10 ข้อน่ารู้ ประโยชน์ของ Lecithin มีดีมากกว่าที่คุณคิด!

หากบอกว่า เลซิติน คือ สารที่ประกอบด้วยไขมันหลายชนิด พูดแบบนี้แล้ว หลายคนคงคิดว่า ถ้าเป็นไขมัน งั้นก็ไม่น่าจะดีหรือเปล่า ซึ่ง เลซิติน เกิดจากการรวมตัวของ กลีเซอรอล กรดไขมัน และกรดฟอสฟอริก โดดเด่นมาก ๆ ในเรื่องการลดโคเลสเตอรอล รวมถึงเป็นวิตามินบำรุงสมอง และระบบประสาท

เลซิตินนั้น จัดว่าเป็นสารสำคัญที่มีประโยชน์ และมีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก สามารถใช้เป็นอาหารเสริม วัตถุเจือปนอาหาร และบำรุงผิวพรรณได้ด้วย สามารถพบเลซิตินได้มากใน ถั่วเหลือง และไข่ นอกจากนี้ยังมีในอาหารอื่น ๆ เช่น จมูกข้าวสาลี, ถั่วลิสง, ตับ เป็นต้น 

ถ้าอยากรู้ให้ลึกว่า ประโยชน์ของ Lecithin มีมากน้อยขนาดไหน และช่วยดูแลร่างกายเราในด้านไหนบ้าง ลองมาดูกันได้จากบทความนี้เลย

ประโยชน์ของ Lecithin [สรุป]

  • ลดโคเลสเตอรอล และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
  • ป้องกันการอุดตันของท่อน้ำนม
  • ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น
  • อาจช่วยบรรเทาอาการสมองเสื่อมได้
  • ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน
  • บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น
  • บรรเทาอาการวัยหมดประจำเดือน
  • อาจช่วยลดอาการของโรคถุงน้ำดี
  • อาจช่วยป้องกันและบรรเทาอาการโรคตับ
  • อาจช่วยบรรเทาอาการไบโพลาร์ และโรควิตกกังวล

เลซิติน ช่วยอะไร

1. ลดโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

ประโยชน์ของ Lecithin

เลซิติน ที่ได้จากถั่วเหลือง มีส่วนช่วยลดโคเลสเตอรอลไม่ดี (LDL) และอาจช่วยเพิ่มโคเลสเตอรอลดี (HDL) ได้ 

ทำไมถึงเจาะจงเฉพาะถั่วเหลือง? เพราะโปรตีนจากถั่วเหลือง ยังมีส่วนประกอบอื่น ๆ ที่ช่วยเรื่องระดับโคเลสเตอรอลเป็นพิเศษ

โดยมีการศึกษาในมนุษย์ ทานเลซิตินจากถั่วเหลือง 500 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นเวลา 2 เดือน ตรวจวัดพบว่า โคเลสเตอรอลโดยรวมลดลงเฉลี่ย 42 เปอร์เซ็นต์ และโคเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีต่อสุขภาพอย่าง LDL ก็ลดลงถึง 56.15 เปอร์เซ็นต์เลย

และเมื่อระดับ LDL ลดลง จะช่วยลดไขมันอุดตันในเส้นเลือด จึงส่งผลให้ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันลดลงด้วยเช่นกัน

2. ป้องกันการอุดตันของท่อน้ำนม

ภาวะท่อน้ำนมอุดตัน นอกจากก่อให้เกิดความเจ็บปวดแล้ว ยังอาจทำให้เป็นเต้านมอักเสบได้ ซึ่งเกิดจากน้ำนมที่ไปค้างอยู่ภายใน

จากข้อมูลของหน่วยงานอย่าง Canadian Breastfeeding Foundation แนะนำให้ทานเลซิติน 1 ช้อนโต๊ะ หรือ 1,200 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง จะช่วยลดตะกอน ความข้นของน้ำนม ทำให้ช่วยหลีกเลี่ยงการอุดตันของท่อน้ำนมได้

แต่การทานเลซิตินอย่างเดียว ไม่สามารถช่วยรักษาภาวะอุดตันท่อน้ำนมได้ ผู้ที่มีปัญหาควรทานไป พร้อมกับขั้นตอนการรักษาที่ถูกต้องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การประคบอุ่น, การนวดกระตุ้น, การปั๊มนมสม่ำเสมอ

3. ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

จากการทดสอบในผู้ป่วยลำไส้อักเสบ พบว่าคุณสมบัติในการเป็น emulsifier ของเลซิติน จะไปช่วยเพิ่มเยื่อเมือกในลำไส้ ช่วยให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้น ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นลำไส้อักเสบ แต่เลซิตินก็ช่วยให้อาการลำไส้แปรปรวนแบบอื่น ๆ หรือคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหารดีขึ้นได้เช่นกัน

4. อาจช่วยบรรเทาอาการสมองเสื่อมได้

ประโยชน์ของ Lecithin

ในเลซิติน มีสารที่ชื่อว่า โคลีน ซึ่งเป็นสารเคมีที่สมองใช้ในการสื่อสาร การทานอาหารที่มีโคลีน จะช่วยเรื่องความจำ รวมทั้งยังช่วยรักษาอาการอัลไซเมอร์ด้วย

มีการใช้เลซิติน ช่วยรักษาผู้ป่วยที่มีความจำ และระบบประสาทบกพร่อง โดยให้ทานเลซิติน ปริมาณ 25 กรัม เป็นเวลาหลายเดือนติดต่อกัน ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นตามลำดับ

รวมทั้งมีการศึกษาในผู้ป่วยความจำเสื่อมระยะแรก โดยได้รับเลซิตินต่อเนื่อง 6 เดือน สามารถช่วยให้ความจำดีขึ้นได้

เลซิติน จึงอาจมีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง ซึ่งถึงแม้จะมีหลักฐานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการใช้เลซิติน ในการรักษาผู้ป่วยโรคระบบประสาท แต่การวิจัยหลาย ๆ ชิ้นก็จัดว่ามีแนวโน้มที่ดี และยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคตต่อไป

5. ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน

การเสริมเลซิตินให้กับร่างกาย อาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยเบาหวานได้ ซึ่งมี การศึกษา ในสัตว์ทดลอง พบว่าหนูที่เป็นเบาหวาน เมื่อได้รับเลซิตินทุกวัน จะช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาวให้สูงขึ้นได้ 

รวมทั้งยังพบว่า ช่วยเพิ่มเซลล์สำคัญในเม็ดเลือดขาวถึง 92% ในหนูที่ไม่ได้เป็นเบาหวาน อย่างไรก็ตามยังต้องรอผลการศึกษาเพิ่มเติมในมนุษย์ต่อไป

6. บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

ประโยชน์ของ Lecithin

เลซิติน เป็นสารที่ถูกใช้ในผลิตภัณฑ์สกินแคร์บำรุงผิวหลาย ๆ ตัว โดยใช้เป็นสารให้ความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม นอกจากนี้ยังมีบางคนใช้เลซิติน เพื่อรักษาสิว และโรคผื่นผิวหนังอักเสบ 

รวมทั้งบางคนทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลซิติน เพื่อบำรุงผิวและอื่น ๆ ซึ่งในส่วนนี้ยังระบุชัดเจนไม่ได้ ว่ามีส่วนช่วยได้มากขนาดไหน

7. บรรเทาอาการวัยหมดประจำเดือน

มีการวิจัยในกลุ่มผู้ทดสอบวัยหมดประจำเดือน ซึ่งได้รับเลซิตินปริมาณ 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน พบว่าผลลัพธ์ที่ได้คือ…

  • รู้สึกมีพลังงานมากขึ้น
  • ค่าความดันเลือดตัวล่างลดลง
  • ค่าความยืดหยุ่นของหลอดเลือดแดงหัวใจ-ข้อเท้า ลดลง (ตัวชี้วัดความแข็งตัวของหลอดเลือดแดง) 

จึงอาจบอกได้ว่า เลซิตินนั้นช่วยบรรเทาอาการไม่พึงประสงค์ ในผู้ที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือนได้

8. อาจช่วยลดอาการของโรคถุงน้ำดี

มีการแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเลซิติน เพื่อช่วยป้องกันและลดการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี แต่ยังมีการวิจัย และการศึกษาจำนวนไม่มาก จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในอนาคต

9. อาจช่วยป้องกันและบรรเทาอาการโรคตับ

การวิจัยระบุว่า สารฟอสฟาติดิลโคลีนในเลซิติน ช่วยป้องกัน และลดภาวะของโรคไขมันพอกตับได้ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ อาจกลายเป็นโรคตับแข็ง หรือตับวาย ซึ่งยังคงต้องรอการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อยืนยันผลที่ได้จากการใช้เลซิตินต่อไป

10. อาจช่วยบรรเทาอาการไบโพลาร์ และโรควิตกกังวล

อาจยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด ว่าเลซิตินส่งผลต่ออาการไบโพลาร์ รวมทั้งโรควิตกกังวลได้ แต่ก็มีการแนะนำให้เสริมเลซิติน เพื่อช่วยลดอาการเหล่านี้ลง

บทสรุป

อย่างไรก็ตาม แม้เลซิตินจะมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน รวมทั้งยังมีความปลอดภัยสูง แต่ก็มีข้อควรระวังในการรับประทาน สำหรับผู้ที่แพ้ถั่วเหลือง หรือไข่ ควรหลีกเลี่ยงเลซิติน

รวมทั้งควรคำนึงถึงปริมาณที่ควรได้รับแต่ละวัน ซึ่งเลซิตินควรทาน ไม่เกินวันละ 5,000 มิลลิกรัม และหากทานในรูปแบบของอาหารเสริม แนะนำให้ทานตามฉลากระบุไว้จะดีที่สุด

นอกจากนี้ หากทานแล้วเกิดอาการข้างเคียง เช่น ปวดท้อง, ท้องร่วง, คลื่นไส้, อาเจียน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาวิธีรับประทานอย่างถูกต้อง 

สำหรับคนที่ต้องการบำรุงสมอง และลดโคเลสเตอรอล บอกเลยว่า เลซิติน คือทางเลือกอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ เป็นสารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และให้ผลดีหลายอย่าง ช่วยป้องกัน และรักษาอาการต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี โดยต้องไม่ลืมว่า ควรทานในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

เลซิติน ห้ามกินกับอะไร

เลซิติน ห้ามกินร่วมกับยาบางชนิด หากคุณต้องทานยาตัวใดอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานเลซิตินควบคู่กัน ตัวอย่างเช่น เลซิติน อาจส่งผลกับยาวาร์ฟาริน หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด ที่ใช้ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจ (อ้างอิง)

อ้างอิง

https://www.webmd.com/diet/health-benefits-lecithin

https://www.healthline.com/health/lecithin-benefits

https://www.medicalnewstoday.com/articles/319260#health-benefits

https://www.verywellhealth.com/lecithin-benefits-and-nutrition-4771091

Matchamonraya Pathinonpipat

Matchamonraya Pathinonpipat

มัชช์ จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง
หรือ cosmetic science เป็นทั้งนักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง และเป็นนักเขียนประจำของเว็บไซต์เรา มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับแบรนด์สินค้าออแกนิคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Skin1004 THREE Origins เป็นต้น โดยมีความสนใจและความรู้ความเข้าใจในสกินแคร์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมมาจากธรรมชาติเป็นหลัก เน้นสร้างคอนเทนต์รวบรวมสกินแคร์ดีๆ แชร์ทริคการรักษาสิว ดูแลผิวแพ้ง่าย การชะลอวัย รวมทั้งหาผลิตภัณฑ์ใหม่มาแนะนำทุกคนกันค่ะ