รีวิว 10 น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี 2023 บำรุงผม ลดฟู [แนะนำ!]

สำหรับสาว ๆ ที่ชอบทำผม ไม่ว่าจะไดร์ หนีบ หรือดัดลอน ทำให้เส้นผมโดนความร้อนเป็นประจำ แถมยังโดนแสงแดด โดนมลภาวะต่าง ๆ อย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ส่งผลให้ผมแห้งเสีย ผมชี้ฟู แตกปลาย จัดทรงได้ยากขึ้นไปอี๊กก ดังนั้น จึงควรมีไอเทมบำรุงผม อย่างออยล์บำรุงผม ช่วยบำรุงผม ให้ผมนุ่ม เงางาม ลดฟู และไม่แห้งเสียได้ค่ะ

ซึ่งแน่นอนค่ะว่า ไอเทมบำรุงผม ที่มิสซี่มารีวิวกันในบทความนี้ ก็คือ Hair Oil นั่นเองค่าา โดยสาว ๆ คนไหนที่กำลังคิดหนักว่าจะเลือกซื้อ น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี วันนี้มิสซี่มาช่วยรีวิว น้ำมันใส่ผม แก้ผมเสียให้ตัดสินใจกันแล้วค่ะ! ถ้าสาว ๆ อยากรู้ว่า ออยล์ใส่ผม ยี่ห้อไหนดี น้ำมันบำรุงผม ยี่ห้อไหนหอม ห้ามพลาดค่า!

TOP 3

#3 Schwarzkopf Extra Care SOS Hydro Elixir

Schwarzkopf Extra Care SOS Hydro Elixir

ราคา 299 บาท

ประโยชน์ของ น้ำมันใส่ผม

  • ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง
  • ช่วยฟื้นฟูเส้นผมที่แห้งเสีย
  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม 
  • ช่วยปกป้องผมจากแสงแดด และความร้อน 
  • ช่วยกระตุ้นการเกิด และการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่ 
  • ช่วยเพิ่มความเป็นประกาย ความเงางามให้กับเส้นผม 

ตารางเปรียบเทียบ

ชื่อสินค้า

Olaplex No.7 Bonding Oil

Mise En Scene Perfect Serum

Schwarzkopf Extra Care SOS Hydro Elixir

Kerastase Elixir Ultime Oil

Dove Intense Repair Daily Hair Vitamin

L’Oreal Elseve Extraordinary Oil Botanical Hair Oil

Oriental Princess Cuticle Professional Hair Care

Yves Rocher BHC V2 Reparation Anti Breakage Serum

OGX Argan of Morocco Penetrating Oil

Bualuang Hair Coat Natural Herbs

รูปสินค้า

Laneige Neo Cushion Matte SPF 42 PA+++
Jovina Everyday Perfecting Cushion Long Wear SPF25 PA+++
Maybelline New York Fit Me Oil Control Cushion Matte+Poreless
The Face Shop Yehwadam hwansaenggo BB Cushion SPF50+ PA+++
4U2 Sahara Soft Matte Cushion SPF50 PA++++
ETUDE Double Lasting Cushion Glow SPF50+/PA+++
Innisfree No Sebum Powder Cushion SPF 29++ PA+++
Bbia Never Die Cushion
Rom&nd Nu Zero Cushion
Lilybyred Fitting Glow Cushion SPF 30 PA+++

คุณสมบัติ

  • ป้องกันความร้อนได้

  • กู้ผมแห้งเสีย ชี้ฟูดีมากกก

  • ซึมไว

  • เหมาะกับคนทำสีผม

  • กลิ่นหอมดอกไม้

  • บำรุงผมแตกปลายดี

  • ไม่เหนียว

  • กู้ผมแห้งขาดน้ำได้ดีมาก

  • ช่วยลดผมขาดร่วง

  • กลิ่นหอมหรู หอมแพง

  • ช่วยบำรุงผมเร่งด่วน

  • ผมนุ่มขึ้นมาก

  • กลิ่นหอมอ่อน ๆ

  • พกพาสะดวก

  • แบบแคปซูล แบ่งใช้ง่าย

  • ไม่ทิ้งความเหนียวไว้บนผม

  • ซึมเร็ว

  • กลิ่นหอมอ่อน ๆ

  • แก้ผมเสียได้ทุกประเภท

  • ปกป้องผมจากความร้อน

  • ลดผมชี้ฟู

  • แก้ผมเสีย

  • เหมาะกับใช้ก่อนหนีบผม

  • ผมนุ่มขึ้น

  • ไม่ทดลองผลิตภัณฑ์กับสัตว์

  • ไม่เหนอะหนะ

  • ผมมีน้ำหนักขึ้น

  • ปลายผมเรียบลื่น

  • กลิ่นหอมอ่อน ๆ

  • ราคาถูกและดี

ราคาเต็ม

1,400 บาท

379 บาท

299 บาท

1,595 บาท

59 บาท

349 บาท

395 บาท

549 บาท

329 บาท

80 บาท

ปริมาณ

30 ml

80 ml

80 ml

100 ml

6 แคปซูล

100 ml

125 ml

120 กรัม

100 ml

85 ml

ตกหน่วยละ

46.6 บาท

4.7 บาท

3.7 บาท

15.9 บาท

9.8 บาท

3.4 บาท

3.1 บาท

1.6 บาท

3.2 บาท

0.9 บาท

ความคุ้มค่า

เช็คส่วนลดที่

จะเลือกซื้อ น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี 2566

1. น้ำมันใส่ผม โดยรวมที่ดีที่สุด : Olaplex No.7 Bonding Oil

Olaplex No.7 Bonding Oil น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี

ราคา 1,400 บาท

ข้อดี
+ ช่วยแก้ผมเสีย ป้องกันความร้อน
+ ซึมเข้าสู่เส้นผมได้อย่างรวดเร็ว
+ บำรุงแกนผม

ข้อควรพิจารณา
– ราคาค่อนข้างสูง

น้ำมันใส่ผมอันดับ 1 มิสซี่ยกให้ Olaplex ตัวนี้เลยค่ะ โดยมี Bis-aminopropyl Diglycol Dimaleate ฮีลผมพังจากความร้อน และการใช้สารเคมี ส่วนสารสกัดหลักเป็นน้ำมันจากเมล็ดองุ่น น้ำมันจากชาเขียว ที่จะช่วยบำรุงผมให้กลับมามีสุขภาพดี ไม่ขาดง่าย ลดฟู และผมนุ่มขึ้น 

ตัวออยล์จะมีเนื้อบางเบา ซึมเข้าสู่เส้นผมได้อย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งความเหนียวไว้ที่ผม Hair Oil กู้ผมจึ้ง ๆ แนะนำตัวนี้เลยค่า เลิศสมราคาจริง ๆ ค่ะ

ปริมาณ 30 ml : ราคา 1,400 บาท (ตก ml ละ 46.67 บาท)

จุดเด่นแก้ผมเสียขั้นสุดจากความร้อน และการใช้สารเคมี ให้กลับมามีสุขภาพดี
ส่วนประกอบสำคัญGrape Seed Oil, Fermented Green Tea Oil
เหมาะกับคนที่ผมพัง

2. ออยล์บำรุงผมเกาหลี: Mise En Scene Perfect Serum

Mise En Scene Perfect Serum น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี

ราคา 379 บาท

ข้อดี
+ มีกลิ่นหอมดอกไม้จาง ๆ
+ ฟื้นฟูผมเสียได้แบบเร่งด่วน
+
เน้นสารสกัดจากธรรมชาติ

ข้อควรพิจารณา
– ถ้าใช้เยอะไปอาจจะเหนอะหนะ

สาว ๆ ที่ตามหาเซรั่มบำรุงผมหอม ๆ มิสซี่แนะนำ ออยล์ใส่ผม mise en scene ตัวนี้เลย บอกเลยว่าฮอตมากก เพราะรีวิวดี รีวิวเยอะ ใครได้ลองก็ปลื้มกันทุกคน บำรุงเร่งด่วนภายใน 3 วัน! เหมาะกับคนที่ทำสีผม หรือผมแห้งชี้ฟูขั้นสุด ช่วยลดฟู ให้ปลายผมไม่พันกันค่ะ

โดยตัวนี้ มีสารสกัดจากน้ำมันธรรมชาติ 7 ชนิด ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เงางาม ลดความหยาบกร้านให้เส้นผม บำรุงผมแตกปลายให้ดีขึ้น ใครมีปัญหาผมแห้งมาก แนะนำ mise en scene ตัวนี้เลย เป็นตัวช่วยแก้ผมเสียที่ดีมากจริง ๆ ค่ะ รับรองว่าปังค่าา 

ปริมาณ 80 ml : ราคา 379 บาท (ตก ml ละ 4.73 บาท)

จุดเด่นสูตรเข้มข้น ช่วยฟื้นบำรุงผมแห้งเสียได้ภายใน 3 วัน
ส่วนประกอบสำคัญน้ำมันอาร์แกน, Camellia oil, Olive oil, Jojoba oil, Coconut oil, Marula oil, Apricot oil

3. น้ำมันใส่ผม แก้ผมเสีย : Schwarzkopf Extra Care SOS Hydro Elixir

Schwarzkopf Extra Care SOS Hydro Elixir น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี

ราคา 299 บาท

ข้อดี
+ ไม่เหนียวเหนอะหนะ
+ ช่วยลดผมขาดร่วง
+ กู้ผมแห้งขาดน้ำได้ดีมาก

ข้อควรพิจารณา
– คนผมมันมาก ๆ ควรใช้แค่บริเวณปลายผม

น้ำมันใส่ผม schwarzkopf ตัวนี้ เหมาะกับคนที่ชอบดัดผม หรือผมทำสี สามารถป้องกันความร้อนได้ อัดแน่นไป Double Hyaluronic Acid ที่จะช่วยบำรุงผม ซึมซาบเข้าสู่เส้นผมได้เร็ว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้ที่ผม และช่วยให้ผมเงางาม ดูสุขภาพดี

เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง ออยล์ใส่ผม schwarzkopf จะช่วยบำรุงรากผมให้แข็งแรงขึ้น ลดผมร่วง ป้องกันผมบางได้ค่ะ ตัวนี้มีกลิ่นหอมจาง ๆ สาว ๆ ที่ผมโดนความร้อนประจำ จะซื้อ Hair Oil ยี่ห้อไหนดี ต้องไปลองตัวนี้ให้ได้เลยค่ะ

ปริมาณ 80 ml : ราคา 299 บาท (ตก ml ละ 3.74 บาท)

จุดเด่นกันความร้อนได้ ซึมซาบเข้าสู้เส้นผมได้รวดเร็ว
ส่วนประกอบสำคัญTriple amino acid, 19 Actives

4. น้ำมันใส่ผมหอมที่สุด : Kerastase Elixir Ultime Oil

Kerastase Elixir Ultime Oil น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี

ราคา 1,595 บาท

ข้อดี
+ ช่วยบำรุงผมเร่งด่วน
+ เพิ่มความเงางามให้เส้นผม
+ กลิ่นหอมหรู หอมแพง ติดผมยาวนาน

ข้อควรพิจารณา
– ราคาค่อนข้างสูง

ถ้าสาว ๆ ถามหา น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนหอม ก็ต้องตัวนี้เลยค่ะ Kerastase Elixir Ultime Oil รีวิวว่ากลิ่นหอมหรูดูแพงมาก ๆ แถมช่วยกู้ผมเสียได้แบบติดจรวดเลย โดยมีสารสกัดออยล์ล้ำค่า 5 ชนิด เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ที่จะช่วยบำรุงผมให้กลับมามีสุขภาพดี ป้องกันความร้อนขณะไดร์ผม แก้ผมแตกปลาย กลับมาเป็นผมนุ่มสลวย และเงางาม

ออยล์ใส่ผม Kerastase บอกเลยว่าปังมาก เรียกได้ว่า เป็นทั้งไอเทมบำรุงผมในตัวเดียวเลยค่ะ ใครอยากบำรุงผมแบบเร่งด่วน มิสซี่แนะนำ น้ำมันใส่ผม kerastase ตัวนี้เลยค่ะ เพราะปังจริงไม่จกตา!

ปริมาณ 100 ml : ราคา 1,595 บาท (ตก ml ละ 15.95 บาท)

จุดเด่นช่วยฟื้นฟูผมอย่างเร่งด่วน และช่วยบำรุงผมให้มีสุขภาพดี ผมเงางาม มีชีวิตชีวาขึ้น
ส่วนประกอบสำคัญน้ำมันอาร์แกน, Marula oil, Maize oil, Pracaxi oil, Camellia oil

5. น้ำมันใส่ผมหลังสระ : Dove Intense Repair Daily Hair Vitamin

Dove Intense Repair Daily Hair Vitamin น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี

ราคา 59 บาท

ข้อดี
+ เป็นแบบแคปซูล แบ่งใช้ง่าย สะดวก
+ ราคาถูก

ข้อควรพิจารณา
– ผมหนา ต้องใช้มากกว่า 1 แคปซูล

น้ำมันใส่ผม โดฟ ตัวนี้จะพิเศษกว่ายี่ห้ออื่น ๆ ตรงที่มาในรูปแบบแคปซูล ใช้ง่าย พกพาสะดวกมากกก ใช้หลังสระผมในตอนที่ผมแห้งหมาด ๆ มี Botanic Extract จะช่วยบำรุงผมที่แห้งเสีย หรือผมอ่อนแอ พร้อมเพิ่มความแข็งแรงให้ผม ปกป้องผมจากแสงแดดและมลภาวะ

ตัวนี้มี Vitamin E เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้เส้นผม ผมนุ่ม เนื้อบางเบา ไม่เหนอะหนะ กำลังเลือกซื้อ Hair Oil ถูกและดี พกพาง่าย ต้องไปโดนตัวนี้เลยค่าา

ปริมาณ 6 ml (6 แคปซูล) : ราคา 59 บาท (ตก ml ละ 9.8 บาท)

จุดเด่นใช้งานสะดวก บำรุงผมให้แข็งแรง
ส่วนประกอบสำคัญBotanic Extract, Mineral Oil, Vitamin E

6. น้ำมันใส่ผม หอมแบบสะอาด : L’Oreal Elseve Extraordinary Oil Botanical Hair Oil

L'Oreal Elseve Extraordinary Oil Botanical Hair Oil น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี

ราคา 349 บาท

ข้อดี
+ กลิ่นสดชื่น ไม่ฉุน
+ เนื้อบางเบา ซึมเร็ว ไม่ทิ้งความเหนียวไว้บนผม
+ มีหลายสูตร เหมาะกับทุกสภาพผม

ข้อควรพิจารณา
– ต้องใช้มากกว่าปกติ สำหรับผมเสียหนัก ๆ

หาสาว ๆ ตามหาน้ำมันใส่ผมหอมๆ ล่ะก็ ต้องโดน น้ำมันใส่ผม ลอรีอัล ตัวนี้เลย Loreal สีเขียว สูตร Botanical ค่ะ ซึ่งตัวนี้เป็นน้ำมันสกัดจากเปลือกส้ม และดอกลาเวนเดอร์ฝรั่งเศส เนื้อบางเบา แต่ช่วยบำรุงผมไม่ให้แห้งเสีย ปกป้องผมจากความร้อน ทำให้ผมนุ่มขึ้น 

เป็นน้ำมันใส่ผม ผมฟูต้องหลงรัก เพราะใช้บำรุงผมระหว่างวันได้ ช่วยลดฟูดีมากค่ะ มีให้เลือกหลายสูตร ที่เด่น ๆ คือ สูตรสีเขียว สำหรับผมแห้ง / สีส้ม สำหรับผมเงางาม ลดผมร่วง / สีชมพู สำหรับผมนุ่มลื่น กลิ่นหอมมาก จะเป็นกลิ่นหอมแบบเฟรช ๆ สาว ๆ ที่อยากมีผมหอมตลอดวัน มองหา Hair Oil กลิ่นหอม ต้องไปตำตัวนี้เลยน้าา

ปริมาณ 100 ml : ราคา 349 บาท (ตก ml ละ 3.49 บาท)

จุดเด่นเนื้อบางเบา กลิ่นหอมสะอาด
ส่วนประกอบสำคัญBotanical oil

7. น้ำมันใส่ผม เคราตินที่ดีที่สุด : Oriental Princess Cuticle Professional Hair Care

Oriental Princess Cuticle Professional Hair Care น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี

ราคา 395 บาท

ข้อดี
+ บำรุงผมได้ถึงโครงสร้างผมชั้นใน
+ แก้ผมเสียได้ทุกประเภท
+ หาซื้อง่าย

ข้อควรพิจารณา
– คนผมมันง่าย ไม่ควรใช้เยอะเกินไป

น้ำมันใส่ผม oriental princess รีวิวว่าเป็นมีเคราตินที่สามารถบำรุงผมที่แห้งเสียจากทุกปัญหาเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความร้อน แดด หรือมลภาวะ เพราะใช้เทคโนโลยี Natural Keratin Repair Plus E ช่วยฟื้นบำรุงเส้นผมเข้าไปถึงโครงสร้างชั้นใน ให้ผมกลับมามีชีวิตอีกครั้ง

อีกทั้งออยล์ใส่ผมตัวนี้ ยังมีส่วนผสมของ Pro Vitamin B5 และสารสกัดจากธรรมชาติถึง 10 ชนิด บำรุงแบบล้ำลึก แนะนำเลย

ปริมาณ 125 ml : ราคา 395 บาท (ตก ml ละ 3.16 บาท)

จุดเด่นเป็นเคราติน สามารถเข้าบำรุงเส้นผมได้ถึงโครงสร้างชั้นใน ปกป้องผมจากความร้อน แสงแดด และมลภาวะ
ส่วนประกอบสำคัญสารสกัดจากธรรมชาติ 10 ชนิด, Keratin, D-Panthenol, Pro Vitamin B5

8. น้ำมันใส่ผม ป้องกันความร้อน: Yves Rocher BHC V2 Reparation Anti Breakage Serum

Yves Rocher BHC V2 Reparation Anti Breakage Serum น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี

ราคา 549 บาท

ข้อดี
+ แก้ผมเสีย แห้งกรอบ ให้กลับมาชุ่มชื้น
+
เน้นสารสกัดธรรมชาติ
+ เหมาะกับใช้ก่อนหนีบผม

ข้อควรพิจารณา
– ต้องใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องถึงจะเห็นผลชัดเจน

จะพลาดแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องไอเทมเกี่ยวกับการดูแลผมไปไม่ได้ สำหรับ ออยล์ใส่ผม Yves Rocher ตัวนี้ ส่วนผสมหลักจะเป็น Jojoba oil ซึ่งเป็นสารสกัดสารพัดประโยชน์ ช่วยบำรุงพังขั้นสุด รักษาผมกรอบ จนเสี่ยงต่อการขาดหลุดร่วง ให้กลับมาชุ่มชื้น สุขภาพผมดีขึ้น ผมนุ่มขึ้น

อีกทั้งตัวนี้ ยังช่วยปกป้องเส้นผมจากความร้อนได้ด้วย และเมื่อใช้เป็นประจำ ผมจะแข็งแรงเพิ่มขึ้น 20 เท่า เป็นทั้งออยล์บำรุงผม และ สเปรย์ฉีดผมกันความร้อน ตัวนี้เริ่ดมากก!

ปริมาณ 100 ml : ราคา 549 บาท (ตก ml ละ 5.49 บาท)

จุดเด่นฟื้นบำรุงผมแห้งเสียขั้นรุนแรงให้ดีขึ้น เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องผมจะแข็งแรงขึ้น 20 เท่า
ส่วนประกอบสำคัญJojoba oils, กรดไขมัน Omega 6 และ 9, Agave Fructans

​​​​9. น้ำมันใส่ผม Argan oil : OGX Argan of Morocco Penetrating Oil

OGX Argan of Morocco Penetrating Oil น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี

ราคา 329 บาท

ข้อดี
+ ไม่ทดลองผลิตภัณฑ์กับสัตว์
+ หนังศีรษะไม่มัน
+ เนื้อเข้มข้นแต่ไม่เหนอะหนะ

ข้อควรพิจารณา
– คนที่ผมเสียหนัก ๆ จากการทำเคมี ต้องใช้เยอะกว่าปกติ

Argan oil ใส่ผม จาก OGX ตัวนี้ เป็นออยล์บำรุงผมหอมๆ ที่มีอาร์แกนออยล์จากโมร็อกโก ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น Miracle oil เพราะประโยชน์สารพัดมากก โดยมี Vitamin E จากธรรมชาติ จะช่วยฟื้นบำรุงผมให้แข็งแรง ลดฟู เพิ่มความเงางามให้ผม หลังใช้จะรู้สึกได้เลยว่าผมนุ่มขึ้น ดูมีน้ำหนักขึ้น

ความดีความชอบอีกอย่างหนึ่งก็คือ ออยล์ใส่ผมตัวนี้ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตของหนังศีรษะได้ ช่วยเร่งผมยาว ลดผมร่วงได้ด้วย กลิ่นหอม หนังศีรษะไม่มัน ดีไม่แพ้ใครเลย!

ปริมาณ 100 ml : ราคา 329 บาท (ตก ml ละ 3.29 บาท)

จุดเด่นบำรุงผมและหนังศีรษะให้แข็งแรง ลดฟู เพิ่มความเงางามให้ผม และช่วยเร่งผมยาว
ส่วนประกอบสำคัญน้ำมันอาร์แกน วิตามินอี

10. น้ำมันใส่ผม ถูกและดี : Bualuang Hair Coat Natural Herbs

Bualuang Hair Coat Natural Herbs น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี

ราคา 80 บาท

ข้อดี
+ ราคาถูกมาก
+ ปลายผมเรียบลื่น ไม่เด้งชี้ฟู

ข้อควรพิจารณา
– ถ้าใช้เยอะเกินไป ผมจะดูมัน

มาถึงรีวิวของ น้ำมันใส่ผม บัวหลวง ในตำนานกันบ้างค่ะ ตัวนี้ขึ้นชื่อเรื่องถูกและดี สกัดจากสมุนไพร มี Vitamin E ช่วยฟื้นฟูเส้นผมที่แห้ง ชี้ฟู ให้กลับมาเงางาม มีน้ำหนัก จัดทรงง่าย ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลย

แนะนำให้ใช้ตอนผมหมาด ผมจะเงา ตรงสวย ไม่พันกัน ใครที่กำลังตัดสินใจซื้อ ออยล์บำรุงผม ยี่ห้อไหนดี ตัวนี้ถูกและดี ไม่ผิดหวังแน่นอนค่าา

ปริมาณ 85 ml : ราคา 80 บาท (ตก ml ละ 0.94 บาท)

จุดเด่นถูกและดี ช่วยบำรุงผมให้เงางามตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ ผมดูตรงสวย ไม่พันกัน
ส่วนประกอบสำคัญVitamin E

วิธีเลือกซื้อ “น้ำมันใส่ผม”

เลือกจากลักษณะผม

  • ผมที่ไม่ผ่านการทำเคมีใด ๆ

คนที่ไม่เคยทำเคมีใด ๆ กับผม ผมจะไม่ค่อยแห้งเสียมากค่ะ แต่อาจจะโดนความร้อนจากแดด หรือมลภาวะ ยิ่งถ้าเป็นสาว ๆ ผมยาว ผมอาจแตกปลาย เนื่องจากน้ำมันจากหนังศีรษะ ไปเลี้ยงปลายผมไม่พอ เพราะฉะนั้น แนะนำให้เลือกน้ำมันบำรุงผม เนื้อบางเบา เพื่อไม่ให้หนักผมเกินความจำเป็น และเลือกที่มีคุณสมบัติในการปกป้องผม ทั้งจากความร้อน แสงแดด และมลภาวะได้

  • ผมยืดตรง

ลักษณะของผมจะมีความเรียบตรง ไม่ค่อยชี้ฟู เป็นทรงสวย แต่ผมลักษณะของผมจริง ๆ ก็คือ แห้ง เปราะขาดง่าย จึงควรเลือกใช้ออยล์ทาผม ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมกับมีสารช่วยบำรุงผมให้ผมเงางาม ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น และมีมิติมากขึ้น

  • ผมดัดลอน

คนที่มีผมดัดลอน มักจะมีเส้นผมบอบบาง และมีความชุ่มชื้นน้อยกว่าคนที่มีผมตรง โดยน้ำมันที่ออกมาจากหนังศีรษะของคนที่มีผมดัดลอน จะเคลื่อนที่ได้ช้า และยากกว่าคนที่มีผมตรง ส่งผลให้เส้นผมเปราะบาง ไร้ชีวิตชีวา

ดังนั้น น้ำมันทาผมที่เหมาะสำหรับคนที่มีผมดัดลอน คือ Olaplex No.7 Bonding Oil, Yves Rocher Reparation Repair Antibreakage Serum เป็นต้น เพราะเป็นน้ำมันที่มีส่วนผสมแก้ผมเสีย ทำให้สามารถเติมความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ช่วยฟื้นฟูผมที่แห้งเสีย และลดผมชี้ฟู ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังสามารถช่วยสร้างลอนผมที่เรียบลื่น และเป็นประกายเงางามได้อีกด้วยค่ะ

  • ผมทำสี

คนที่ผมทำสี ลักษณะผมจะแห้ง เพราะเคมีกัดสีผม ยิ่งหากมีการกัดสีผม ผมจะแห้งกรอบ บอบบางมากถึงมากที่สุด ทำให้ขาดง่าย ผมจะสากและกระด้างมาก ๆ ขาดความเงางาม ซึ่งทำให้ผมจะพันกัน หวียาก 

ฉะนั้น แนะนำให้เลือกน้ำมันใส่ผมที่เข้มข้นมากเป็นพิเศษ หรือเป็นออยล์บำรุงผม สำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ จะสามารถเข้าไปบำรุงผม เติมความชุ่มชื้น และเพิ่มความเงางาม

2. เลือกจากเนื้อผลิตภัณฑ์

  • เนื้อบางเบา เช่น ตัว Olaplex No.7 Bonding Oil จะมีความเบาบาง ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับผมมันง่าย ผมเส้นเล็ก
  • เนื้อเข้มข้น เหมาะสำหรับคนผมหนา และผมแห้งเสียเป็นพิเศษ เพราะช่วยให้ผมดูเงางาม และบำรุงผมได้ขั้นสุดนั่นเอง

ทั้งนี้ น้ำมันบำรุงผมแต่ละยี่ห้อ จะมีเนื้อที่แตกต่างกัน เพื่อแก้ปัญหาที่แตกต่างกัน ส่วนใหญ่เป็นการบำรุงผม แต่บางยี่ห้อจะเป็นการจัดแต่งผม เพื่อลดฟู ดังนั้น ลักษณะเนื้อออยล์แต่ละประเภทก็จะมีความหนัก และความเบาบางแตกต่างกัน เพื่อน ๆ ก็สามารถเลือกได้ตามความชอบเลยค่าา

3. เลือกส่วนผสม

การพิจารณาส่วนผสม ควรดูว่าแต่ละยี่ห้อให้สารบำรุงอะไรมาบ้าง เพื่อเข้าไปช่วยแก้ปัญผมของเราให้ตรงจุด และโดยสารสกัดจากพืช และดอกไม้จากธรรมชาติที่ช่วยบำรุงผมได้ เช่น 

  • เคราติน บำรุงผมแห้งเสียได้ล้ำลึก
  • น้ำมันอาร์แกน ผมนุ่มชุ่มชื้น ลดผมฟู รักษาแกนผม
  • น้ำมันมะพร้าว ป้องกันผมเสียจากความร้อน
  • น้ำมันโจโจ้บา เพิ่มความชุ่มชื้น
  • น้ำมันดอกคามิลเลีย เป็นโปรตีนบำรุงผม ช่วยให้ผมนุ่มลื่น เป็นต้น 

ซึ่งหากสาว ๆ คนไหน ชอบที่จะให้มีกลิ่นหอมติดผม ก็อาจจะเลือกแบบที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากดอกไม้ก็ได้ค่ะ 

วิธีใช้ น้ำมันใส่ผม

น้ำมันใส่ผมมีวิธีการใช้งานที่หลากหลาย เช่น การนำใช้ร่วมกับทรีทเม้นท์บำรุงผม การใช้น้ำมันใส่ผมก่อนการจัดแต่งทรงผม เป็นต้น โดยเราสามารถนำออยล์มาใช้งานได้ตั้งแต่ตอนหลังสระผม ไปจนถึงการจัดแต่งทรงผมในระหว่างวันเลยค่ะ

วิธีใช้ขณะผมเปียกหมาด ๆ 

การชโลมเนื้อผลิตภัณฑ์ลงบนเส้นผมที่เปียกเล็กน้อยก่อนไดร์ผม เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการจัดการกับปัญหาผมพังโดยผมเปียกเล็กน้อย จะสามารถดูดซับน้ำมันได้ดีกว่าผมที่แห้งสนิทแล้ว ซึ่งวิธีการใช้น้ำมันใส่ผมก่อนไดร์ผม มีดังนี้

  • หลังจากสระผมแล้ว ให้นำผ้าขนหนูมาซับน้ำออกจากเส้นผมและหนังศีรษะให้เรียบร้อย โดยเริ่มลูบจากด้านบนลงด้านล่าง และไม่ควรที่จะขยี้ผมแบบแรง ๆ เนื่องจากจะทำให้ผมร่วง เส้นผมพันกัน และยังทำให้ผมไม่เป็นทรงในเวลาที่ผมแห้งด้วยค่ะ
  • ชโลมออยล์ 2-3 หยด ลงบนผมที่เปียกหมาด ๆ โดยเน้นที่ปลายผมไปจนถึงตรงกลางเส้นผม
  • ใช้ไดร์เป่าผมให้แห้ง หรือจะปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติก็ได้

วิธีการใช้ขณะผมแห้ง 

ใช้ออยล์บำรุงผมแค่ 2 – 3 หยดเท่านั้น ถูให้กระจายทั่วฝ่ามือ และชโลมออยล์ที่ปลายผม หรือบริเวณที่ผมชี้ฟู จะทำให้เส้นผมของเราไม่พันกันจนยุ่งเหยิง และยังช่วยให้สามารถจัดแต่งทรงผมได้ง่ายขึ้น โดยน้ำมันใส่ผมจะช่วยเคลือบเปลือกของเส้นผมเอาไว้ และจะไม่ซึมเข้าไปในผม ทำให้สามารถช่วยเพิ่มประกายความเงางามให้กับเส้นผมของเราได้ทันทีหลังจากที่ใช้งาน

วิธีนี้ สามารถใช้บำรุงผมระหว่างวันได้ด้วย สามารถช่วยให้ผมของเราดูสวย เงางาม และมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น โดยจะช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง และดูสวยสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา และยังช่วยให้ทรงผมของเราไม่เสียทรงได้ง่ายอีกด้วยค่ะ

วิธีใช้สำหรับหมักผม

การใช้น้ำมันใส่ผมในการหมักผม จะช่วยบำรุงผมแห้งเสียได้เป็นอย่างดี โดยเราจะต้องชโลมออยล์ลงในบริเวณเส้นผมที่แห้งเสีย และหมักทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 15-30 นาที หลังจากนั้นก็ไปสระผมให้สะอาด เพียงเท่านี้เส้นผมของเราก็จะได้รับการบำรุง ทำให้ผมแข็งแรง และยังสามารถช่วยฟื้นฟูผมที่แห้งเสียให้กลับมาดูมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง

วิธีใช้ก่อนสระผม

การใช้น้ำมันใส่ผมชโลมลงบนผม และทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 10 นาที ก่อนสระผม จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ช่วยเคลือบแกนเส้นผมให้ยังคงความชุ่มชื้นจากน้ำมันธรรมชาติของหนังศีรษะอยู่ และทำให้เส้นผมนุ่มลื่นมากขึ้นด้วยค่ะ

วิธีใช้ก่อนย้อมและกัดสีผม

การย้อม และการกัดสีผม จะทำให้เส้นผมเกิดความเปราะบาง แห้ง และแตกหักได้ง่ายมากขึ้น ดังนั้น เราจึงควรใช้น้ำมันใส่ผมหมักผมทิ้งไว้เป็นเวลาประมาณ 30 นาที ก่อน 1-2 วันที่จะย้อม หรือกัดสีผม เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง และความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ก่อนที่จะไปเจอกับสารเคมีจากการย้อม และการกัดสีผม

คำถามที่พบบ่อย

น้ำมันใส่ผม ดีไหม?

น้ำมันใส่ผมดีค่ะ เพราะช่วยแก้ผมเสีย ให้ผมนุ่ม ลดฟูได้ เป็นสิ่งที่สามารถช่วยบำรุงผมของเราให้แข็งแรงมากขึ้น ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ฟื้นฟูสภาพเส้นผม และสามารถช่วยลดผมชี้ฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากน้ำมันใส่ผมจะช่วยบำรุงผมของเราให้นุ่มลื่น ดูสวย เงางาม และเป็นประกายแล้ว ยังช่วยปกป้องผมจากแสงแดด และความร้อนจากการจัดแต่งทรงผม ทำให้ผมของเราไม่เปราะบาง และแตกหักได้ง่ายอีกด้วยค่ะ

น้ำมันใส่ผม ใส่ตอนไหน?

เราสามารถใช้น้ำมันใส่ผมได้ขณะผมเปียกหมาด ๆ และผมแห้งค่ะ ตั้งแต่ตอนหลังสระผม ก่อนจัดแต่งทรงผม และหลังจัดแต่งทรงผม ไปจนถึงการนำมาบำรุงผมก่อนนอน และหากเราเลือกใช้น้ำมันใส่ผมที่มีส่วนผสมของน้ำมันที่มีเนื้อบางเบา เราก็ยังจะสามารถนำมาช่วยในการจัดแต่งทรงผมให้อยู่ทรง ดูสวย เงางาม และไม่ชี้ฟูในระหว่างวันได้อีกด้วยค่ะ

น้ำมันใส่ผม กับ เซรั่มบำรุงผม ต่างกันยังไง?

น้ำมันใส่ผม กับ เซรั่มบำรุงผม ต่างกันที่เนื้อผลิตภัณฑ์ ซึ่งเซรั่มจะเป็น Silicone-based ส่วนออยล์ใส่ผม เป็นเป็น Oil-based ค่ะ 

น้ำมันใส่ผม คือ ผลิตภัณฑ์ที่อุดมไปด้วยส่วนผสมของสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการบำรุงเส้นผม และล็อกความชุ่มชื้นได้อย่างล้ำลึก สามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น และฟื้นฟูผมที่แห้งเสียให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง ซึ่งจะแตกต่างจากเซรั่มบำรุงผมที่มีวิธีการใช้งานที่สะดวก และรวดเร็วกว่า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะประหยัดเวลาในการบำรุง หรือจัดแต่งทรงผมให้ดูนุ่มลื่น สวย และเป็นประกายเงางาม

โดยเซรั่มบำรุงผม จะไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างของเส้นผมได้ แต่จะช่วยเคลือบเส้นผมไว้เพียงแค่ภายนอกเท่านั้น เป็นตัวป้องกันความร้อนที่ดี ไม่เหนอะหนะ ช่วยปกป้องผมให้ไม่เปราะบางได้ง่ายจากแสงแดด และความร้อน

ใช้ออยล์บำรุงผมก่อนหนีบผมได้ไหม?

เราสามารถใช้น้ำมันบำรุงผมก่อนหนีบผมได้ค่ะ โดยการนำน้ำมันใส่ผมมาชโลมลงบนเส้นผม และหวีให้เรียบร้อยก่อนหนีบผม จะช่วยให้น้ำมันสามารถซึมเข้าสู่เส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะทำให้เส้นผมไม่พันกันจนยุ่งเหยิง ส่งผลให้สามารถจัดแต่งทรงผมได้ง่ายมากขึ้น และยังช่วยปกป้องเส้นผมจากความร้อนของเครื่องหนีบผมได้อีกด้วยค่ะ

น้ำมันบำรุงผมจากธรรมชาติ มีอะไรบ้าง?

น้ำมันบำรุงผมจากธรรมชาติ มี น้ำมันมะพร้าว น้ำมันดอกคามิลเลีย น้ำมันโจโจ้บา น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันอาร์แกน น้ำมันอัลมอนด์ เป็นต้น

จะมีส่วนผสมของสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการบำรุงผมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มักจะอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณสมบัติในการช่วยปกป้องผม มีคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมใหม่ ซึ่งน้ำมันบำรุงผมจากธรรมชาติมีมากมายหลากหลายชนิดด้วยกัน 

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับออยล์ใส่ผมทั้ง 10 ตัว ที่มิสซี่นำมารีวิวให้ได้อ่านกัน โดยรีวิวมีทั้งจุดเด่นของแต่ละตัวว่าเหมาะกับใครบ้าง รวมถึงคำแนะนำต่าง ๆ เกี่ยวกับการใช้ออยล์บำรุงผมด้วย ซึ่งใครที่มีคำถามว่าจะเลือกซื้อ น้ำมันใส่ผม ยี่ห้อไหนดี หลังอ่านรีวิวนี้จบแล้ว มิสซี่รับรองว่าตัดสินใจเลือกซื้อที่ตอบโจทย์ของตัวเองได้แน่นอน

อ้างอิง

Chalita Chamnanmueang

Chalita Chamnanmueang

เบสท์จบการศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัจจุบันเป็น Editor และ Content writer ประจำ Mizzyreview มีประสบการณ์เขียน copywriting, แปลบทความอังกฤษ-ไทย และรับผิดชอบตรวจสอบเนื้อหา และตีพิมพ์บทความผ่าน WordPress คอยอัปเดตเนื้อหาหลายๆ ด้าน ทั้งบิวตี้ไอเทม สกินแคร์ อาหารเสริม และเทคโนโลยีต่างๆ ให้สาวๆ ได้เข้าถึงทุกเทรนด์ ทุกไอเทมเด็ดกันค่ะ