: ในเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย บางรุ่นจะมีไฟบริเวณหัวดูดฝุ่น เพื่อช่วยการมองเห็นขณะทำความสะอาดบริเวณใต้โต๊ะ หรือใต้โซฟาบริเวณที่มืดๆได้
  • เทคโนโลยีอัจฉริยะ: ที่สามารถเชื่อมต่อฟังก์ชั่นการทำงานเข้ากับสมาทโฟน เพื่อติดตามดูระยะเวลาในการใช้งาน อายุแบตเตอรี่ รวมถึงอาจมีการบอกแคลลอรี่ที่คุณเผาผลาญขณะใช้เครื่องดูดฝุ่นไร้สายเหล่านี้ได้ด้วย
  • ตัวบอกระดับแบตเตอรี่: ขีดแสดงเหล่านี้อาจพบได้แค่บางรุ่น อย่างของ Dyson V11 ขึ้นไป ที่จะเพิ่มความสะดวกสบายในการเช็คว่าตอนนี้แบตเตอรี่เหลือเท่าไหร่แล้ว ใช้งานได้อีกกี่นาทีเป็นต้น
  • มีใบเลื่อยตัดเส้นผม: บอกเลยว่าอันนี้สำคัญมากเลย สาวๆที่ผมร่วงที่พื้นเยอะจะเข้าใจดีว่า การดูดฝุ่นนั้นย้ากยาก ดังนั้นการมีหัวดูดฝุ่นที่สามารถตัดเส้นผมออกเป็นชิ้นย่อยๆ จะช่วยลดการตัดพันที่หัวดูดฝุ่นได้เป็นอย่างดี
  • น้ำหนัก: ควรเลือกเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ที่มีน้ำหนักเบา เนื่องจากบางครั้งการทำความสะอาดเป็นระยะเวลานานๆ อาจเมื่อยแขนได้ 
  • แบบมีถุงเก็บฝุ่น: เครื่องดูดฝุ่นไร้สายบางรุ่น จะเป็นรองรับการติดตั้งถุงพลาสติกเข้าไป ทำให้เวลาทำการดูดฝุ่นเสร็จ ก็ทำเพียงแค่มัดถุงแล้วทิ้ง ไม่ต้องจับฝุ่นหรือสิ่งสกปรกให้เปื้อนมือ 

ตารางเปรียบเทียบ “เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี”

ชื่อสินค้า

Dyson V12 Detect Slim™ Absolute Cordless Vacuum Cleaner

Airbot Hypersonics PRO 27KPa 50mins Cyclone Max Handheld

Airbot Supersonics 3.0

Xiaomi Mi Mijia Handheld Vacuum Cleaner

Dyson V8 Slim™ Fluffy+ Cord-Free Vacuum Cleaner

Deerma DX700 Vacuum Cleaner

Tefal X-PERT 3.60 รุ่น TY6975WO (เหมาะกับคนเลี้ยงสัตว์)

Philips SpeedPro Vacuum cleaner เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย FC6723

Electrolux เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 2 in 1 รุ่น ZB3513DB

DYNOVA เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น Airspire Exclusive

KONIG Vacuum Cleaner

Simplus Vacuum cleaner

Deerma DX115C/DX118C

Dreame V11 Handheld Wireless Vacuum Cleaner

รูปสินค้า

Airbot Hypersonics PRO 27KPa 50mins Cyclone Max Handheld
Airbot Supersonics 3.0
Xiaomi Mi Mijia Handheld Vacuum Cleaner
Dyson V8 Slim™ Fluffy+ Cord-Free Vacuum Cleaner
Deerma DX700 Vacuum Cleaner
Tefal X-PERT 3.60 รุ่น TY6975WO (เหมาะกับคนเลี้ยงสัตว์)
Philips SpeedPro Vacuum cleaner เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย FC6723
Electrolux เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 2 in 1 รุ่น ZB3513DB
DYNOVA เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น Airspire Exclusive
KONIG Vacuum Cleaner
Simplus Vacuum cleaner
Deerma DX115C/DX118C
Dreame V11 Handheld Wireless Vacuum Cleaner

คุณสมบัติ

  • ดูดฝุ่นได้สะอาดมากกกก

  • ดูดขนหมาแมว เส้นผม เกลี้ยง!

  • วัสดุแข็งแรง ทนทาน

  • พลังดูดฝุ่นแรงมากๆ

  • วัสดุเยี่ยม

  • น้ำหนักเบา

  • คุณภาพเกินราคา

  • เหมาะกับหอพักหรือคอนโด

  • รีวิวดีเยอะ

  • สีมินิมอล

  • แรงดูดสูงถึง 16000 Pa

  • ระบบกรอง 3 ชั้น

  • พลังดูดปังเว่อร์

  • งานดีเหมือนรุ่นท็อปๆ

  • ดูดฝุ่นในพรมหนาๆ ก็เอาอยู่!

  • ชาร์จแบตไม่นานก็พร้อมใช้

  • ถังเก็บฝุ่นใหญ่จุใจ

  • ถอดออกมาล้างสะดวก

  • เหมาะกับคนเลี้ยงสัตว์

  • มีไฟ LED ช่วยให้มองเห็นฝุ่นใต้เฟอร์นิเจอร์

  • มีหัวดูดไซส์มินิในเซต

  • ดูดฝุ่นได้แรง

  • เครื่องไม่ตันไว

  • มีไฟ LED ช่วยให้มองเห็นฝุ่นในที่มืด

  • มีฟังก์ชันทำความสะอาดหัวดูด

  • อุปกรณ์เยอะ

  • ตั้งวางแนวตั้งได้

  • น้ำหนักเบามาก

  • ราคาดี

  • ใช้ได้นานโดยไม่ปวดแขน

  • น้ำหนักเบามากๆ

  • ใช้ได้สำหรับบ้านและรถยนต์

  • ราคาถูก ใช้ดี

  • พลังดูดแรง

  • ดีไซน์และสีน่ารัก

  • ตัวถังเก็บฝุ่นแกง่าย

  • ถังเก็บฝุ่นใหญ่จุใจ

  • ถังเก็บฝุ่นใหญ่จุใจ

  • ถูกและดีมีอยู่จริง

  • ระบบกรอง 5 ชั้น

  • ใช้งานได้นานต่อหนึ่งรอบชาร์จ

  • เป็นตัวเลือกแทน Dyson

ราคาเต็ม

27,900 บาท

2,699 บาท

1,300 บาท

1,159 บาท

15,900 บาท

989 บาท

 6,090 บาท

8,590 บาท

4,990 บาท

1,990 บาท

699 บาท

699 บาท

759 บาท

8,590 บาท

ระยะเวลาทำงาน

60 นาที

50 นาที

45 นาที

30 นาที

40 นาที

45 นาที

45 นาที

30 นาที

35 นาที

50 นาที

-

40 นาที

-

90 นาที

น้ำหนัก

2.97 กิโลกรัม

2.2 กิโลกรัม

2.0 กิโลกรัม

2.1 กิโลกรัม

2.15 กิโลกรัม

2.2 กิโลกรัม

2.2 กิโลกรัม

2.43 กิโลกรัม

4.6 กิโลกรัม

1.8 กิโลกรัม

0.6 กิโลกรัม

1.3 กิโลกรัม

1.4 กิโลกรัม

3.8 กิโลกรัม

ความคุ้มค่า

เช็คส่วนลดที่

จะเลือกซื้อ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี 2567

1. เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ที่ดีที่สุด (แนะนำสุด) – Dyson V12 Detect Slim™ Absolute Cordless Vacuum Cleaner

Dyson V12 Detect Slim™ Absolute Cordless Vacuum Cleaner

ราคา 27,500 บาท

ข้อดี

+ดีงามไปซะทุกอย่าง งานดีงานพรีเมี่ยม
+ดูดฝุ่นได้สะอาดสุดๆ พลังแรงได้ใจ
+เส้นผม ขนน้องหมาแมว หายเกลี้ยงแน่นอน
+ฟังก์ชันล้ำมาก ทันสมัยโคตร

ข้อเสีย

-ราคาสูง

ต้องยกให้ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson รุ่นนี้ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งจริงๆ เนื่องจากสมบูรณ์แบบไปซะทุกอย่าง โดยเฉพาะที่รักเลยก็คือโหมด boost ที่ใช้สำหรับพื้นพรมและคราบฝุ่นแน่นๆ และโหมดออโต้ ที่ใช้ทั่วไป ทำงานออกมาได้น่าประทับใจ ดูดฝุ่นได้สะอาดโคตรๆ

น้ำหนักก็เบา ไม่เมื่อยแขน ดีไซน์เรียบหรู วัสดุดีไม่ก๊องแก๊ง ถือว่าโดยรวมทำออกมาได้เกินความคาดหมาย ฟังก์ชันที่ชอบคือคือตัวหน้าต่างแสดงว่ามีเวลาเหลืออีกกี่นาทีก่อนแบตจะหมด ซึ่งต่างจากรุ่นอื่นแบรนด์อื่น ใครที่มองหา เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ที่เป็นตัวเลือกดีที่สุด ต้องยกเบอร์หนึ่งให้ตัวนี้เลยค่า

ความจุ: 0.35 ลิตร
น้ำหนัก: 2.20 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน: สูงสุด 60 นาที
ระยะเวลาในการชาร์จ: 4 ชั่วโมง
หลายโหมด: มี (โหมด Eco,โหมด Auto และโหมด Boost)
หัวดูดฝุ่นได้มา: 5 หัว
ประกัน: 2 ปี

2. เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ที่ดีที่สุด (รองลงมา) – Airbot Hypersonics PRO 27KPa 50mins Cyclone Max Handheld

Airbot Hypersonics PRO 27KPa 50mins Cyclone Max Handheld

ราคา 4,799 บาท

ข้อดี

+พลังดูดฝุ่นแรงมากๆ
+ฟังก์ชันฉลาด ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น
+วัสดุเยี่ยม แทบจะคล้าย dyson เลย

ข้อเสีย

-หัวดูดฝุ่นจำนวนน้อย

ใครที่สงสัยว่า เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย airbot ดีไหม บอกเลยว่า ดีงามเว่อร์ ด้วยราคาหลักพัน แต่คุณภาพเริ่ดมากไม่ไหว รีวิวชื่นชอบก็เยอะมากๆ เช่นกัน เนื่องจาก เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย airbot รุ่นนี้ พลังดูดฝุ่นแรงมาก เก็บฝุ่นได้ดี แถมยังมีหน้าจอแสดงระดับแบตเตอรี่ และตัวบอกระดับความแรง รวมถึงมีเซนเซอร์ตรวจจับชนิดพื้นผิวและบอกระดับความหนาแน่นของฝุ่น

แล้วปรับความแรงลมดูดตามปริมาณฝุ่น เรียกได้ว่าเป็นฟังก์ชันที่ฉลาดและช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมากจริงๆ แถมน้ำหนักก็เบา แม้ถังเก็บฝุ่นจะเล็กไปหน่อยถ้าเทียบกับ Dyson แต่ถือว่าจุฝุ่นได้เยอะเช่นกัน แต่ถ้าเทียบในแง่ของราคา Airbot ชนะขาดลอย ใครที่มองหาเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี คุ้มค่าคุ้มราคา วัสดุเยี่ยม ไม่ก๊องแก๊ง ราคาไม่โหดมาก ต้องตัวนี้เลยจริงๆค่ะ

ความจุ: 0.8 ลิตร
น้ำหนัก: 2.2 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน: สูงสุด 50 นาที
ระยะเวลาในการชาร์จ: 4.5 ชั่วโมง
หลายโหมด: มี (โหมด manual และโหมด Auto)
หัวดูดฝุ่นได้มา: 2 หัว
ประกัน: 1 ปี

3. เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ที่ดีที่สุด (ราคาถูกลงมา) – Airbot Supersonics 3.0 

Airbot Supersonics 3.0 

ราคา 2,699 บาท

ข้อดี

+ราคาดี คุณภาพเกินราคา
+รีวิวเยอะ ยอดสั่งซื้อเยอะ
+เหมาะกับหอพักหรือคอนโด

ข้อเสีย

-ต้องใช้แรงถอดข้อต่อหน่อย

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย airbot รุ่นนี้รีวิวเยอะ ยอดสั่งซื้อเยอะมาก ด้วยความที่เครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นนี้เป็นแบบอัปเกรดใหม่ ทรงพลังมากๆ ระยะเวลาในการทำงานนานต่อหนึ่งรอบชาร์จ ฟังก์ชันหลายๆอย่างมีแบบเดียวกับรุ่นแพงๆ

จัดว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ถูกและดี ที่ควรค่าแก่การมีไว้ติดบ้าน ถ้าถามว่าเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย airbot ดีไหม บอกเลยว่า ดีมาก แถมรุ่นนี้ราคาเพียงสองพันกว่า แต่คุณภาพคุ้มค่าเกินราคา ใครลังเลว่าเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่นไหนดี ที่เหมาะกับห้องเล็กๆ อย่างหอพักหรือคอนโดมากๆ ต้องซื้อรุ่นนี้โลดค่ะ

ความจุ: 0.6 ลิตร
น้ำหนัก: 2.0 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน: สูงสุด 45 นาที
ระยะเวลาในการชาร์จ: 4 ชั่วโมง
หลายโหมด: มี (โหมดธรรมดา และโหมด Deep Clean)
หัวดูดฝุ่นได้มา: 2 หัว
ประกัน: 6 เดือน

4. เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย xiaomi รุ่นที่แนะนำที่สุด – Xiaomi Mi Mijia Handheld Vacuum Cleaner

Xiaomi Mi Mijia Handheld Vacuum Cleaner

ราคา 1,159 บาท

ข้อดี

+ถูกและดี
+สีมินิมอล คุมโทนกับห้องได้ดี

ข้อเสีย

-หัวเปลี่ยนแน่นมาก ถอดยากใส่ยาก

ใครที่สงสัยว่าเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย xiaomi รุ่นไหนดี ขอแนะนำรุ่น Xiaomi Mi Mijia Handheld Vacuum Cleaner เพราะว่าราคาถูกและดี แรงดูดสูงถึง 16000 Pa ในงบหลักพันต้นๆ แถมคุณภาพก็เกินราคา มีระบบกรองตั้ง 3 ชั้น รวมถึงไส้กรอง HEPA ที่สามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้ง่าย น้ำหนักเครื่องเบา แรงดูดดี ยกขึ้นดูดฝุ่นบนเพดานได้ง่ายมาก เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย xiaomi แนะนำจริงๆค่ะ

ความจุ: 0.6 ลิตร
น้ำหนัก: 2.1 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน: สูงสุด 30 นาที
ระยะเวลาในการชาร์จ: 3.5 ชั่วโมง
หลายโหมด: มี (โหมดมาตรฐาน และโหมดดูดแรง)
หัวดูดฝุ่นได้มา: 3 หัว
ประกัน: 1 เดือน

5. เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson รุ่นที่ราคาดีและอยากแนะนำที่สุด – Dyson V8 Slim™ Fluffy+ Cord-Free Vacuum Cleaner

Dyson V8 Slim™ Fluffy+ Cord-Free Vacuum Cleaner

ราคา 15,900 บาท

ข้อดี

+งานดีเหมือนรุ่นท็อปๆเลย
+เรื่องพลังดูดฝุ่นต้องไว้ใจ Dyson เลย พลังดูดปังเว่อร์
+หายห่วงเรื่องผมที่พื้น เกลี้ยงแน่นอน

ข้อเสีย

-ราคาสูง

มาต่อกันที่รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Dyson อีกรุ่นที่อยากแนะนำ แถมน้ำหนักเบาเว่อร์ เหมาะกับคนที่ชอบแบรนด์ Dyson แต่ไม่อยากเสียเงินซื้อรุ่นท็อป ต้องตำรุ่นนี้เลยค่ะ ถึงแม้โมเดลนี้จะออกมาซักพักแล้ว แต่ประสิทธิภาพและพลังดูดฝุ่นแรงมากไม่เป็นรองใคร ดูดฝุ่นได้สะอาดเอี่ยมอ่อง แม้จะเป็นพรมที่ขนหนาๆ ฝุ่นแน่นๆ ตัวนี้ก็เอาอยู่ เหมาะมากสำหรับคนที่ผมยาว แล้วผมร่วงเยอะๆ หรือบ้านไหนที่เลี้ยงหมาแมว แล้วมีขนเยอะทุกจุดในบ้าน ต้องลองใช้ตัวนี้เลย มีหัวดูดหลัก 2 หัวแบบลูกกลิ้งนุ่มกับหัวดูด Torque Drive ที่น่าประทับใจสุดๆ ใครที่มองหา เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ยกให้ Dyson ขึ้นแท่นแบรนด์อันดับหนึ่งในดวงใจเลยค่ะ

ความจุ: 0.54 ลิตร
น้ำหนัก: 2.15 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน: สูงสุด 40 นาที
ระยะเวลาในการชาร์จ: 5 ชั่วโมง
หลายโหมด: มี (โหมด max และโหมดปกติ)
หัวดูดฝุ่นได้มา: 6 หัว
ประกัน: 2 ปี

6. เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Deerma รุ่นที่แนะนำที่สุด – Deerma DX700 Vacuum Cleaner

Deerma DX700 Vacuum Cleaner

ราคา 989 บาท

ข้อดี

+ราคาดีไม่ไหว
+ชาร์จแปบเดียวก็แบตเต็มละ
+ถังจุใหญ่ดี

ข้อเสีย

-วัสดุดูก๊องแก๊งไปหน่อย

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย deerma หรือ เดียร์ม่า ที่ราคาย่อมเยา เป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋า ซึ่งเครื่องดูดฝุ่นไร้สายรุ่นนี้ออกมาให้ใช้งานได้ง่ายมาก สามารถทำความสะอาดแบบแนวตั้ง หรือถอดประกอบเป็นแบบมือถือก็ได้ ตัวกรองเป็นแบบผนึกสามชั้น ทำให้ทำความสะอาดเศษฝุ่นได้ง่าย ส่วนกล่องเก็บฝุ่นก็สามารถถอดออกมาล้างได้สะดวกเช่นกัน ดีงามมากๆ ในงบราคาหลักร้อย ถือว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่นถูกและดีอีกตัวที่อยากแนะนำ

ความจุ: 1 ลิตร
น้ำหนัก: 2.2 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน: สูงสุด 45 นาที
ระยะเวลาในการชาร์จ: 2.5 ชั่วโมง
หลายโหมด: ไม่มี
หัวดูดฝุ่นได้มา: 1 หัว
ประกัน: 1 ปี

7.เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Tefal รุ่นที่แนะนำที่สุด – Tefal X-PERT 3.60 รุ่น TY6975WO (เหมาะกับคนเลี้ยงสัตว์)

 Tefal X-PERT 3.60 TY6975WO

ราคา 6,090 บาท

ข้อดี

+เหมาะกับบ้านที่มีน้องหมาน้องแมว
+ชอบตรงที่มีไฟตรงหัวดูดเวลาทำความสะอาด เห็นฝุ่นชัดดี

ข้อเสีย

-ไม่มีคู่มือภาษาไทย

มารีวิวต่อกันที่ เครื่องดูดฝุ่นไร้สายอเนกประสงค์ จาก Tefal โดยรุ่นนี้เค้าเคลมว่าเพื่อคนที่มีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เนื่องจากพลังดูดแรง และกำจัดขนสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังมีแถมหัวดูดแปรง mini electro ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมพิเศษสำหรับการทำความสะอาดเศษเส้นผม ขนสัตว์ และฝุ่น และยังใช้งานกับผ้าหรือเบาะรถยนต์ได้อย่างดีอีกด้วย แถมแปรงมอเตอร์ก็ดูดฝุ่นได้เกลี้ยงในครั้งเดียว สะอาดขึ้นอย่างรวดเร็วให้บ้านน่าอยู่กว่าเดิม หัวดูดรองรับการใช้งานแบบ 3 in 1 ครอบคลุมการทำความสะอาดตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เรียกได้ว่าอเนกประสงค์จริงๆ นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีไฟ LED ช่วยให้มองเห็นฝุ่นใต้เฟอร์นิเจอร์และในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากเวลาทำความสะอาดอีกด้วย ใครที่มองหาว่า เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี โดยเฉพาะคนที่มีสัตว์เลี้ยง ต้องพิจารณาตัวนี้ด่วนๆ เลยค่ะ

ความจุ: 0.5 ลิตร
น้ำหนัก: 2.2 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน: สูงสุด 45 นาที
ระยะเวลาในการชาร์จ: 5 ชั่วโมง
หลายโหมด:
หัวดูดฝุ่นได้มา: 2 หัว
ประกัน: 2 ปี

8.​​เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Philips รุ่นที่แนะนำที่สุด – Philips SpeedPro Vacuum cleaner เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย FC6723

Philips SpeedPro Vacuum cleaner เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย FC6723

ราคา 8,590 บาท

ข้อดี

+ดูดฝุ่นได้แรง สะอาดดีมาก
+เครื่องไม่ตันไว

ข้อเสีย

-ค่อนข้างหนัก
-ถังเก็บฝุ่นเล็ก

รีวิวเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย จาก Philips ที่ช่วยให้ทำความสะอาดได้อย่างรวดเร็วและดูดฝุ่นได้สะอาดเอี่ยมอ่องมาก เพราะเป็น พลังดูด PowerCyclone7 ที่ดูดเก็บฝุ่นละเอียดๆ ได้อย่างดี แถมยังลดโอกาสการอุดตันของเครื่อง แล้วลดประสิทธิภาพการทำงานแถมตัวมอเตอร์ PowerBlade ได้รับการออกแบบมาเพื่อแรงลมความเร็วสูง นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีไฟ LED ช่วยให้มองเห็นฝุ่นขณะทำความสะอาดใต้เฟอร์นิเจอร์ที่แสงเข้าถึงน้อย ใครที่ไม่รู้จะเลือกเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี รุ่นนี้ก็เป็นอีกตัวที่ควรพิจารณาไว้ในลิสต์นะคะ

ความจุ: 0.4 ลิตร
น้ำหนัก: 2.43 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน: สูงสุด 30 นาที
ระยะเวลาในการชาร์จ: 5 ชั่วโมง
หลายโหมด: ปรับความแรงได้ 2 ระดับ
หัวดูดฝุ่นได้มา: 1 หัว
ประกัน: 2 ปี

9.เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Electrolux รุ่นที่แนะนำที่สุด – Electrolux เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 2 in 1 รุ่น ZB3513DB

Electrolux เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 2 in 1 รุ่น ZB3513DB

ราคา 4,990 บาท

ข้อดี

+มีฟังก์ชั่นทำความสะอาดหัวดูด
+อุปกรณ์เยอะ ตั้งวางแนวตั้งได้

ข้อเสีย

-ถังเก็บฝุ่นเล็ก
-มีน้ำหนัก

รีวิว เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Electrolux แบบ 2 in 1 ที่มาพร้อมตัวกรองสารก่อภูมิแพ้ ด้วยดูดแรงพลังไซโคลน สามารถช่วยทำความสะอาดทุกพื้นที่แบบสะอาดหมดจดมาก มีตัวกรองฝุ่น 2 ชั้นกำจัดได้ทั้งฝุ่นผงละเอียดและฝุ่นผงขนาดใหญ่ ช่วยทำความสะอาดหัวดูดในคลิกเดียว ด้วยเทคโนโลยี BrushRollClean™ สะอาดง่ายแบบไม่เปลืองแรง แค่กดปุ่มเดียวก็ทำความสะอาดหัวดูดได้เลย ดีงามมากๆ ใครที่มองหาเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ถูกและดี ต้องรุ่นนี้แบรนด์นี้เลย

ความจุ: 0.42 ลิตร
น้ำหนัก: 4.6 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน: สูงสุด 35 นาที
ระยะเวลาในการชาร์จ: 4 ชั่วโมง
หลายโหมด: ปรับความแรงได้ 2 ระดับ
หัวดูดฝุ่นได้มา: 4 หัว
ประกัน: 2 ปี

10.​​เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี หลักพันต้นๆที่แนะนำที่สุด –  DYNOVA เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น Airspire Exclusive

DYNOVA เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่น Airspire Exclusive

ราคา 1,990 บาท

ข้อดี

+ราคาดี
+น้ำหนักเบามาก

ข้อเสีย

-วัสดุดูก๊องแก๊ง ดูไม่ค่อยทน

ถัดมาเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย พลังดูดไซโคลน ในราคาหลักพันต้นๆ ที่อยากจะแนะนำมาก เนื่องจากน้ำหนักเบามาก แค่ 1.8 กิโลเท่านั้น ใช้ได้นานโดยไม่ปวดแขน แม้พลังดูดจะไม่แรงสุดยอด แต่ถือว่าใช้งานทั่วไปได้ดีเลย ฟังก์ชันพื้นฐานก็มีหมดแบบเครื่องดูดฝุ่นราคาสูงๆ ใครที่มองหาเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ที่ราคาเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า แถมคุณภาพเยี่ยม ต้องพิจารณาตัวนี้เลยค่ะ

ความจุ: 0.5 ลิตร
น้ำหนัก: 1.8 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน: สูงสุด 50 นาที
ระยะเวลาในการชาร์จ: 4-5 ชั่วโมง
หลายโหมด: ปรับความแรงได้ 2 ระดับ
หัวดูดฝุ่นได้มา: 2 หัว
ประกัน: 1 ปี

11. เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี หลักร้อยที่ดีที่สุด – KONIG Vacuum Cleaner 

KONIG Vacuum Cleaner 

ราคา 699 บาท

ข้อดี

+ถูกและดี
+น้ำหนักเบามาก
+ใช้ได้สำหรับบ้านและรถยนต์

ข้อเสีย

-ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเครื่องน้อย
-วัสดุดูก๊องแก๊ง

ใครที่เล็งหาเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ราคาหลักร้อย ต้องเล็งตัวนี้ไว้เลยค่ะ สามารถดูดสิ่งสกปรกได้ทั้งแบบเปียกและแห้ง ที่สำคัญน้ำหนักเบามากๆ แค่ 0.6 กิโลกรัม ทำให้ใช้ทำความสะอาดได้ทั้งภายในบ้านและในรถยนต์ อเนกประสงค์สุดๆ ควบคุมง่ายแค่ใช้มือเดียวก็ได้ ถ้าถามว่า เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดีถูกและดี อยากให้พิจารณารุ่นนี้เอาไว้ด้วยค่า

ความจุ: – 
น้ำหนัก: 0.6 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน:
ระยะเวลาในการชาร์จ:
หลายโหมด:
หัวดูดฝุ่นได้มา:
ประกัน:

12. เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี สีสันน่ารักที่สุด – Simplus Vacuum cleaner

Simplus Vacuum cleaner

ราคา 699 บาท

ข้อดี

+ราคาไม่แพง
+พลังดูดแรง แม้เครื่องจะราคาถูก
+ดีไซน์เอย สีเอยน่ารักกะปุ๊กกะปิ๊ก

ข้อเสีย

-เครื่องร้อนไว

สาวหวานต้องถูกใจสิ่งนี้ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ที่มาพร้อมกับสีฟ้าน่ารักสดใส น้ำหนักเบาเพียง 1.3 กิโล จับมือเดียวแล้วทำความสะอาดก็ย่อมได้ แรงดูด 16000pa ถือว่าแรงใช้ได้เลย วัสดุก็ดี ตัวถังเก็บฝุ่นแกะออกมาทำความสะอาดได้ง่าย ที่สำคัญราคาไม่แพงเลย เหมาะกับนักศึกษาสุดๆ ประกอบชิ้นส่วนก็ง่าย เสียงทำงานไม่ดัง ถูกและดีมีอยู่จริง ได้หัวแปรงแถมเยอะมากด้วย จะคุ้มอะไรขนาดนี้ ใครที่มองหา

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ราคาถูก คุณภาพเยี่ยม ดีไซน์สวย ต้อง Simplus เท่านั้น

ความจุ: 0.8 ลิตร
น้ำหนัก: 1.3 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน: สูงสุด 40 นาที
ระยะเวลาในการชาร์จ: 4-5 ชั่วโมง
หลายโหมด:
หัวดูดฝุ่นได้มา: 1 หัว
ประกัน: 1 ปี

13. เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ขนาดเล็ก ราคาไม่แพง – Deerma DX115C/DX118C

 Deerma DX115C/DX118C

ราคา 759 บาท

ข้อดี

+ถูกและดีมีอยู่จริง
+ถังเก็บฝุ่นใหญ่จุใจ
+รีวิวเยอะมาก

ข้อเสีย

-วัสดุดูไม่ทน

ไม่พูดถึงเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย รุ่นนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะว่ารีวิวและยอดสั่งซื้อทะลุเพดาน ฮอตฮิตมาก เป็นเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ครอบจักรวาล ทำได้ทุกอย่าง แต่ในงบหลักร้อย งงตาแตกสิคะ น้ำหนักเครื่องเบา แต่แรงดูดมาถึง 12000 Pa ดูดฝุ่นเล็กๆละเอียดๆ เก็บเรียบ แถมถังเก็บฝุ่นก็ใหญ่กว่าใครเพื่อน บอกเลยว่า คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ใครที่มองหา เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี คุณภาพปัง ราคาน่ารัก ต้องไม่พลาดรุ่นนี้ค่ะ 

ความจุ: 1.2 ลิตร
น้ำหนัก: 1.4 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน:
ระยะเวลาในการชาร์จ:
หลายโหมด:
หัวดูดฝุ่นได้มา: 3 หัว
ประกัน: 1 ปี

14. เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี พลังแรง ราคาดีที่สุด – Dreame V11 Handheld Wireless Vacuum Cleaner 

Dreame V11 Handheld Wireless Vacuum Cleaner 

ราคา 8,590 บาท

ข้อดี

+เป็นตัวเลือกแทน Dyson ที่ดีในราคาที่ถูกกว่าครึ่ง
+ใช้งานได้นานต่อหนึ่งรอบชาร์จ
+ระบบกรอง 5 ชั้น

ข้อเสีย

-มีน้ำหนัก ใช้นานๆอาจจะเมื่อยแขน

ใครที่ชอบเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ที่มีพลังดูดสูง ต้องชอบรุ่นนี้เลยค่า ที่มีแรงดูดเยอะ 25000 Pa แต่เสียงไม่ดังเลยเพราะมีการลดสัญญาณรบกวน 7 ขั้น แถมยังติดตั้งระบบการกรองแบบทำความสะอาดตัวเองด้วยไซโคลน 12 แผ่น ทำให้แยกฝุ่นได้ดีมากแทบจะ 100% เลย ว้าวมาก เรื่องการกรองก็ต้องยกให้เค้าเลย เพราะเป็นระบบกรอง 5 ชั้น กรองได้แม้กระทั่งอนุภาค 0.3 ไมครอน เคลียร์คำถามคาใจที่ว่า เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี ที่ตอบโจทย์แรงดูดสุดปัง แถมเหมาะมากๆ กับคนที่เป็นภูมิแพ้อีกด้วย แนะนำมากจริงๆค่า

ความจุ: 0.5 ลิตร
น้ำหนัก: 3.8 กิโลกรัม
ระยะเวลาทำงาน: สูงสุด 90 นาที
ระยะเวลาในการชาร์จ: 4 ชั่วโมง
หลายโหมด: มี (โหมดประหยัด,โหมดปานกลางและโหมดเทอร์โบ)
หัวดูดฝุ่นได้มา: 2 หัว
ประกัน: 2 ปี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย คืออะไร

เครื่องดูดฝุ่น ที่มีแบตเตอรี่ในตัว ไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลาเพื่อใช้งาน

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ดีไหม

ดีมาก เนื่องจากการใช้งานเหมือนเครื่องดูดฝุ่นที่เราคุ้นเคย เพียงแต่ลดความยุ่งยากในการลากสายไฟไปเสียบปลั๊ก ลดมีสายไฟเกะกะในการทำความสะอาด และความยุ่งยากในการเก็บสายไฟอีกด้วย การใช้เครื่องดูดฝุ่นไร้สายจะช่วยเรื่องการประหยัดเวลา สามารถหยิบมาดูดฝุ่นแบบไวๆได้ง่าย ทำให้ความอยากในการทำงานบ้านเพิ่มมากขึ้นด้วย เนื่องจากเพียงแค่คว้ามากดปุ่มเปิด ก็พร้อมใช้งานแล้ว  ถือว่าเป็นไอเท็มที่ต้องมีติดบ้านสำหรับคนยุคใหม่จริงๆค่ะ

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ราคาแพงไหม

ราคามีหลากหลายให้เลือกซื้อ ตามจุดประสงค์และงบประมาณ หากต้องการเครื่องดูดฝุ่นไร้สายเครื่องเล็กๆ ไว้ใช้กับหอพัก อาจจะราคาถูกมาหน่อย

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย แบรนด์ไหนดีสุด

ถ้าให้เลือก คงเป็น Dyson เนื่องจากเป็นเจ้าเทคโนโลยีของเครื่องดูดฝุ่นระดับโลก

ก็จบไปแล้วนะคะกับบทความรีวิว แนะนำ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย ยี่ห้อไหนดี หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนไม่มากก็น้อย และหวังว่าข้อมูลที่ให้ไป จะช่วยเพื่อนเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ถูกใจ ตรงกับความต้องการมากที่สุดนะคะ

อ้างอิง
1.https://www.goodhousekeeping.com/uk/product-reviews/house-garden/g685066/the-top-5-best-stick-vacuums/
2.https://www.cnet.com/home/kitchen-and-household/best-cordless-vacuum/

Metina Duangboon

Metina Duangboon

ฮัลโหลล ยินดีที่ได้รู้จักสาวๆมิสซี่ทุกคนนะคะ มิ้งเป็น Beauty Editor ของ MizzyReview จบการศึกษาจากมหาวิทยาเชียงใหม่ มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับนิตยสารออนไลน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Sephora Thailand Vogue thailand Woman Trueid มิ้งมาอัพเดตสินค้าบิวตี้ ความสวยความงาม งานผิว เทรนด์ต่างๆ แชร์คอนเท้นสำหรับสาวๆที่ชอบรีวิวเครื่องสำอาง เมคอัพ สกินแคร์เป็นชีวิตจิตใจ!ป้ายยาทุกคนได้ให้เลือกช้อป เลือกใช้สินค้าดีๆ ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดกันค่า!